เข้าสู่ระบบผ่าน

สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา นิยาย บท 3910

เซวียซงได้สติกลับมาทันทีและไล่อ่านทุกตัวอักษรบนกระดาษอย่างเงียบๆ หลังจากเงียบไปนานเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ และหัวเราะออกมาเบาๆ : "ในฐานะสมาชิกของสมัชชาใหญ่ นายท่านหวงไม่ควรลงนามในสัญญาพวกนั้น คิดไปคิดมาแล้วข้าก็ประหลาดใจนัก หมอเทวดาหลิน เจ้าช่างสมชื่อเสียงจริงๆ เจ้าไม่เพียงแต่จะมีทักษะแพทย์ล้ำเลิศเท่านั้น อีกทั้งยังรอบคอบมากอีกด้วย”

“เจ้ามีคำถามอะไรอีกไหม?”

หลินหยางถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

“อย่างที่ข้าพึ่งพูดไปแล้ว นายท่านของเราต้องการคุยกับเจ้า หมอเทวดาหลิน อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง เอาเป็นว่าแค่เรื่องกระดาษแผ่นนี้ เจ้าก็ควรอธิบายใหนายท่านของเราเห็นชัดๆ ด้วยตนเอง ยังไงซะ ข้าก็เป็แค่คนกลางที่ช่วยส่งสารเท่านั้น”

เซวียซงยิ้ม

หลินหยางตกอยู่ในภวังค์ความเงียบ หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็พยักหน้า "ตกลง ข้าจะไปกับเจ้า"

“หัวหน้าพันธมิตร อย่านะ!”

เจ้าเมืองหนานหลี่เฉิงกังวลและรีบร้อนก้าวไปข้างหน้าเพื่อหยุดเขาไว้

“ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน หากข้าไปสมัชชาใหญ่และไม่ได้กลับมาอีก พวกเจ้าก็ไม่ต้องแสวงหาความยุติธรรมให้ข้าหรอกนะ ทว่าต้องควบคุมปากของพวกคนในดินแดนแห่งความเงียบและความตายให้ดีๆ ไม่เช่นนั้นปากของคนนับล้าน คงจะไม่สามารถเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับได้ ทุกคนคงรู้เกี่ยวกันหมด เลขาเซวีย คิดว่าถูกไหมล่ะ?”

หลังจากพูดประโยคสุดท้ายจบแล้ว สายตาของหลินหยางก็จับจ้องไปที่ชายชราแล้ว

ชายชราจะฟังข้อความคุกคามที่แฝงอยู่ในคำพูดของหลินหยางไม่ออกได้อย่างไร?

เหตุผลที่สมัชชาใหญ่สามารถควบคุมทุกฝ่ายได้เสมอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพละกำลังเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือด้วย อาจกล่าวได้ว่าปัจจุบันความน่าเชื่อถือนับว่าเป็นรากฐานความมั่นคงของสมัชชาใหญ่ พวกเขาจะไม่ให้ความสำคัญได้อย่างไร?

“ไม่ต้องกังวล หมอเทวดาหลิน หากเจ้ากลับออกมาจากสมัชชาใหญ่ไม่ได้ ข้าจะชดเชยให้เจ้าด้วยศรีษะนี้!”

ชายชราหัวเราะออกมาเบา ๆ

“เราจะออกเดินทางกันเมื่อไหร่?”

