“นี่คืออะไร?”
หลินหยางรับเสื้อผ้ามาแล้วจับดู
และพบว่าเสื้อผ้านี้ทำมาจากไหมชนิดพิเศษ และเนื้อผ้านั้นเหมือนถูกเคลือบด้วยของเหลวที่เป็นเอกลักษณ์ ความรู้สึกที่ได้สัมผัสนั้นพิเศษมาก
“ชุดป้องกันครับเทวดาหมอหลิน ไม่ต้องถามมากโปรดเข้าใจความยากลำบากของเราด้วย เพราะถ้าเราเปิดเผยให้คุณมากเกินไป มันอาจจะมีปัญหาตามคุณมาทีหลัง แล้วปัญหาก็จะมาหาพวกเราด้วย”
เฉียวปู้อี้กล่าว
“ดังนั้นเมื่อร่วมมือกันแล้ว คำถามปกติก็ไม่สามารถถามได้เหรอ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่แบบนั้น แค่อย่ากจะให้ท่านถามคำถามน้อยที่สุด”
เฉียวปู้อี้กล่าว
เขาก็รู้ว่าหลินหยางนั้นสุดยอดขนาดไหน และเขามักจะแสร้งแกล้งทำเป็นคนธรรมดาทั่วไป จากนั้นก็ถามคำถามที่สำคัญๆ
หากไม่ระวังในการตอบคำถามของเขาล่ะก็ ก็อาจจะถูกดึงข้อมูลที่สำคัญๆออกมาโดยง่ายจากคำถามที่เขาถาม
หลินหยางไม่ได้พูดอะไร
เห็นได้ชัดเลยว่าเฉียวปู้อี้นั้นค่อนข้างที่จะระมัดระวังมาก
หลินหยางรูปเปลี่ยนชุดป้องกัน
และหลังจากสวมชุดป้องกันแล้ว ควมรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่าง
รู้สึกไม่ค่อยดีนัก
คนขององค์กรต่างผลัดเปลี่ยนกันหมดแล้ว
รอจนเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ทุกคนก็พากันเดินเข้าถ้ำไป
มีชุดเกราะนี้แล้ว แก๊สที่พ่นออกมาจากถ้ำก็ไม่ได้มีผลกับทุกคน
น่าทึ่งมาก!
หลินหยางอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
แต่ไม่นาน เขาเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้สีหน้าก็เปลี่ยนจนขาวซีด
และแก๊สเหล่านี้นั้นออกมาจากแร่จื่อเทียน พลังงานของมันน่าจะออกมาพร้อมกับผลจื่อเทียน ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันอยู่แต่คงไม่ต่างกันมากนัก
ถ้าเป็นแบบนี้ นั่นก็แสดงว่าคนขององค์กรมีวิธีป้องกันจากผงจื่อเทียนน่ะสิ?
และเมื่อคิดได้ถึงตรงนี้ หลินหยางก็ถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก จากนั้นก็มองไปที่เฉียวปู้อี้และชิวจิ้นหร่าน
คิดว่าทั้งคู่นั้นโง่ แต่ความจริงแล้วเป็นเขาเองที่โง่
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะคอยติดตามข่าวอยู่ตลอด พวกเขาไม่ได้ดูใจร้อนเลยแม้แต่นิด และพวกเขายังมอบผงเทียนจื่อให้อย่างไม่ลังเล
ที่แท้…ไม่ใช่คนอื่นนั้นใจกว้าง แต่คนอื่นไม่สนใจเลยต่างหากล่ะ
ดวงตาของหลินหยางนั้นหรี่ลง
ถ้าเป็นแบบนี้ การจิจัยสำคัญของชวี่เจิ่งเกี่ยวกับผงเทียนจื่อก็ไม่ได้มีคุนค่าเหมือนที่คิดเอาไว้สินะ
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่สามารถให้ชวี่เจิ้งนั้นหยุดค้นคว้าวิจัยได้ ถ้าหากว่ามีข้อมูลอะไรใหม่ๆ แน่นอนว่าเป็นเรื่องดี
แต่ชุดนี้ก็ดีมาก และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับการวิจัยของชวี่เจิ้งเป็นอย่างมาก ต้องเอากลับไปให้เขา…
“เทวดาหมอหลิน? เทวดาหมอหลิน!”
ในเวลานี้เอง จู่ๆก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาข้างๆหู
หลินหยางชะงักและนั่นทำให้เรียกสติกลับมา และมองไปที่ชิวจิ้นหร่านที่อยู่ข้างๆอย่างแปลกใจ “มีอะไรเหรอ?”
“เทวดาหมอหลิน คุณไม่ลงไปเหรอ?”
ชิวจิ้นหร่านถาม “ถึงตาคุณลงไปแล้ว!”
หลินหยางตื่นจากภวังค์แล้วมองไปรอบๆ แล้วพบว่าคนขององค์กรนั้นลงไปหมดแล้วเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
“ลง ลงสิ”
หลินหยางหัวเราะจากนั้นก็เดินเข้าถ้ำไป
เดินไปตามทางลาดภายในถ้ำ หลินหยาง หลินหยางเดินลงไปจนสุดทางและความเร็วของการเดินลงนั้นเร็วจนทำให้เกือบล้ม…
ชิวจิ้นหร่านที่อยู่ด้านหลังมองเขาแล้วจึงเดินตามเข้ามา
ทุกคนเดินลงไปตามทางลาดเป็นระยะทางหลายสิบเมตรก่อนที่จะหยุด
ปกติแล้วภายในถ้ำจะมืดจนมองไม่เห็นอะไรเลย
แต่เหมือนว่าถ้ำแร่จื่อเทียนต่างออกไป
หลินหยางรับรู้แสงสีม่วงได้ตั้งแต่เเรกแล้ว
และเมื่อเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้ แสงสีม่วงที่อยู่เบื้องหน้านั้นทำให้มีแสงสว่าง
หลินหยางมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นเร็ว
คนขององค์กรคนนั้นพยักหน้า จากนั้นก็ตามหลังหลินหยางไป
หลินหยางเดินผ่านเหมืองอย่างระมัดระวัง เเสงสีม่วงก็ยิ่งสวยขึ้นเมื่อเดินลึกเข้าไป หัวใจของเขาเต้นแรงมากขึ้น เเละในที่สุด เขาก็มาถึงด้านหน้าสายแร่ แสงสีม่วงที่เห็นนั้นออกมาจากที่ตรงนี้
เขาสังเกตดูแสงสีม่วงนี้อย่างละเอียด ก็พบว่าเเร่เทียนจื่อนี้แตกต่างไปจากเเสงสีม่วงอื่นๆ เเสงสีม่วงนี้บริสุทธิ์กว่า แข็งแกร่งกว่า และดูเหมือนว่ามีพลังงันลึกลับซ่อนอยู่
ในใจของหลินหยางคิดว่า หินเเร่จื่อเทียนชิ้นนี้กับหิินชิ้นอื่นๆเหมือนกัน แต่ด้านในมีอะไรที่ผิดแปลกไปอย่างมาก
“มีเครื่องมือไหม?”
หลินหยางมองไปที่คนขององค์กรที่ตามเขามา
ชายคนนั้นชะงักไป และตอบอัตโนมัติ “มี…”
“เอามานี่”
หลินหยางยื่นมือออกไป
อีกฝ่ายลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งมอบเครื่องมือที่เขาถืออยู่
หลินหยางรับมา จากนั้นก็เริ่มขุดเเร่สีม่วง
หลินหยางมีสมาธิจดจ่อ หัวใจก็เต้นระรัวด้วยความหวังและตื่นเต้น
เเร่นี้บริสุทธิ์กว่าเเร่จื่อเทียนชิ้นอื่นๆ และยังแพรวพราวกว่า แสงสีม่วงที่ปล่อยออกมานั้นสามารถส่องทะลุเห็นจิตใจของคน
คนขององค์กรที่ยืนอยู่ข้างๆมองเเละขมวดคิ้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “เทวดาหมอหลิน อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องขุดก็ได้ครับ เพราะการขุดของคุณไม่ถูกต้อง อีกอย่างท่านเฉียวก็พูดแล้วว่าคุIไม่ต้องขุด แต่แค่คอยคุ้มกันดูแลความปลอดภัยให้ก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นก็ให้ผมทำเอง!”
หลินหยางไม่ได้สนใจคำพูดของคนข้างๆ อีกทั้งยังตั้งใจขุดอย่างตั้งใจ
และไม่นาน เขาก็ขุกหินเเร่ขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมา
และเมื่อมองหินแร่สีม่วงชิ้นนี้ คนขององค์กรคนนั้นก็เยาะเย้ยและทำเสียงหึในลำคอ
หลินหยางดูท่าทางพอใจกับผลงานของตนเอง เขาทั้งพูดทั้งยิ้มพึงพอใจ
“ขุดออกมาได้ห่วยมาก ดูแล้วก็ไม่เท่าไหร่”
คนขององค์กรคนนั้นส่ายหัวและมองไปที่หลินหยางอย่างเหยียดหยาม
“ไม่มีความรู้เลย”
หลินหยางพูดเสียงเรียบ จากนั้นเขาก็เอาหินชั้นนั้นลงกระเป๋า และรับรู้ได้ถึงความผันผวนแปลกๆที่อยู่รอบๆตัว…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...