เข้าสู่ระบบผ่าน

สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา นิยาย บท 3870

รับรู้ได้ถึงสายตาที่เย็นชาและอารมณ์เคร่งขรึมของหลินหยางที่จ้องมองมา ชิวจิ้นหร่านก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยาม “ทำไม? ดูท่าเหมือนคุณกำลังอารมณ์เสียอยู่นะ? ต้องให้ฉันย้ำอีกครั้งไหม? พันธมิตรชิงเซวียนที่เป็นหมาแมวพวกนี้ ถ้าไม่เรียกว่าไร้ประโยชน์จะให้เรียกว่าอะไร?”

ชิวจิ้นหร่านไม่รู้จักกาลเทศะ แถมยังทำท่าเยาะเย้ยอย่างไม่มีมารยาทอีกด้วย

สายตาของเจ้าเมืองหนานหลี่แสดงออกถึงความโกรธและไม่พอใจเป็ฯอย่างมาก และเหมือนว่าเขากำลังจะพูด แต่หลินหยางดันพูดขึ้นมาเสียก่อน

“ดูเหมือนว่าคุณจะมั่นใจในศักยภาพของตัวเองมากสินะ”

“ดูเหมือนว่าคุณเองก็ดูไม่น่าเลื่อมใสสักเท่าไหร่นะ?”

“ก็ดูไม่น่าเลื่อมใสจริงๆนั่นแหล่ะ งั้นเอางี้ไหม ฉันจะส่งคนไปปะทะฝีมือกับ พันธมิตรชิงเซวียน ดูซิว่าพวกเขาจะเป็นหมาแมวที่ไร้ประโยชน์แบบที่คุณว่าไหม เอาแบบนี้เป็นไง?”

หลินหยางกล่าว

“โอ๋? ฮ่าๆๆๆ น่าสนใจดีนี่! ฮ่าๆๆๆ…”

ชิวจิ้นหร่านหัวเราะขึ้นเสียงดังพร้อมกับทำท่าพยักหน้า ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยจากนั้นจึงพูดต่อว่า “ไม่เคยมีใครกล้าท้าสู้กัยฉันเลยแม้แต่คนเดียว! ดีมาก! ฮ่าๆๆ…”

หลังจากหัวเราะ ชิวจิ้นหร่านก็ยกมือขึ้นโบกไปมา

จากนั้น นักสู้ราวสิบคนก็เดินออกมาจากทางด้านหลังของเธอและเดินมาขนาบข้างเธอ

“ฉันส่งสิบคน คุณส่งออกมาสักพันคน ขอแค่หนึ่งพันคนของคุณสมารถล้มนักสู้ทั้งสิบคนของฉันได้ ฉันจะยอมขอโทษ แล้วจะยอมรับว่าพันธมิตรชิงเซวียนไม่ใช่คนที่ไร้ประโยชน์! เป็นไง?”

หนึ่งพันคนสู้กับสิบคน

เรื่องอะไรแบบนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้

“เล่นน้อยไปนิด”

หลินหยางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นพูดว่า “การอนุญาตของคุณไม่มีความหมาย เอางี้ดีไหม พวกเรามาพนันจริงๆกัน”

“พนันจริงๆงั้นเหรอ? คุณต้องการอะไร?”

“ฉันเห็นว่าคนที่อยู่ข้างๆคุณทุกคนสวมอุปกรณ์แบบเดียวกันกับคุณหลี่ งั้นเอาอย่างนี้ ถ้าหากว่าคนของฉันชนะคนของคุณได้ พวกชุดอุปกรณ์พวกนี้ต้องคืนให้พันธมิตรชิงเซวียนของพวกเราทั้งหมด แบบนี้เป็นไงบ้าง?”

“ไม่ได้!”

เฉียวปู้อี้ตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าและเเววตาที่จริงจัง “เทวดาหมอหลิน ที่พวกเรามาในครั้งนี้ ก็เพราอุปกรณ์ของท่านหว่านหรงที่หายไป คุณจะมาต้องการอะไรกับอุปกรณ์ตั้งพันชิน?”

ฉันก็จะส่งออกไปสิบคนเหมือนกัน!“”

หลินหยางพูดขึ้นทันที

“นั่นก็ไม่ได้!”

เฉียวปู้อี้ปฏิเสธทันที

“รองเเม่ทัพเฉียว!”

ชิวจิ้นหร่านกลับใจร้อนจนตะคอกเสียงดัง

“รองแม่ทัพเฉียว เขาบอกว่าจะส่งคนสิบคนมาสู้กับเรา ถ้าหากว่าพวกเราไม่สู้ แบบนั้นพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ไหน?”

“ถูกต้อง ในเมื่อเขากล้าส่งคนมาสู้กับพวกเราสิบคนเท่ากัน งั้นก็เเสดงว่าพวกเขาเองก็ดูถูกพวกเราเช่นกัน!”

“จะยมรับความอัปยศแบบนี้ได้ยังไงกัน?”

“วันนี้พวกเราต้องลองสั่งสอนพวกเขาให้ได้รู้รสชาติกันซะบ้าง!”

ไม่รอให้ชิวจิ้นหร่านได้เอ่ยอะไรออกมา คนรอบข้างก็พากันก่นด่าด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว

“ทำไม? ไม่กล้าเหรอ? ถ้าไม่กล้า แล้วมาเรียกพวกเราว่าเป็นหมาเป็นแมวตั้งแต่แรกทำไมล่ะ แถมยังมาด่าว่าพวกเราไร้ประโยชร์อีกด้วย? ถ้าพวกเรามันไรประโยชน์ งั้นพวกคุณเองก็คงไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าสินะ?”

หลินหยางหัวเราะเบาๆด้วยสีหน้าที่ยังคงเรียบเฉย

“แก..”

“อย่ามาอวดี!”

“รองแม่ทัพเฉียว...”

ทุกคนต่างพากันมองมาที่เฉียวปู้อี้เป็นตาเดียว

ชิวจิ้นหร่านเเทบจะทนไมไม่ไหว จึงก้าวออกไปด้านหน้าแล้วจ้องไปที่เฉียวปู้อี้

“สิบคนต่อสิบคน นายคิดว่าฉันจะแพ้ได้ยังไง?”

ชิวจิ้นหร่านพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“แต่ว่าท่านชิวครับ หมอเทวดาหลินดูมีความมั่นใจขนาดนี้ เกรงว่าจะต้องพึ่งอะไรสักอย่าง เราอย่าประมาทจะดีกว่านะครับ”

เฉียวปู้อี้พูดเสียงขรึม

“เหอะ เมื่อได้เผชิญหน้ากับปัญหาแล้ว แผนการร้ายต่างๆก็ปลิ้นปล้อน จะกลัวอะไรนักหนา? ไม่ได้ทำสงครามซะหน่อย จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”

ชิวจิ้นหร่านกล่าวหลังจากที่มองไปที่หลินหยาง “มาเรื่มเลย พวกคุณว่าสิบต่อสิบเองนะ ฉันเองก็อยากจะดูเหมือนกันว่าพวกหมูหมาแบบนี้จะซักเท่าไหร่กันเชียว!”

“ถ้าอย่างั้น การด่าทอเมื่อกี้นี้ตรงกับคนขององค์กรว่างั้น?”

หลินหยางกล่าว “ถ้าเป็นแบบนี้ คนของฉันที่อยู่ที่นี่นับหมื่นคนนับหมื่นปาก ขอแค่พวกคุณบอกว่าไม่ละเมิดกฏขององค์กร ฉันคิดว่าพวกเขาก็คงจะมีความสุขมากที่ได้สู้กับท่านชิว!”

“คุณ..”

คนขององค์กรหลายคนไม่พอใจ

“รองแม่ทัพเฉียว ทำไมต้องกลัวเขา? มันก็แค่มรณะบัตรเองไม่ใช่เหรอ! ก็แค่เอากระดาษกับปากกามาเขียนให้มันจบๆ! ฉันจะเซ็นเอง!”

ชิวจิ้นหร่านตะโกน

“ท่านชิว...”

“ปล่อยให้คนอื่นมารังแกถึงขนาดนี้ ยังจะต้องกลัวอะไรอีก? นายอยากชิงชุดอุปกรณ์ของท่านหลี่กลับไปไม่ใช่เหรอ? ถ้าฉันเป็นคนที่ฆ่าคนทั้งสิบคนนั่นแล้วเอาหัวของพวกนั้นส่งให้เทวดาหมอหลินอะไรนั่นเองล่ะ ฉันว่าต้องสะเทือนไปถึงพันธมิตรชิงเซวียนแน่ๆ เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราก็จะรู้และได้ความคิดริเริ่มแล้ว พอถึงตอนนั้นถ้าจะทำอะไรหรอจะพูดอะไรก็ง่ายไปหมด ไม่ใช่เหรอ?”

ชิวจิ้นหร่านขยับเข้ามาใกล้เฉียวปู้อี้แล้วกระซิบกระซาบด้วยเสียงที่เบาลง

และเมื่อเฉียวปู้อี้ได้ฟังดังนั้นก็เริ่มคิดตาม

ก็จริงแหล่ะ

ถ้าหากสามารถโน้มน้ามเทวดาหมอหลินได้ การที่จะทำงานที่ดินแดนแห่งความเงียบและความตายนั้นก็จะง่ายมากยิ่งขึ้น

“ท่านชิว ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผล แต่ว่าถ้าหาก…”

“ไม่มีถ้าหาก!”

ชิวจิ้นหร่านพูดขัดจังหวะของเฉียวปู้อี้ แววตาแสดงออกถึงความมั่นใจมาก “คุณดูพวกกุ้งเน่าปลาเน่าของดินแดนแห่งความเงียบและความตายพวกนั้นสิ แล้วลองกลับมาดูคนของเรา คุณว่าพวกนั้นจะมีความสามารถมากพอที่จะชนะพวกเราได้งั้นเหรอ?”

“นี่มัน...”

เฉียวปู้อี้กวาดสายตามองไปยังคนของฝั่งหลินหยาง

นอกจากเจ้าเมืองหนานหลี่ ปรมาจารย์เซียงหยุนแล้ว จากการคาดการณ์พลังของคนพวกนั้นแล้ว ก็รู้ได้เลยว่าระดับพลังยุทธ์ของพวกเขาไม่ได้เท่าไหร่

การต่อสู้ครั้งนี้ ยังไงก็ไม่แพ้แน่นอน…

“ช่างเหอะ ฉันจะเชื่อคุณสักครั้ง!”

เฉียวปู้อี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับโบกมือไปมา และตัดสินใจ!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา