เข้าสู่ระบบผ่าน

สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา นิยาย บท 3731

การเคลื่อนไหวแบบนี้ทำให้คนอื่นๆไม่ได้ป้องกันอะไรเลย

เเววตาของเทพยุทธ์เสว่ถูนั้นเย็นยะเยือก เขายกมือขึ้นทำท่าป้องกันในทันที

ปัง!

สองหมัดปะทะกันทำให้พลังที่ปล่อยออกมานั้นเกิดระเบิดขึ้นและเสียงดังอึดทึกคึกโครม

แต่ในเสี้ยววินาที โซ่เหล็กที่เเข็งแรงและทรงพลังก็พุ่งทะลุเสื้อของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ออกมาจากนั้นโซ่เหล็กนั้นก็พุ่งไปที่เทพยุทธ์เสว่ถู

สีหน้าของเทพยุทธ์เสว่ถูถึงกับเปลี่ยนสี จากนั้นปลปล่อยพลังโลหิตออกมาทันทีและจงใจให้เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ถอยกลับ

แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเอาไว้

“ไม่ต้องพากันตกใจไป ฉันมาช่วยพวกคุณ!”

เทพยุทธืเปินเหลยตะโกนขึ้นพร้อมกับชูมือขึ้นกลางอากาศ จากนั้นบนฝ่ามือของเขาก็ปรากฏลูกศรสายฟ้าขึ้นจากนั้นเขาก็เหวี่ยงลูกศรนั้นไปที่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้

ฉึก!

ลูกศรสายฟ้าปักลงบนร่างของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้อย่างรุนแรงจากนั้นก็ระเบิดทันที

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ได้รับเเรงระเบิดจนร่างกายถูกผลักลอยออกไปแบบอัตโนมัติ

“ระเบิดโลหิต!”

เทพยุทธ์เสว่ถูรีบคว้าทันที

หวืดๆๆๆ…

บนร่างของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดสีเเดงสด จากนั้นเขารีบพันร่องรอยบาดแผลนั้นทันทีจนทำให้ตอนนี้เขาดูเหมือนตัวไหม

ต่อจากนั้น

ปัง!

ร่างที่เหมือนตัวไหมเมื่อครู่ก็ระเบิดออกอีกครั้ง

เทพยุทธืเจิ้นอวี้หล่นตุ๊บลงมาจากบนฟ้าพร้อมกับบาดแผลที่ฟกช้ำไปทั้งตัว

เหล่าคนที่แอบอยู่ในมุมมืดต่างพากันมองเป็นตาเดียวด้วยความตกใจ

ทำไมเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ ถึงไม่สามารถโจมตีได้?

“ก็ไม่เท่าไหร่นี่!”

เทพยุทธ์เปินเสวี่ยหัวเราะเย็น จากนั้นก็แบมืออกอีกครั้ง ทันใดนั้นก็เกิดเมฆหนาอยู่เหนือศีรษะ

จากนั้นเทพยุทธ์เปินเหลยก็เริ่มร่ายเวทมนต์ ไม่นานเสียงฟ้าร้องก็คำรามลั่นพร้อมกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาซึ่งสายฟ้านั้นผ่าลงไปที่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ทันที

“อย่าดูถูกคนอื่น!”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้คำรามเสียงต่ำ

มือทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือศีรษะเพื่อสร้างม่านป้องกันไว้เพื่อต้านเเรงจากสายฟ้าที่กำลังผ่าลงมา

“เจิ้นอวี้ ถึงแม้ว่านายจะเป็นคนที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์มากที่สุด แต่นายไม่สามารถที่จะต้านทานการโจมตีของเทพเจ้าทั้งสองได้หรอกนะ! ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่านายน่ะไปเอาความกล้าบ้าบิ่นนี้มาจากไหน กล้าที่จะเป็นไม้กระดาน ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่นายจะได้ตายสมใจ!”

ดวงตาทั้งสองของเทพยุทธ์เสว่ถูนั้นแดงก่ำ จากนั้นฝ่ามือของเขาก็คว่ำลงแล้วชูขึ้นอีกครั้ง

“โลหิตฟ้าดินคำราม!”

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม…

จู่ๆหนามโลหิตก็พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินเหมือนกับตะปูที่โผล่ขึ้นมาจากดิน ทั้งแหลมคมและน่ากลัว

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ทำได้เพียงต้านพลังของสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากท้องฟ้า ส่วนการโจมตีด้านล่างนั้นไม่ทันที่จะได้เตรียมการป้องกันใดๆ

ฉึบ!

ได้ยินเพียงเสียงเนื้อที่โดนหนามแหลมนั้นทิ่มเเทง

หนามแหลมนั้นเจาะจงพุ่งไปแทงที่บริเวณหน้าอกของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ เพียงไม่นานเลือดสีเเดงสดก็ไหลทะลักออกมาจนน่ากลัว

เลือดทะลักออกจากปากของเขา ส่วนหน้าอกที่โดนหนามเมื่อครู่ก็เกิดเป็นรูให้เห็น ด้วยร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสส่งผลให้ม่านพลังป้องกันทลายลง

สายฟ้าที่ลงมาจากท้องฟ้านั้นฟาดลงที่เขาอย่างจัง ทำให้เนื้อของเขาถูกตัดเป็นชิ้นๆ

“อะไรน่ะ?”

หลายคนต่างตกใจกับภาพที่เห็น

เหล่าสมาชิกของตระกูลดาบโลหิที่กำลังต่อสู้อยู่ด้านข้างของประตูเองก็ยังตกใจ

แต่ทว่าเหตุการณ์ต่อมานั้นน่ากลัวกว่าเมื่อครู่

เทพยุทธ์เสว่ถูที่ลอยอยู่บนอากาศได้เปรียบกว่าจนทำให้เทพยุทธ์นั้นไม่มีโอกาศที่จะตอบโต้ เเละเมื่อสองมือประกบกัน พลังโลหิตก็พุ่งกระจายออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา จากนั้นกลายเป็นดาบโลหิต ต่อมาร่างทั้งร่างก็ทยานลงมาแล้วพุ่งเข้าโจมตีไปที่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้

ฉึบ!

คมดาบที่เปื้อนเลือดสะบัดขึ้นลง จากนั้นดาบคมเเทงเข้าที่คอของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้จนทะลุ

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ดิ้นพล่าน และไม่นานแขนขาของเขาก็หมดเเรงลง

“อ๊ะ?”

ทุกคนตะลึง

แม้แต่เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนที่มองดูการต่อสู้อยู่ก็ถึงกับตะลึง

ใครก็คาดไม่ถึง เทพยุทธ์เสว่ถูและเทพยุทธ์เปินเหลยจะสามารถฆ่าเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ได้อย่างสบายๆแบบนี้

ยืนมองดูเลือดที่พุ่งออกมาพร้อมกับหัวที่กำลังจะหลุดออกจากบ่า ทุกคนบนโลกนี้ต่างก็ไม่อยากจะเชื่อ

“ตายแล้วเหรอ? ตายแล้ว! ฮ่าๆๆ มันตายเเล้ว!”

เทพยุทธ์เปินเสวี่ยที่ตกอยู่ในห้วงของอาการตกใจเมื่อครู่ พอเรียกสติกลับมาได้ก็หัวเราะเสียงดัง

“ฮ่าๆๆๆๆ ตอนนี้เทพยุทธ์มีสามาร่าง ทุกคน พวกเราก็สามารถแยกกันคนละร่างได้แล้ว! ฮ่าๆๆๆๆ…”

เทพยุทธ์เสว่ถูหัวเราะอย่างสะใจและเเววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความฮึกเหิม

การตายของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ทำให้สมองของทุกคนชะงักไป

ทุกคนต่างพากันยืนมองอ้าปากค้างและสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

คนของตระกูลดาบโลหิตพากันอึ้ง

หลางหยา ฉินเจี้ยวหนู่ ฉางหลาฟู้และอีกลายคนที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดก็ต่างพากันตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็น

“พี่หลิน!”

วิทยุสื่อสารที่เหน็บตรงเอวของหลินหยางที่กำลังนั่งจิบน้ำชาก็ส่งเสียงขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

เพื่อสะดวกต่อการติดต่อสื่อสารและสะดวกต่อหารพกพา หลินหยางได้นำอุปกรณ์นี้มาจากดินแดนแห่งความเงียบและความตาย

“เทพยุทธ์เจิ้นอวี้…ตายแล้ว…”

เสียงที่ดังออกมาจากวิทยุสื่อสารคือเสียงของฉินเจี้ยนหนู่

“ไม่ต้องสนใจ พวกเธอรอยู่ตรงนั้นเงียบๆ รอเเค่คำสั่งจากฉันก็พอ!”

หลินหยางพูดเสียงเรียบ

“ค่ะ…ค่ะ…”

หลินหยางจุดบุหรี่พร้อมกับเเววตาที่เเข็งกร้าว

“ทำได้ดีมาก เสว่ถู!”

เปินเหลยหัวเราะร่า จากนั้นก็ลอยไปหาเสว่ถู

“เหอะ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าคนนี้จะอ่อนแอได้ขนาดนี้ ดูท่าแล้วพลังเทพยุทธ์อะไรนี่ก็เป็นแค่ชื่อเสียงเเละพลังจอมปลอมก็เท่านั้น!”

เทพยุทธ์เสว่ถูหัวเราะเบาๆ

“ดูท่าแล้วเจ็ดเทพยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ ควรได้รับการตัดสินใจจากพวกคุณทั้งสองแล้วล่ะ!”

เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนพอเรียกสติกลับมาได้ก็ยิ้ม จากนั้นก็ลอยไปหาเทพยุทธ์เสว่ถู

เทพยุทธ์เสว่ถูเหลือบมองไปที่เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนและกำลังจะอ้าปากพูด

ทันใดนั้น เหมือนเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที จากนั้นเขาก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง “เปินเหลย ระวัง!”

