แม้ว่าเฉียวปู้อี้จะไม่ได้ชอบหลินหยางเท่าไหร่นัก แต่ เพราะทุกครั้งที่หลินหยางมาเจรจากับผู้คนในสมัชชาใหญ่ ก็จะส่งคนมาบันทึกวิดีโอไว้ด้วยทุกครั้ง ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าความจริงบิดเบือนไม่ได้
การมีวิดีโอที่เป็นหลักฐาน สมัชชาใหญ่ก็จะไม่สามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงได้เลย หากยังฝืนบิดเบือน หลินหยางก็สามารถเผยแพร่เนื้อหาวิดีโอออกไปสู่สาธารณะได้ ซึ่งการทำเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสมัชชาใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ก็เกิดความเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง สายตาของเขาเบนกลับมาที่ตัวหมากรุก และปลายนิ้วเลื่อนไปแตะเบาๆ บนกระดานหมากรุกทำให้เกิดเสียงที่คมชัด
“ดังนั้น เจ้ากำลังจะบอกว่านอกจากคำว่า 'เหตุผล' จะไม่อยู่ฝั่งเราเท่านั้น แต่ว่าในมือของหมอเทวดาหลิน ยังมีหลักฐานว่าผู้ขจัดภัยพิบัติและคนอื่น ๆ ฝ่าฝืนกฎด้วยงั้นเหรอ?” เสียงของชายคนนั้นสงบนิ่งปราศจากอารมณ์ใด ๆ
“ใช่...ใช่แล้ว” การตอบรับของเฉียวปู้อี้แฝงด้วยความกังวลเล็กน้อย
“หากพูกกันในเรื่องนี้ ผู้ขจัดภัยพิบัติก็ทำไม่ถูกก่อนจริงแต่ในฐานะสมาชิกของสมัชชาใหญ่ เรามีความหยิ่งทะยงในศักดิ์ศรีของตนเอง การถูกหมอเทวดาหลินกักขังอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยว่าต้องถือเป็นการยั่วยุอย่างแน่นอน”
ชายชราที่อยู่ข้างๆ เขายิ้มและพูดออกมาว่า
“ถึงแม้ว่าผู้ขจัดภัยพิบัติจะลงมือโดยไม่ได้รับอนุญาตก็จริง แต่หมอเทวดาหลินก็ไม่ควรคุมขังพวกเขาทันที เขาสามารถรนำเรื่องทั้งหมดมาายงานต่อสมัชชาใหญ่ของเราได้ จากนั้นก็ปล่อยให้พวกเราจัดการ ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ต่อให้ท้องฟ้าจะถล่มลงมา แต่ก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎ การไร้กฎเกณฑ์ก็จะไร้ระเบียบ หากทุกคนทำเหมือนเขา กฎและระเบียบสมัชชาใหญ่ของเราก็กลายเป็นแค่เครื่องประดับน่ะสิ” ชายคนนั้นส่ายหัว
แม้ว่าชายคนนั้นจะพูดอย่างสงบ แต่เฉียวปู้อี้ก็รู้สึกหวาดผวาขึ้นมา
"ท่าน... ตอนนี้ ผู้ขจัดภัยพิบัติใช้ยาผงเทียนเสินแล้ว... คนส่วนใหญ่ในพันธมิตรชิงเซวียนถูกวางยาพิษ ทักษะทางการแพทย์ส่วนตัวของหมอเทวดาหลินไม่สามารถล้างพิษด้วยตัวเองได้ ดังนั้นจุดประสงค์พื้นฐานที่สุดของเขาที่คุมขังผู้ขจัดภัยพิบัติเอาไว้ก็คงจะ...เป็นยาถอนพิษ...”
"ข้ารู้แล้ว เลขาเซวีย เจ้ารีบไปที่ดินแดนแห่งความเงียบและความตายทันที นำยาแก้พิษไปและเอาไปมอบให้คนในพันธมิตรชิงเซวียน" ชายคนนั้นพูดกับชายชราที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง: "อย่างไรก็ตาม นิสัยเช่นนี้ของหมอเทวดาหลินก็ถือว่าแย่มาก เลขาเซวีย ไปหาวิธีพาตัวหมอมเทวดาหลินมาด้วย ข้าอยากคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว!”
“ครับท่าน” ชายชราตอบรับแล้วหันหลังกลับและเดินออกไปข้างนอก
เฉียวปู้อี้และอีกสองคนมองหน้ากันไปมา เห็นความสิ้นหวังในที่อยู่ในสายตาของกันและกัน
“ท่านครับ ตอนนี้หมอเทวดาหลินเป็นปรปักษ์กับสมัชชาใหญ่ของพวกเรามาก เกรงว่าการเชิญเขามาคงจะไม่ง่ายขนาดนั้น”
เฉียวปู้อี้พูดอย่างระมัดระวัง
“เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล เลขาเซวียจะเป็นคนจัดการเอง มาๆๆๆ ถ้าไม่มีอะไรทำล่ะก็ พวกเจ้าทุกคนนั่งลง ท่านเฉียว มาเล่นหมากรุกกับข้าที!”
ชายคนนั้นยิ้ม ดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ยิ่งเขายิ้มกว้างมากขึ้นเท่าไร เหงื่อก็ค่อยๆผุดขึ้นบนใบหน้าของเฉียวปู้อี้มากขึ้นเท่านั้น
“อย่ากังวลขนาดนั้นเลยน่า ข้าไม่กินเจ้าหรอก!”
“ครับ ครับท่าน ไม่ได้กังวล ไม่กังวลเลย...”
เฉียวปู้อี้อดไม่ได้ที่จะยิ้มเหยๆและนั่งลงบนม้านั่งหิน
ในไม่ช้า เครื่องบินพิเศษก็บินไปถึงชายแดนของแดง หลังจากที่ชายชราลงมา เขาก็เปลี่ยนเป็นรถยนต์และขับตรงไปยังพันธมิตรเซวียน ตามทางหลวงที่บริษัทหยางหัวเป็นผู้สร้างขึ้น
หลังจากระบุตัวตนเรียบร้อยแล้ว ชายชราก็ได้เข้าพบกับหลินหยางอย่างราบรื่น
“เจ้าคือคนที่สมัชชาใหญ่ส่งมาใช่ไหม?”
หลินหยางกำลังนั่งอยู่ในห้องตรวจ ในขณะที่กำลังตรวจสอบร่างกายของเม่ยเมิ่งพร้อมพูดอย่างไร้อารมณ์
เมื่อมองดูร่างกายอันผอมเพรียวเหมือนไม่ใช่มนุษย์ของเม่ยเมิ่ง ชายชราก็แย้มยิ้มเล็กน้อย "หมอมเทวดาหลิน ข้าชื่นชมในชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว ข้ามีนามว่าเซวียซง เรียกสั้งนๆว่าเลขาเซวียก็ได้!"
หลังจากพูดแล้ว ชายชราก็ยื่นมือออกมาอย่างนอบน้อม
แต่หลินหยางก็ยังคงไม่เงยหน้าขึ้น ทำเพียงแค่พูดต่อไปอย่างไม่แสดงออก:
“ยาถอนพิษล่ะ?”
มือของเซวียซงแข็งค้างอยู่กลางอากาศ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คาดคิดว่าหลินหยางจะมีท่าทางไม่แยแสขนาดนี้ แต่ในไม่ช้าเขาก็กลับมาเป็นปกติและเก็บมือกลับไปด้วยรอยยิ้ม
เซวียซง หยิบขวดกระเบื้องนขนาดเล็กที่มีลวดลายละเอียดอ่อนออกมาจากกระเป๋า
“ นี่คือยาถอนพิษซึ่งสามารถรักษาพิษของผงเทียนเซินได้”
หลินหยางเงยหน้าขึ้นแล้ว จ้องมองไปที่ขวดกระเบื้้อเคลือบเล็กๆนั้นอย่างใกล้ชิด และเอื้อมมือเตรียมคว้ามันมา
แต่ เซวียซงก็ดึงมือเก็บขวนกระเบื้อเคลือบกลับไปทันที
"สองเรื่อง หนึ่ง ปล่อยตัวผู้ขจัดภัยพิบัติ สอง นายท่านของข้าต้องการพบเจ้า ให้เจ้าตามไปที่สำนักงานหลัหของสมัชชาใหญ่กับข้า!"
ในขณะนี้ เจ้าเมืองหนานหลี่เฉิงไดพาผู้คนของเขามาคุ้มกันผู้ขจัดภัยพิบัติออกไป
เมื่อร่างของผู้ขจัดภัยพิบัติถูกผลักเข้าไปในวห้องตรวจ เซวียซงก็ตกตะลึงไปในจุดนั้น
ได้แต่เห็นผู้ขจัดภัยพิบัติล้มลงกับพื้นอย่างช่วยเหลือตนเองไม่ได อีกทั้งสภาพของเขาก็ไม่เหมือนมนุษย์แต่กลับเหมือนหนังหุ้มกระดูกเสียมากกว่า กลมหายใจของเขาอ่อนแอมากจนแทบจะต้องหายใจทางปาก เขาไม่สามารถทำอะไรได้ เสียงเขากำลังจะตายเขายังมีรูปลักษณ์ของอดีตได้อย่างไร ?
“หมอหลิน ถ้าเจ้าทำเช่นนี้ มันจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นนะ”
เซวียซงขมวดคิ้วทันที
"ข้าทำอะไรเหรอ?"
หลินหยางถามอย่างสงสัย
“เขาวางยาพิษหรือเปล่า?”
"ใช่ แม้ว่าจะไม่ดีเท่า ยาผงเทียนเสิน ของคุณ แต่ก็เกือบจะเหมือนกัน!"
“หมอเทวดาหลิน ท่านแอบวางยาสมาชิกอาวุโสของสมัชชาใหญ่โดยพลการ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการยั่วยุสมัชชาใหญ่ นี่เจ้าวางแผนที่จะประกาศสงครามกับสมัชชาใหญ่หรือไง?”
เซวียซง กล่าวอย่างจริงจัง
“ไม่ ไม่ ไม่ เลขาเซวียท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้วางยาพิษสมาชิกอาวุโสของสมัชชาใหญ่ด้วยตัวเอง แต่ผ่านความเห็นชอบของฝ่ายสมัชชาใหญ่และสมาชิกอาวุโสคนนี้แล้ว!”
หลินหยางยืนขึ้น มองดูเซวียซง และในขณะที่พูด เขาก็ยื่นมือไปหาเจ้าเมืองหนานหลี่เฉิง
เจ้าเมืองหนานหลี่เฉิงและยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ด้วยความเคารพ จากนั้นหลิน หยางก็กางกระดาษและนำเสนอต่อหน้าชายชรา
ชายชราตกตะลึง
“นี่คือข้อตกลงความเป็นความตายที่ลงนามระหว่างข้ากับ ผู้ขจัดภัยพิบัติ พิษบนร่างกายจะถูกทิ้งไว้ในระหว่างการดวล! ข้าไม่ได้เมิดกฎใด ๆ ใช่ไหม??”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...