การเคลื่อนไหวแบบนี้ทำให้คนอื่นๆไม่ได้ป้องกันอะไรเลย
เเววตาของเทพยุทธ์เสว่ถูนั้นเย็นยะเยือก เขายกมือขึ้นทำท่าป้องกันในทันที
ปัง!
สองหมัดปะทะกันทำให้พลังที่ปล่อยออกมานั้นเกิดระเบิดขึ้นและเสียงดังอึดทึกคึกโครม
แต่ในเสี้ยววินาที โซ่เหล็กที่เเข็งแรงและทรงพลังก็พุ่งทะลุเสื้อของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ออกมาจากนั้นโซ่เหล็กนั้นก็พุ่งไปที่เทพยุทธ์เสว่ถู
สีหน้าของเทพยุทธ์เสว่ถูถึงกับเปลี่ยนสี จากนั้นปลปล่อยพลังโลหิตออกมาทันทีและจงใจให้เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ถอยกลับ
แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเอาไว้
“ไม่ต้องพากันตกใจไป ฉันมาช่วยพวกคุณ!”
เทพยุทธืเปินเหลยตะโกนขึ้นพร้อมกับชูมือขึ้นกลางอากาศ จากนั้นบนฝ่ามือของเขาก็ปรากฏลูกศรสายฟ้าขึ้นจากนั้นเขาก็เหวี่ยงลูกศรนั้นไปที่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้
ฉึก!
ลูกศรสายฟ้าปักลงบนร่างของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้อย่างรุนแรงจากนั้นก็ระเบิดทันที
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ได้รับเเรงระเบิดจนร่างกายถูกผลักลอยออกไปแบบอัตโนมัติ
“ระเบิดโลหิต!”
เทพยุทธ์เสว่ถูรีบคว้าทันที
หวืดๆๆๆ…
บนร่างของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดสีเเดงสด จากนั้นเขารีบพันร่องรอยบาดแผลนั้นทันทีจนทำให้ตอนนี้เขาดูเหมือนตัวไหม
ต่อจากนั้น
ปัง!
ร่างที่เหมือนตัวไหมเมื่อครู่ก็ระเบิดออกอีกครั้ง
เทพยุทธืเจิ้นอวี้หล่นตุ๊บลงมาจากบนฟ้าพร้อมกับบาดแผลที่ฟกช้ำไปทั้งตัว
เหล่าคนที่แอบอยู่ในมุมมืดต่างพากันมองเป็นตาเดียวด้วยความตกใจ
ทำไมเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ ถึงไม่สามารถโจมตีได้?
“ก็ไม่เท่าไหร่นี่!”
เทพยุทธ์เปินเสวี่ยหัวเราะเย็น จากนั้นก็แบมืออกอีกครั้ง ทันใดนั้นก็เกิดเมฆหนาอยู่เหนือศีรษะ
จากนั้นเทพยุทธ์เปินเหลยก็เริ่มร่ายเวทมนต์ ไม่นานเสียงฟ้าร้องก็คำรามลั่นพร้อมกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาซึ่งสายฟ้านั้นผ่าลงไปที่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ทันที
“อย่าดูถูกคนอื่น!”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้คำรามเสียงต่ำ
มือทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือศีรษะเพื่อสร้างม่านป้องกันไว้เพื่อต้านเเรงจากสายฟ้าที่กำลังผ่าลงมา
“เจิ้นอวี้ ถึงแม้ว่านายจะเป็นคนที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์มากที่สุด แต่นายไม่สามารถที่จะต้านทานการโจมตีของเทพเจ้าทั้งสองได้หรอกนะ! ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่านายน่ะไปเอาความกล้าบ้าบิ่นนี้มาจากไหน กล้าที่จะเป็นไม้กระดาน ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่นายจะได้ตายสมใจ!”
ดวงตาทั้งสองของเทพยุทธ์เสว่ถูนั้นแดงก่ำ จากนั้นฝ่ามือของเขาก็คว่ำลงแล้วชูขึ้นอีกครั้ง
“โลหิตฟ้าดินคำราม!”
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม…
จู่ๆหนามโลหิตก็พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินเหมือนกับตะปูที่โผล่ขึ้นมาจากดิน ทั้งแหลมคมและน่ากลัว
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ทำได้เพียงต้านพลังของสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากท้องฟ้า ส่วนการโจมตีด้านล่างนั้นไม่ทันที่จะได้เตรียมการป้องกันใดๆ
ฉึบ!
ได้ยินเพียงเสียงเนื้อที่โดนหนามแหลมนั้นทิ่มเเทง
หนามแหลมนั้นเจาะจงพุ่งไปแทงที่บริเวณหน้าอกของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ เพียงไม่นานเลือดสีเเดงสดก็ไหลทะลักออกมาจนน่ากลัว
เลือดทะลักออกจากปากของเขา ส่วนหน้าอกที่โดนหนามเมื่อครู่ก็เกิดเป็นรูให้เห็น ด้วยร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสส่งผลให้ม่านพลังป้องกันทลายลง
สายฟ้าที่ลงมาจากท้องฟ้านั้นฟาดลงที่เขาอย่างจัง ทำให้เนื้อของเขาถูกตัดเป็นชิ้นๆ
“อะไรน่ะ?”
หลายคนต่างตกใจกับภาพที่เห็น
เหล่าสมาชิกของตระกูลดาบโลหิที่กำลังต่อสู้อยู่ด้านข้างของประตูเองก็ยังตกใจ
แต่ทว่าเหตุการณ์ต่อมานั้นน่ากลัวกว่าเมื่อครู่
เทพยุทธ์เสว่ถูที่ลอยอยู่บนอากาศได้เปรียบกว่าจนทำให้เทพยุทธ์นั้นไม่มีโอกาศที่จะตอบโต้ เเละเมื่อสองมือประกบกัน พลังโลหิตก็พุ่งกระจายออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา จากนั้นกลายเป็นดาบโลหิต ต่อมาร่างทั้งร่างก็ทยานลงมาแล้วพุ่งเข้าโจมตีไปที่เทพยุทธ์เจิ้นอวี้
ฉึบ!
คมดาบที่เปื้อนเลือดสะบัดขึ้นลง จากนั้นดาบคมเเทงเข้าที่คอของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้จนทะลุ
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้ดิ้นพล่าน และไม่นานแขนขาของเขาก็หมดเเรงลง
“อ๊ะ?”
ทุกคนตะลึง
แม้แต่เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนที่มองดูการต่อสู้อยู่ก็ถึงกับตะลึง
ใครก็คาดไม่ถึง เทพยุทธ์เสว่ถูและเทพยุทธ์เปินเหลยจะสามารถฆ่าเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ได้อย่างสบายๆแบบนี้
ยืนมองดูเลือดที่พุ่งออกมาพร้อมกับหัวที่กำลังจะหลุดออกจากบ่า ทุกคนบนโลกนี้ต่างก็ไม่อยากจะเชื่อ
“ตายแล้วเหรอ? ตายแล้ว! ฮ่าๆๆ มันตายเเล้ว!”
เทพยุทธ์เปินเสวี่ยที่ตกอยู่ในห้วงของอาการตกใจเมื่อครู่ พอเรียกสติกลับมาได้ก็หัวเราะเสียงดัง
“ฮ่าๆๆๆๆ ตอนนี้เทพยุทธ์มีสามาร่าง ทุกคน พวกเราก็สามารถแยกกันคนละร่างได้แล้ว! ฮ่าๆๆๆๆ…”
เทพยุทธ์เสว่ถูหัวเราะอย่างสะใจและเเววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความฮึกเหิม
การตายของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ทำให้สมองของทุกคนชะงักไป
ทุกคนต่างพากันยืนมองอ้าปากค้างและสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
คนของตระกูลดาบโลหิตพากันอึ้ง
หลางหยา ฉินเจี้ยวหนู่ ฉางหลาฟู้และอีกลายคนที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดก็ต่างพากันตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็น
“พี่หลิน!”
วิทยุสื่อสารที่เหน็บตรงเอวของหลินหยางที่กำลังนั่งจิบน้ำชาก็ส่งเสียงขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
เพื่อสะดวกต่อการติดต่อสื่อสารและสะดวกต่อหารพกพา หลินหยางได้นำอุปกรณ์นี้มาจากดินแดนแห่งความเงียบและความตาย
“เทพยุทธ์เจิ้นอวี้…ตายแล้ว…”
เสียงที่ดังออกมาจากวิทยุสื่อสารคือเสียงของฉินเจี้ยนหนู่
“ไม่ต้องสนใจ พวกเธอรอยู่ตรงนั้นเงียบๆ รอเเค่คำสั่งจากฉันก็พอ!”
หลินหยางพูดเสียงเรียบ
“ค่ะ…ค่ะ…”
หลินหยางจุดบุหรี่พร้อมกับเเววตาที่เเข็งกร้าว
“ทำได้ดีมาก เสว่ถู!”
เปินเหลยหัวเราะร่า จากนั้นก็ลอยไปหาเสว่ถู
“เหอะ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าคนนี้จะอ่อนแอได้ขนาดนี้ ดูท่าแล้วพลังเทพยุทธ์อะไรนี่ก็เป็นแค่ชื่อเสียงเเละพลังจอมปลอมก็เท่านั้น!”
เทพยุทธ์เสว่ถูหัวเราะเบาๆ
“ดูท่าแล้วเจ็ดเทพยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ ควรได้รับการตัดสินใจจากพวกคุณทั้งสองแล้วล่ะ!”
เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนพอเรียกสติกลับมาได้ก็ยิ้ม จากนั้นก็ลอยไปหาเทพยุทธ์เสว่ถู
เทพยุทธ์เสว่ถูเหลือบมองไปที่เทพยุทธ์เสี้ยวเทียนและกำลังจะอ้าปากพูด
ทันใดนั้น เหมือนเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที จากนั้นเขาก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง “เปินเหลย ระวัง!”
ถึงแม้ว่าเทพยุทธืทั้งสี่จะเป็นคนที่เฉลียลฉลาด และรู้ว่าอาคารมอบรางวัลค่าหัวตั้งใจที่จะปล่อยศพทิ้งไว้เพื่อให้พวกเขานั้นต่อสู้กันเอง
แต่ก็รู้ๆกันว่าคนทั้งสี่นี้คงจะไม่ต่อสู้กันเองอย่างแน่นอน
“เทพยุทธ์งั้นเหรอ? ถุย! ก็เป็นแค่พวกขยะไร้ประโยชน์ล่ะวะ! ”
ชายคนหนึ่งที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของอาคารมอบรางวัลค่าหัวถ่มน้ำลายใส่เทพยุทธ์เปินเหลยแล้วหัวเราะเสียงเย็นยะเยือก “เป็นไงบ้าง? คิดไม่ถึงล่ะสิเปินเหลย? ว่าวันหนึ่งพวกแกจะตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกฉัน!”
“ถ้าฉันไม่ถูกเสี้ยวเทียนโจมตีล่ะก็ พวกแกก็เป็นแค่สิ่งของอะไรบางอย่างล่ะ?”
เทพยุทธ์เปินเหลยกัดฟันพูด
“เหอะ พวกเราเป็นอะไรงั้นเหรอ? พวกเราก็เป็นคนที่จะมาเอาชีวิตของแกนี่ไงล่ะ!”
ชายคนนั้นไม่เพียงแค่ยิ้มเย็น เพราะเขาพร้อมที่จะลงมือในทันที “จับเอาไว้ พากมันกลับไปที่อาคารมอบรางวัลค่าหัวก่อน!”
“ครับ!”
สีหน้าของทุกคนนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจและล้อมเขาเอาไว้
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังล้อมเปินเหลย
ปังปังปังปัง…
ทุกคนที่เข้าใกล้เทพยุทธ์เปินเหลยต่างพากันตัวระเบิดอย่างกระทันหัน ด้วยแรงระเบิดจากร่างกายของหลายๆคนทำให้เกิดหมอกเลือดลอยฟุ้งเต็มไปหมดและตายอย่างอนาถ!
“อะไรกัน?”
ผู้บริหารระดับสูงคนนั้นถึงกับสั่นเทา จากนั้นจึงมองไปที่เทพยุทธ์เปินเหลย
แต่สีหน้าของเทพยุทธ์เปินเหลยในตอนนี้มีแต่ความงุนงง
ตัวเขารู้สึกชัดเจนเลยว่าเขาไม่ได้เป็นคนลงมือ อีกอย่างสภาพของเขาในตอนนี้ก็ไม่สามารถที่จะลงมือได้ขนาดนี้!
ถ้าอย่างนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เปินเหลยมองไปรอบๆด้วยความอยากรู้ว่าใครเป็นคนลงมือ
จากนั้นเพีบงเสี้ยววินาที สิ่งที่ทำให้ทุกคนถึงกับรู้สึกหวาดกลัวก็ปรากฏตัวออกมา
เห็นเพียงแค่ศพของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้กำลังสั่นสะเทือน จากนั้นศพก็ค่อยๆลุกขึ้นมา
ร่างที่ไร้ศีรษะคลำที่พื้นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบเอาศรีษะของเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ขึ้นมาแล้วค่อยๆบรรจงวางลงที่คอของตัวเอง
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้…ฟื้นคืนชีพแล้ว!
“อ๊ากก!”
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่ว
ทั้งคนที่อยู่ในที่สว่างหรืออยู่ในมุมมืดต่างก็พากันตกใจ
“เซียวโส่อี้สามารถรอดชีวิตได้งั้นเหรอ? นี่มัน…เป็นไปได้ยังไง?”
เทพยุทธ์เปินเหลยถึงกับอึ้งจนไปไม่ถูก สายตาก็จับจ้องไปที่เงาของร่างที่กำลังยืนขึ้น
เห็นเพียงเทพยุทธ์เจิ้นอวี้ขยับคอไปมา รอยแยกของคอที่ขาดไปก่อนหน้านี้ค่อยๆผสานเข้าหากันอย่างช้าๆ
และจากนั้นไม่นาน ทุกอย่างก็กลับมาปกติและหายดีจากบาดแผลทั้งหมด
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้กวาดสายตามองไปที่คนของอาคารมอบรางวัลค่าหัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากสีหน้าที่เรียบเฉยก็ค่อยๆฉีกยิ้มออกมาและยกมือขึ้นอีกครั้ง
ปังปังปังปัง…
คนที่เหลือทั้งหมดระเบิดกลายเป็นหมอกเลือด
หมอกเลือดล่อลลอยอยู่ท่ามกลางอากาศ
สถานที่เกิดเหตุในตอนนี้เงียบสงัด
ตอนนี้ แม้กระทั่งเทพยุทธ์เปินเหลยเองก็เหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหินไปโดยสิ้นเชิง
“แปลกใจมากล่ะสิ?”
เทพยุทธ์เจิ้นอวี้มองไปที่เทพยุทธ์เปินเหลยพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “ความจริงแล้ว พวกแกก็เป็นแค่ของเล่นของฉันแค่นั้นแหล่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...