หลินหยางตะลึงไปเล็กน้อย
“รับผิดชอบหน้าที่ที่าสำคัญกว่าอย่างนั้นเหรอ?”
เขาขมวดคิ้วแน่นและพูดออกไปด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจว่า “หัวใจมังกรนี้ฉันได้รับมันมาด้วยความบังเอิญ ไม่ใช่ของขวัญจากตระกูลมังกรของพวกคุณที่ให้มา ฉันไม่รู้สึกว่าฉันจำเป็นต้องรับผิดชอยหน้าที่อะไรที่มันสำคัญ!”
เหอเหล่าหัวเราะแล้วพูดเสียงเรียบว่า “เรื่องบางเรื่อง เกรงว่าถึงจะหลบซ่อนมันยังไงก็จะสามารถหลบซ่อนมันไปตลอดได้!”
คำพูดที่พูดออกมานั้นเห็นได้ชัดว่ามีนัยอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
แต่ดูท่าเเล้วเหอเหล่าไม่อยากที่จะพูดต่อ
“สุสานบรรพบุรษมังกรอยู่ที่นี่ก็เพื่อที่จะผนึกอะไรล่ะ?”
หลินหยางเอ่ยถามอีกครั้ง
“ฉันก็พูดไปแล้วไงว่าฉันเองก็ไม่รู้ อีกทั้งก่อนหน้านี้พวกเราก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับบรรพบุรษเลยหรือบางที นี่อาจจะเป็นความลับก็ได้”
เหอเหล่าส่ายหัวและพูดด้วยเสียงที่ราบเรียบอีกครั้ง “แต่ว่าก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่รู้สึกว่ามันแปลกๆอยู่”
“เรื่องอะไร?”
“นั่นก็คือพลังของชีพจรมังกรเลือดมังกรใต้ดินนั้นเริ่มบางลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ ชีพจรมังกรใต้ดินเองก็มีเส้นทางที่สามารถออกไปสู่โลกภายนอกได้ เส้นทางพวกนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดจากธรรมชาติ แต่ว่าเมื่อร้อยปีที่ผ่านมานี้เกิดเส้นทางธรรมชาติขึ้นมาเรื่อยๆ”
เหอเหล่ามองไปที่หลินหยางแล้วพูดเสียงนิ่งว่า “คุณรู้ไหมว่ามันหมายถึงอะไร?”
“นับวันคนข้างนอกสามารถเข้ามาในชีพจรมังกรใต้ดินได้มากขึ้น?”
หลินหยางขมวดคิ้ว
“ใช่”
เหอเหล่าพยักหน้า “มันมีปัจจัยภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวข้องกัน ซึ่งหมายความว่าชีพจรมังกรใต้ดินที่อยู่มาเป็นร้อยเป็นพันปีนั้นได้ถูกทำลายแล้ว พูดตามจริง ชีพจรมังกรก็หลายมาเป็นแบบนี้ นั่นมันไม่ได้เกินความคาดหมายของฉัน ดังนั้นฉันจะไม่เข้าไปแทรกแซงชีพจรมังกรใต้ดิน สิ่งที่ฉันทำได้มากที่สุดก็คือปกป้องสายเลือดของชีพจรมังกรเพียงเท่านั้น”
“แต่ตอนนี้ ผู้สืบทอดมังกรศักดิ์สิทธิ์ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ฉันก็หวังว่าตระกูลมังกรจะสามารถเป็นกำลังให้กับลูกของมังกรได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะติดตามมังกรที่แท้จริงไม่ใช่เป็นเพียงแค่การฝ่าฝืนวิถีสวรรค์ และต่อต้านผู้คนที่เป็นศัตรูกับมังกรให้หมด ”
และเมื่อพูดถึงตรงนี้ เหอเหล่าก็เสมืองมองไปทางหลงเสี้ยว ในแววตาของเขาก็ยังคงมีความสงสัยอยู่
หลงเสี้ยวชะงักไป แต่เขาก็ยังคงรู้สึกไม่เต็มใจ
“เหอเหล่า เขาไม่ใช่คนของเผ่าเราตระกูลเรานะ!”
“บังอาจ นี่นายกำลังดูหมิ่นทายาทมังกรศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นเหรอ?”
เหอเหล่าตะคอกเสียงใส่
“นี่…”
“เชิญทางนี้ครับ ทายาทมังกร”
ตอนนี้ เหอเหล่าหมุนตัวกลับเพื่อจะเดินตรงไปยังหัวของมังกร
หลินหยางยังคงรู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่เหอเหล่าคนนี้ก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรเขา เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินตามไป
“พวกนายรออยู่ตรงนี้แหล่ะ ไม่ต้องตามมา”
เหอเหล่าเห็นจิ่วอวี้ อวี้ปี้หงและคนอื่นๆกำลังจะตามมา แต่เขานั้นก็ได้พูดดักไว้ก่อน
“ไม่ได้ ถ้าหากว่าจู่ๆเหล่าเหอเกิดคิดจะทำร้ายนายท่านของพวกเราขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?”
อวี้ปี้หงตะคอกใส่
“บังอาจ!”
เหอเหล่าเองก็ตะคอกกลับไปด้วยน้ำเสียงเดือดดาล “ที่นี่คืออาณาเขตของเทพมังกร คนนอกห้ามเข้า นอกเสียจากจะเป็นทายาทมังกรเเล้วคนอื่นห้ามเด็ดขาด คนอื่นๆอย่าๆด้คิดก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็จะถือว่าลบหลู่เทพมังกร!”
“แก...”
อวี้ปี้หงเองก็โกรธไม่ต่างกัน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ถูกไป๋เย่พูดดักเสียก่อน
“เอาล่ะๆ อวี้หง พวกเธอก็รออยู่ตรงนี้แหล่ะ!”
เมื่อเห็นว่าไป๋เย่พูดเช่นนี้แล้วทุกคนก็คงได้แต่ทำตาม
“หลงเสี้ยว”
ไป๋เย่มองไปที่คนตระกูลมังกรและพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าว่า “ฉันหวังว่าถ้าฉันออกมาแล้ว ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ทุกส่วนของร่างกายจะไม่บุบสลายหรือหายไป ถ้าหากว่าเส้นผมของพวกเขาหายไปแม้แต่เส้นเดียวล่ะก็ ฉันจะทำลายตระกูลมังกรให้สิ้นซากเข้าใจไหม?”
เมื่อหลงเสี้ยวได้ยินดังนั้น เขาก็ได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ กรามทั้งสองข้างปูดขึ้นเกิดจากที่เขานั้นกัดฟันกรามเพื่อข่มอารมณ์เอาไว้
แต่อย่างไรก็ตาม หลินหยางในตอนนี้ที่แข็งแกร่งมากกว่าใครในที่นี้นั้น เขาเองก็ไม่กล้าที่จะฝ่าฝืนคำสั่ง
“ป่ะพ่อเฒ่า พวกเราเข้าไปกันเถอะ”
หลินหยางกล่าว
“ได้ เชิญทางนี้!”
เหอเหล่าพยักหน้าพร้อมกับเดินนำทางหลินหยางเข้าไปด้านในส่วนหัวมังกรที่มีขนาดใหญ่ โดยเดินผ่านเข้าไปทางปากของมังกร
และทันทีที่หลินหยางก้าวเข้าไปในปากของมังกร
ตึกๆ!
ตึกๆ!
ตึกๆ...
“จะบอกเรื่องนี้ให้รู้ก่อนตั้งแต่แรกได้ยังไง? ถ้าอย่างนั้น จะทดสอบคุณได้ยังไงกันล่ะ?”
เหล่าเหอส่ายหัว
“ทดสอบงั้นเหรอ?”
หลินหยางหายใจหอบสั่น และเหมือนว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างออก จากนั้นเขาพูดออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ “หรือว่า…นี่คือ…”
“ไม่ผิดหรอก”
เหอเหล่ากล่าว “ที่ฉันพาคุณเข้ามาที่นี่ก็เพื่อที่จะทดสอบคุณยังไงล่ะ คุณได้รับหัวใจมังกรนี้มา ก็ใช่อยู่ว่าคุณเป็นผู้สืบทอดมังกรศักดิ์สิทธิ์ แต่นั่นก็เป็นเพียงการพูดผิวเผินก็เท่านั้น ถ้าหากว่าจะเป็นผู้สืบทอดมังกรศักดิ์สิทธิ์จริงๆล่ะก็ ไม่ใช่คำพูดของฉันเพียงอย่างเดียวหรอก แต่ต้องให้บรรพบุรุษมังกรเป็ฯผู้ตัดสินเท่านั้น!”
“ที่คุณรู้สึกว่าหัวใจของคุณในตอนนี้แทบจะทนไม่ไหว? นั่นก็เป็นเพราะว่าหัวใจมังกรที่อยู่ในร่างกายของคุณรู้สึกได้ถึงพลังโลหิตมังกร ตอนนี้ คุณต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียว ไปพบสายเลือดของบรรพบุรุษมังกร เพื่อที่จะเป็ฯผู้สืบทอดเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ต่อไป! หากคุณตายในระหว่างทาง นั่นหมายความว่าทั้งสายเลือดของมังกรบรรพบุรุษและหัวใจมังกรไม่ยอมรับคุณ และคุณก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์และไม่ได้อยู่ในสายเลือดมังกร!”
เหอเหล่าพูดเสียงต่ำ
เมื่อหลินหยางได้ยินดังนั้น สีหน้าของเขากลับดูเเย่ลง
ถึงว่าทำไมตอนแรกชายชราคนนี้จะพูดดีกับเขา พูดว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างหลินหยางและตระกูลมังกร
ที่แท้ชายชราคิดไว้แล้วว่าจะให้ตัวเขานั้นตายยังไง!
สีหน้าของหลินหยางนั้นเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เย็นชาขึ้นมาทันทีพร้อมกับหมัดที่กำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปู้ดขึ้นตามเเขนของเขา
ตอนนี้เขาสามารถฆ่าชายชราคนนี้ได้ในทันที
แต่หากว่าทำแบบนั้นแล้ว เขาก็จะไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้
” เขามองไปข้างหน้าและกัดฟันพูด “ได้ ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสายเลือดมังกรบรรพบุรุษที่เรียกกันนี้มีจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันเชียว! ”
พูดจบ หลินหยางก็เดินตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง
ส่วนเหอเหล่านั้นได้แต่ส่ายหัวและเดินตามไป แต่ทว่าตาก็อดที่จะกวาดสายตามองหลินหยางไม่ได้
และหลังจากที่เดินไปเรื่อยๆจนเกือบจะครบร้อยก้าว หัวใจของหลินหยางก็เต้นถี่และแรงจึ้นเรื่อยๆมากกว่าคนปกติสิบเท่า
เขาถลกเสื้อขึ้นเพื่อดูหน้าอกที่ปูดโปนขึ้นของตัวเอง
ราวกับว่าหัวใจของเขาจะพุ่งทะลุออกมาจากร่างกายของเขา
“ดูท่าแล้วคุณเริ่มทนไมไหวแล้วสินะ คุณไม่ใช่ผู้สืบทอดเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม?”
เหล่าเหอถอนหายใจ
“นั่นไม่จำเป็น!”
หลินหยางจ้องมองเหล่าเหอด้วยแววตาที่เย็นยะเยือก และทันใดนั้นเขาก็หยิบเข็มมังกรหงเหมิงออกมาแล้วแทงไปที่หัวใจ…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...