ถึงแม้ว่าเทพยุทธืทั้งสี่จะเป็นคนที่เฉลียลฉลาด และรู้ว่าอาคารมอบรางวัลค่าหัวตั้งใจที่จะปล่อยศพทิ้งไว้เพื่อให้พวกเขานั้นต่อสู้กันเอง

แต่ก็รู้ๆกันว่าคนทั้งสี่นี้คงจะไม่ต่อสู้กันเองอย่างแน่นอน

“เทพยุทธ์งั้นเหรอ? ถุย! ก็เป็นแค่พวกขยะไร้ประโยชน์ล่ะวะ! ”

ชายคนหนึ่งที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของอาคารมอบรางวัลค่าหัวถ่มน้ำลายใส่เทพยุทธ์เปินเหลยแล้วหัวเราะเสียงเย็นยะเยือก “เป็นไงบ้าง? คิดไม่ถึงล่ะสิเปินเหลย? ว่าวันหนึ่งพวกแกจะตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกฉัน!”

“ถ้าฉันไม่ถูกเสี้ยวเทียนโจมตีล่ะก็ พวกแกก็เป็นแค่สิ่งของอะไรบางอย่างล่ะ?”

เทพยุทธ์เปินเหลยกัดฟันพูด

“เหอะ พวกเราเป็นอะไรงั้นเหรอ? พวกเราก็เป็นคนที่จะมาเอาชีวิตของแกนี่ไงล่ะ!”

ชายคนนั้นไม่เพียงแค่ยิ้มเย็น เพราะเขาพร้อมที่จะลงมือในทันที “จับเอาไว้ พากมันกลับไปที่อาคารมอบรางวัลค่าหัวก่อน!”

“ครับ!”

สีหน้าของทุกคนนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจและล้อมเขาเอาไว้

แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังล้อมเปินเหลย

ปังปังปังปัง…

ทุกคนที่เข้าใกล้เทพยุทธ์เปินเหลยต่างพากันตัวระเบิดอย่างกระทันหัน ด้วยแรงระเบิดจากร่างกายของหลายๆคนทำให้เกิดหมอกเลือดลอยฟุ้งเต็มไปหมดและตายอย่างอนาถ!

“อะไรกัน?”

ผู้บริหารระดับสูงคนนั้นถึงกับสั่นเทา จากนั้นจึงมองไปที่เทพยุทธ์เปินเหลย

แต่สีหน้าของเทพยุทธ์เปินเหลยในตอนนี้มีแต่ความงุนงง

ตัวเขารู้สึกชัดเจนเลยว่าเขาไม่ได้เป็นคนลงมือ อีกอย่างสภาพของเขาในตอนนี้ก็ไม่สามารถที่จะลงมือได้ขนาดนี้!

ถ้าอย่างนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เปินเหลยมองไปรอบๆด้วยความอยากรู้ว่าใครเป็นคนลงมือ

จากนั้นเพีบงเสี้ยววินาที สิ่งที่ทำให้ทุกคนถึงกับรู้สึกหวาดกลัวก็ปรากฏตัวออกมา

เห็นเพียงแค่ศพของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้กำลังสั่นสะเทือน จากนั้นศพก็ค่อยๆลุกขึ้นมา

ร่างที่ไร้ศีรษะคลำที่พื้นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบเอาศรีษะของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ขึ้นมาแล้วค่อยๆบรรจงวางลงที่คอของตัวเอง

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้…ฟื้นคืนชีพแล้ว!

“อ๊ากก!”

เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่ว

ทั้งคนที่อยู่ในที่สว่างหรืออยู่ในมุมมืดต่างก็พากันตกใจ

“เซียวโส่อี้สามารถรอดชีวิตได้งั้นเหรอ? นี่มัน…เป็นไปได้ยังไง?”

เทพยุทธ์เปินเหลยถึงกับอึ้งจนไปไม่ถูก สายตาก็จับจ้องไปที่เงาของร่างที่กำลังยืนขึ้น

เห็นเพียงเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ขยับคอไปมา รอยแยกของคอที่ขาดไปก่อนหน้านี้ค่อยๆผสานเข้าหากันอย่างช้าๆ

และจากนั้นไม่นาน ทุกอย่างก็กลับมาปกติและหายดีจากบาดแผลทั้งหมด

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้กวาดสายตามองไปที่คนของอาคารมอบรางวัลค่าหัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากสีหน้าที่เรียบเฉยก็ค่อยๆฉีกยิ้มออกมาและยกมือขึ้นอีกครั้ง

ปังปังปังปัง…

คนที่เหลือทั้งหมดระเบิดกลายเป็นหมอกเลือด

หมอกเลือดล่อลลอยอยู่ท่ามกลางอากาศ

สถานที่เกิดเหตุในตอนนี้เงียบสงัด

ตอนนี้ แม้กระทั่งเทพยุทธ์เปินเหลยเองก็เหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหินไปโดยสิ้นเชิง

“แปลกใจมากล่ะสิ?”

เทพยุทธ์เจิ้นอวี้มองไปที่เทพยุทธ์เปินเหลยพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “ความจริงแล้ว พวกแกก็เป็นแค่ของเล่นของฉันแค่นั้นแหล่ะ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา