รับรู้ได้ถึงสายตาที่เย็นชาและอารมณ์เคร่งขรึมของหลินหยางที่จ้องมองมา ชิวจิ้นหร่านก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยาม “ทำไม? ดูท่าเหมือนคุณกำลังอารมณ์เสียอยู่นะ? ต้องให้ฉันย้ำอีกครั้งไหม? พันธมิตรชิงเซวียนที่เป็นหมาแมวพวกนี้ ถ้าไม่เรียกว่าไร้ประโยชน์จะให้เรียกว่าอะไร?”
ชิวจิ้นหร่านไม่รู้จักกาลเทศะ แถมยังทำท่าเยาะเย้ยอย่างไม่มีมารยาทอีกด้วย
สายตาของเจ้าเมืองหนานหลี่แสดงออกถึงความโกรธและไม่พอใจเป็ฯอย่างมาก และเหมือนว่าเขากำลังจะพูด แต่หลินหยางดันพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ดูเหมือนว่าคุณจะมั่นใจในศักยภาพของตัวเองมากสินะ”
“ดูเหมือนว่าคุณเองก็ดูไม่น่าเลื่อมใสสักเท่าไหร่นะ?”
“ก็ดูไม่น่าเลื่อมใสจริงๆนั่นแหล่ะ งั้นเอางี้ไหม ฉันจะส่งคนไปปะทะฝีมือกับ พันธมิตรชิงเซวียน ดูซิว่าพวกเขาจะเป็นหมาแมวที่ไร้ประโยชน์แบบที่คุณว่าไหม เอาแบบนี้เป็นไง?”
หลินหยางกล่าว
“โอ๋? ฮ่าๆๆๆ น่าสนใจดีนี่! ฮ่าๆๆๆ…”
ชิวจิ้นหร่านหัวเราะขึ้นเสียงดังพร้อมกับทำท่าพยักหน้า ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยจากนั้นจึงพูดต่อว่า “ไม่เคยมีใครกล้าท้าสู้กัยฉันเลยแม้แต่คนเดียว! ดีมาก! ฮ่าๆๆ…”
หลังจากหัวเราะ ชิวจิ้นหร่านก็ยกมือขึ้นโบกไปมา
จากนั้น นักสู้ราวสิบคนก็เดินออกมาจากทางด้านหลังของเธอและเดินมาขนาบข้างเธอ
“ฉันส่งสิบคน คุณส่งออกมาสักพันคน ขอแค่หนึ่งพันคนของคุณสมารถล้มนักสู้ทั้งสิบคนของฉันได้ ฉันจะยอมขอโทษ แล้วจะยอมรับว่าพันธมิตรชิงเซวียนไม่ใช่คนที่ไร้ประโยชน์! เป็นไง?”
หนึ่งพันคนสู้กับสิบคน
เรื่องอะไรแบบนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้
“เล่นน้อยไปนิด”
หลินหยางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นพูดว่า “การอนุญาตของคุณไม่มีความหมาย เอางี้ดีไหม พวกเรามาพนันจริงๆกัน”
“พนันจริงๆงั้นเหรอ? คุณต้องการอะไร?”
“ฉันเห็นว่าคนที่อยู่ข้างๆคุณทุกคนสวมอุปกรณ์แบบเดียวกันกับคุณหลี่ งั้นเอาอย่างนี้ ถ้าหากว่าคนของฉันชนะคนของคุณได้ พวกชุดอุปกรณ์พวกนี้ต้องคืนให้พันธมิตรชิงเซวียนของพวกเราทั้งหมด แบบนี้เป็นไงบ้าง?”
“ไม่ได้!”
เฉียวปู้อี้ตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าและเเววตาที่จริงจัง “เทวดาหมอหลิน ที่พวกเรามาในครั้งนี้ ก็เพราอุปกรณ์ของท่านหว่านหรงที่หายไป คุณจะมาต้องการอะไรกับอุปกรณ์ตั้งพันชิน?”
ฉันก็จะส่งออกไปสิบคนเหมือนกัน!“”
หลินหยางพูดขึ้นทันที
“นั่นก็ไม่ได้!”
เฉียวปู้อี้ปฏิเสธทันที
“รองเเม่ทัพเฉียว!”
ชิวจิ้นหร่านกลับใจร้อนจนตะคอกเสียงดัง
“รองแม่ทัพเฉียว เขาบอกว่าจะส่งคนสิบคนมาสู้กับเรา ถ้าหากว่าพวกเราไม่สู้ แบบนั้นพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ไหน?”
“ถูกต้อง ในเมื่อเขากล้าส่งคนมาสู้กับพวกเราสิบคนเท่ากัน งั้นก็เเสดงว่าพวกเขาเองก็ดูถูกพวกเราเช่นกัน!”
“จะยมรับความอัปยศแบบนี้ได้ยังไงกัน?”
“วันนี้พวกเราต้องลองสั่งสอนพวกเขาให้ได้รู้รสชาติกันซะบ้าง!”
ไม่รอให้ชิวจิ้นหร่านได้เอ่ยอะไรออกมา คนรอบข้างก็พากันก่นด่าด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว
“ทำไม? ไม่กล้าเหรอ? ถ้าไม่กล้า แล้วมาเรียกพวกเราว่าเป็นหมาเป็นแมวตั้งแต่แรกทำไมล่ะ แถมยังมาด่าว่าพวกเราไร้ประโยชร์อีกด้วย? ถ้าพวกเรามันไรประโยชน์ งั้นพวกคุณเองก็คงไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าสินะ?”
หลินหยางหัวเราะเบาๆด้วยสีหน้าที่ยังคงเรียบเฉย
“แก..”
“อย่ามาอวดี!”
“รองแม่ทัพเฉียว...”
ทุกคนต่างพากันมองมาที่เฉียวปู้อี้เป็นตาเดียว
ชิวจิ้นหร่านเเทบจะทนไมไม่ไหว จึงก้าวออกไปด้านหน้าแล้วจ้องไปที่เฉียวปู้อี้
“สิบคนต่อสิบคน นายคิดว่าฉันจะแพ้ได้ยังไง?”
ชิวจิ้นหร่านพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“แต่ว่าท่านชิวครับ หมอเทวดาหลินดูมีความมั่นใจขนาดนี้ เกรงว่าจะต้องพึ่งอะไรสักอย่าง เราอย่าประมาทจะดีกว่านะครับ”
เฉียวปู้อี้พูดเสียงขรึม
“เหอะ เมื่อได้เผชิญหน้ากับปัญหาแล้ว แผนการร้ายต่างๆก็ปลิ้นปล้อน จะกลัวอะไรนักหนา? ไม่ได้ทำสงครามซะหน่อย จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
ชิวจิ้นหร่านกล่าวหลังจากที่มองไปที่หลินหยาง “มาเรื่มเลย พวกคุณว่าสิบต่อสิบเองนะ ฉันเองก็อยากจะดูเหมือนกันว่าพวกหมูหมาแบบนี้จะซักเท่าไหร่กันเชียว!”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...