"ไปกันตอนนี้เลยดีที่สุด"

"ได้"

หลินหยางพยักหน้าและบอกเจ้าเมืองหนานหลี่เฉิงทันที ในขณะเดียวกันก็มอบยาแก้พิษให้เจ้าเมืองหนานหลี่เฉิงพร้อมบอกให้เขาส่งคนไปวิเคราะห์ส่วนผสมยาแก้พิษและรีบปรุงส่วนผสมนั้นทันที

เซวียซงสั่งให้คนพาตัวผู้ขจัดภัยพิบัติที่มีสภาพเหมือนกำลังจะตายเข้าไปในรถ

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หลินหยางก็เดินตามเซวียซงไปยังสำนักงานหลักของสมัชชาใหญ่

จากที่เคยได้ติดต่อกับสมัชชาใหญ่มาเป็นเวลานาน อีกทั้งยังเคยไปติดต่องานที่สำนักงานชั่วคราวของสมัชชาใหญ่มาก็หลายแห่ง

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ไปที่สำนักงานหลัก

แม้แต่ หลินหยางก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายท่าน เซวียซง กำลังพูดถึงคือใคร

เขาจะเป็นผู้รับผิดชอบระดับสูงสุดของสมัชชาใหญ่หรือเปล่า?

อาจจะไม่ใช่ แต่ถึงจะไม่ใช่ สถานะของเขาในสมัชชาใหญ่ก็คงจัดว่าไม่ต่ำแน่นอน

หลังจากขับรถออกจากดินแดนแห่งความเงียบและความตาย ชายชราก็พาหลินหยางขึ้นเครื่องบินพิเศษและบินตรงไปยังภูเขาเซิ่งเซวียน

หลังจากลงจากเครื่องบินและมุ่งหน้าขึ้นไปบนภูเขา หลินหยางอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองและรู้สึกสะเทือนอารมณ์

"แม้ว่าข้าจะได้ยินมาบ้างว่าสำนักงานหลักของสมัชชาใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขาภูเขาเซิ่งเซวียน แต่ข้าก็ไม่เคยคิดเลยว่าบนยอดเขาจะสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นได้ สภาพแวดล้อมที่นั่นช่างโหดร้ายมาก จะสร้างเมืองบนยอดเขาที่มีภูมิประเทศแบบนั้นได้อย่างไรกัน?"

“ในสมัชชาใหญ่ มีคนที่มีความสามารถพิศดารนับไม่ถ้วน เมืองที่อยู่บนขุนเขา นับเป็นเรื่องยากอะไรเล่า? ต่อให้ต้องสร้างตำหนักแห่งสวรรค์ก็ยังถือเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับสมัชชาใหญ่ของเรา!”

เซวียซงยิ้ม

“แล้วสมัชชาใหญ่มีตำหนักแห่งสวรรค์ด้วยเหรอ?”

หลินหยางมองดูชายชราด้วยสายตาล้ำลึกแล้วถามออกมา

ชายชรายิ้มทว่ากลับไม่พูดอะไร

เมื่อเราไปถึงไหล่เขาก็เห็นร่างอันคุ้นเคยสามร่าง

เฉียวปู้อี้, ชิวจิ้นหร่าน และ หลี่หว่านหรง

“ทำความเคารพหมอเทวดาหลิน!”

สีหน้าที่พวกเขาทั้งสามแสดงออกล้วนแตกต่างกัน และพวกเขาทั้งหมดคำนับหลินหยางอย่างมีมารยาท

หลินหยางเพียงพยักหน้าและไม่พูดอะไรแแกมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาทั้งสามเห็นผู้ขจัดภัยพิบัติที่มีสภาพร่อแร่จนแทบจะไม่เหมือนมนุษย์ ท่าทางของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที และพวกเขาก็มองไปที่หลินหยางด้วยความหวาดกลัวมากขึ้นอีกเล็กน้อย

เฉียวปู้อี้สั่งให้คนพาตัวผู้ขจัดภัยพิบัติไปรักษาทันที จากนั้นจึงกล่าวด้วยความนอบน้อมว่า: "หมอเทวดาหลิน นายท่านกำลังรอท่านอยู่ โปรดตามข้ามาเถอะ!"

"นำทางไปสิ!"

“เชิญทางนี้!”

เฉียวปู้อี้เป็นผู้เดินนำทันที ขณะที่ ชิวจิ้นหร่าน และ หลี่หว่านหรงก็เดินตามมา

กลุ่มคนเดินตรงไปยังตำหนักตรงปลายยอดเขา

หลังจากไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไหร่ คนกลุ่มใหญ่ก็เดินมาถึงหน้าประตูตำหนัก

หลินหยางถามอย่างลึกล้ำ

"ฮ่าฮ่า ดูข้าสิ ถึงกับลืมแนะนำตัวเองด้วยซ้ำ! ข้า มีนามว่าจูเก๋อชวน รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของภูเขาบนสมัชชาใหญ่ หรือก็คือ ผู้ดูแลภูเขาเซิ่งเซวียน! แน่นอนว่า ในวันธรรมดาข้าก็จะคอยดูแลเรื่องเล็กๆน้อยๆในสมัชชาใหญ่ ส่วนตอนนี้ สมัชชาใหญ่ของเรากำลังจะจัดการประชุมขึ้น ข้าเองก็เป็นหนึ่งในผู้จัดด้วย”

จูเก๋อชวนพูดพลางยิ้มออกมา

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้จบลง ดวงตาของหลินหยางก็แข็งค้างไป

หนึ่งในผู้จัดงานประชุมงั้นเหรอ?

นี่แสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่าว่าสถานะของบุคคลนี้ในสมัชชาใหญ่อยู่สูงแค่ไหน!

การดำรงอยู่ตำแหน่งที่สูงเช่นนี้ ยังเด็กขนาดนี้เลยเหรอ?

“ที่แท้ก็เป็นท่านจูเก๋อชวนนี่เอง ข้าสงสัยว่าที่ท่านจูเก๋อชวนเรียกข้ามามีเรื่องอะไรหรือ”

หลินหยางพูดเบา ๆ

“หมอเทวดาหลิน เรื่องความขัดแย้งระหว่างเจ้ากับผู้ขจัดภัยพิบัติ ข้าได้ยินมาแล้ว สาวนเรื่องกระดาษแผ่นนั้น ระหว่างทางเรียบเลขาเซวียก็รายงานข้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือร้อยแล้ว เรื่องนี้ข้าคิดว่าเป็นทั้งเรื่องใหญเรื่องเล็กก็ได้! แน่นอน ข้า หวังว่ามันจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แล้ว หมอเทวดาหลินคิดว่าอย่างไรหรือ?”

จูเก๋อชวนยิ้ม

“ท่านจูเก๋อชวน คนฉลาดไม่พูดอ้อมค้อม ท่านต้องการอะไรก็พูดออกมาตรงๆเลยเถอะ”

หลินหยางกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“หมอเทวดาหลินช่างเป็นคนหัวไวจริงๆ เช่นนั้นก็ดี อย่างนั้นข้าก็จะไม่เสียเวลาอีก หมอเทวดาหลิน ข้าหวังว่าเจ้าจะส่งสัญญามาให้ข้าและลบวิดีโอทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กันทีเดียว ตกลงไหม?”

จูเก๋อชวนยิ้ม

"ถ้าทำเช่นนี้เรื่องนี้ก็ไม่ติดค้างกันแล้วเหรอ?"

“ แน่นนอนว่าไม่ใช่ เจ้าแค่ส่งมาให้ข้าจัดการสักสองสามคนในเชิงสัญลักษณ์ แค่นั้นก็ได้แล้ว! อย่างไรเสีย เบื้องบนก็ยังมีคนจับตาดูอยู่ เรื่องนี้มีผลกระทบไม่น้อย เหล่าผู้บริหารชั้นสูงต่างตกใจมาก ข้าต้องมีคำอธิบายให้พวกเขา!”

จูเก๋อชวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แต่ดวงตาของหลินหยางกลับเย็นชาและไม่มีแววลังเลเลย

“ข้าเกรงว่าจะทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก!”

"โอ้?"

ดวงตาของจูเก๋อชวนค่อยๆ หรี่ลง "หมอเทวดาหลิน โปรดคิดให้รอบคอบด้วย..."

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา