ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองดูสีหน้าซูเตี่ยนฉิงประเดี๋ยวคล้ำประเดี่ยวขาวซีด พลันอารมณ์แจ่มใสขึ้นไม่น้อย
ดอกบัวดำใช้ได้ผล ก็หมายความว่าซูเตี่ยนฉิงกลายเป็นคนไร้ประโยชน์แล้ว
การเดิมพันครั้งใหญ่ในครานี้ นางชนะครึ่งหนึ่ง
หลังจากภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดอย่างซูเตี่ยนฉิงหยุดแล้ว ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงถอดอาภรณ์ตัวนอกออก ใช้มีดกรีดออก แล้วนำมาพันรอบตัวไป๋โค้วหนึ่งรอบ จากนั้นก็ทำเป็นสายรัดห้ามเลือด มัดตรงตำแหน่งเส้นเลือดใหญ่ของนางสองถึงสามจุด
“เป็นไปไม่ได้” ซูเตี่ยนฉิงไม่กล้าเชื่อ
เสียเปรียบภายใต้เงื้อมือของฉินเหยี่ยนเย่ว์หลายต่อหลายครั้งติด ๆ กัน นางก็เรียนรู้จนมีไหวพริบแล้ว จึงไม่ยอมเข้าใกล้นางอีก
ในระหว่างขั้นตอนสังหารฉินเหยี่ยนเย่ว์เมื่อสักครู่นี้ ซูเตี่ยนฉิงมั่นใจว่า ไม่ได้แตะต้องแม้แต่ชายผ้าของฉินเหยี่ยนเย่ว์อย่างแน่นอน
ตกลงแล้วนางโดนพิษได้อย่างไรกันแน่?
“เจ้าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปไม่ได้เช่นนั้นหรือ? น่าขันจริง แต่เจ้าก็เป็นเพียงแค่คนโง่เท่านั้นนี่เอง” เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์ใช้เข็มเงินฝังจุดต้าเสวียของไป๋โค้วเสร็จ ก็หยัดกายขึ้นยืน ใช้สายตาเย็นชาจับจ้องซูเตี่ยนฉิง “เจ้าคิดว่า อยู่ให้ห่างข้าอีกนิดก็จะไม่ติดกับเช่นนั้นหรือ? ผู้ใดปลูกฝังข้อมูลนี้ให้เจ้ากัน?”
“ข้ามิอาจเข้าใกล้เจ้าได้ ดังนั้นจึงโปรยาพิษในอากาศ ยามที่เจ้าได้ยินชื่อของตงฟางหลี ก็จะเกิดความกังวลขึ้นมา และเมื่อยามที่คนเกิดความกังวลก็จะหายใจเร็วขึ้น อัตราการหายใจจะเร็วขึ้น และยาพิษที่สูดดมเข้าไปก็จะมากขึ้น เมื่อสะสมเข้าไปปริมาณหนึ่งแล้ว เจ้าก็จะติดกับ”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาทว่าราบเรียบ ไม่ได้ยินถึงความดีใจและเสียใจ
ก่อนจะเผชิญหน้ากับองค์หญิงมู่เหยี่ยที่เรือนสมุนไพร นางก็ได้คิดแล้วว่าจะต้องเจอกับอันตรายหลากหลายรูปแบบ จึงหาอัตราที่จะชนะให้มากที่สุดในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้
อัตราการชนะของนาง อยู่ที่การฝึกฝนทำยาพิษ รวมถึงมีดในมือและยาชามาตลอดสามวันนี้
วิธีการฝึกฝนด้วยการจินตนาการเช่นนี้ เป็นวิธีการที่นางเคยใช้ฝึกฝนตนเองตอนทำการผ่าตัดทางคลินิก โดยการจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ในสมอง เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการรับมือกับสถานการณ์ที่พลิกแพลงของตนเองให้สูงขึ้น
แต่การนำเอาวิธีการเรียนรู้เช่นนี้มาใช้ในด้านทะเลาะวิวาท เป็นครั้งแรก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน