บทที่ 256 ได้เจอกับเพื่อนรัก
“อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ทีแรกฐานะนายยังไม่เอื้ออำนวย ตอนนี้ขอเพียงนายขายรถซัก จากนั้นก็ซื้อบ้านที่อำเภอผิงอัน อาก็จะหาตำแหน่งงานที่ทำเอกสารให้นายทำ มีประกันสังคมห้ากองทุน ชีวิตนายก็ถือว่ามั่งคงแล้ว!”
“ลูกน้องของอาเมื่อก่อน พี่สาวเธออายุมากกว่านายสามปีมั้ง ยังไม่แต่งงาน ขอเพียงนายทำตามที่อาบอก อาก็จะเป็นพ่อสื่อให้นาย นายก็จะได้แต่งเมียอีกด้วย!”
เจียงเว่ยตงกล่าว
เฉินเกอมึนงง ขอเพียงตัวเองบริจาคเงินให้เขา ก็มีผลตอบแทนที่ดีขนาดนี้เลยหรอ?
และตอนนี้เจียงหรานหรานก็พูดอย่างตกใจ: “พ่อ พ่อคงไม่ได้หมายถึงพี่สาวคนนั้นที่ทำงานให้พ่อนะ? เธอ......เธอปัญญาอ่อนไม่ใช่หรอ?”
“ปัญญาอ่อนแล้วจะทำไม? ตอนนี้หาเมียง่ายหรอ ลูกก็ดูสถานะของเฉินเกอด้วย ฐานะอย่างเฉินเกอ พ่อยังไม่กล้ารับประกันเลยว่าเธอจะยินยอมหรือเปล่า!”
เจียงเว่ยตงกล่าวอย่างเรียบเฉย
“เอ่อ........เรื่องนี้ก็ไม่รบกวนคุณอาเจียงแล้ว!”
สีหน้าของเฉินเกอเดียวเขียวเดียวซีดสลับกันไป
เพียงแต่นึกถึงคำพูดของพ่อนั้น ก็ได้อดกลั้นลงไป
แต่เจียงเว่ยตงกลับไม่จบไม่สิ้นเสียที
หลังจากทานข้าวเสร็จ เจียงเว่ยตงก็ได้ช่วยเฉินเกอติดต่อบริษัทขายรถมือสอง ให้เฉินเกอรีบไปขายรถ ส่วนหนึ่งบริจาคส่วนหนึ่งซื้อบ้าน เขาก็จะได้ใช้โอกาสนี้ในการจัดหางานที่ต้องเซ็นสัญญาไว้ให้กับเฉินเกอ
อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นคนขององค์กรครึ่งหนึ่ง
เฉินเกอไม่ยินยอมอย่างแน่นอน
ถึงขั้นอยากจะบอกฐานะที่แท้จริงออกมา จะได้ฉีกหน้าพวกเขาไปเลย
เพียงแต่แค่คิดถึงสิ่งที่คุณพ่อได้กำชับไว้ เพราะคุณพ่อกับน้าถางเคยทำเรื่องที่ผิดต่อคุณอาเจียง
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำผิดเรื่องอะไรก็ตาม
ดังนั้นเฉินเกอก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
แค่อยากทำเรื่องที่คุณพ่อมอบหมายให้เสร็จสิ้นก็พอ จากนั้นก็จะไม่สนใจเรื่องแย่ๆพวกนี้อีก
เพราะว่ารถก็ไม่ได้สำคัญกับตัวเองเท่าไหร่ ก็เลยตอบตกลง
“ได้ครับ ให้หลินตงไปเป็นเพื่อนนายละกัน หลินตงพอจะรู้เรื่อง ไม่งั้นนายโดนคนอื่นหลอกแล้วก็ยังไม่รู้!”
หลังจากทานข้าวเสร็จ เจียงเว่ยตงพูดกับเฉินเกออย่างเรียบเฉย
หากไม่ใช่เพราะว่าหลินตงบอกข้อเสนอที่ให้เฉินเกอบริจาคเงิน เขาไม่เคยคิดที่จะหางานให้เฉินเกอ ถึงแม้จะเป็นงานที่ต้องเซ็นสัญญาก็ตาม เขาก็ไม่เต็มใจที่จะทำ
ตอนนี้นั้น รอให้เขาบริจาคเงินแล้ว ค่อยหางานในองค์กรให้เขาไปทำเป็นพวกพนักงานด้านเอกสาร เงินเดือนเดือนละสองสามพันหยวน อยู่แบบนี้ไปทั้งชาติก็คงถือว่าดีต่อเขาแล้ว
หลินตงต้องตกลงไปกับเฉินเกออยู่แล้ว
“ฮึ โดนหลอกหรอ? ไม่หลอกนายละสิถึงแปลก!”
เป้าหมายของหลินตงชัดเจนมาก ก็คืออาศัยเจียงเว่ยตงบีบเอาเงินของเฉินเกอมาให้หมด ขายรถด้วย ดูสิว่าต่อไปนี้เขาจะโอ้อวดยังไงอีก?
ไม่คิดเลย เฉินเกอจะขายรถเพื่อได้งาน ยอมตกลงจริงๆ ฮ่าๆ!
ทำไมเฉินเกอจะไม่รู้ว่าในใจของหลินตงและคุณอาเจียงนั้นคิดอะไรอยู่
เพียงแต่ใช้วิธีนี้หยุดพวกเขาเท่านั้น ขี้เกียจที่จะยืดเยื้อต่อไป
หากพ่อให้ช่วยเหลือเขาอีก จะได้มีเหตุผลในการปฏิเสธ
สำหรับหลินตงและเจียงหรานหราน ยังมีเพื่อนอีกสองสามคนของเจียงหรานหราน ทุกคนต่างมาที่เต้นรถมือสอง
“เถ้าแก่ รีบออกมาเร็ว พวกเราจะขายรถคันนี้!”
หลินตงตะโกนเรียกอย่างดีใจ
“มาแล้วหรอ โอ้โห เบนซ์จิ๊บหรอ!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน เห็นรถเบนซ์จิ๊บแล้วตกตะลึงทันที
และหลินตงนั้น ได้ยื่นบุหรี่หนึ่งมวนไปให้เถ้าแก่ เพื่ออยากจะคุยกับเถ้าแก่ส่วนตัว
ความหมายคืออยากจะให้กดราคารถเบนซ์ของเฉินเกอให้ต่ำหน่อย
แต่คิดไม่ถึงว่าเวลานี้ ทันใดนั้นเฉินเกอเห็นเถ้าแก่เต็นท์รถมือสองแล้วพูดอย่างยิ้มแย้ม: “ลี่เสี้ยว?”
เถ้าแก่เต็นท์รถมือสองรีบเงยหน้าขึ้นทันที มองเห็นเฉินเกอ มึนงงเล็กน้อย
จากนั้นก็ตบลงที่ขาของตัวเอง: “แม่งเอ๊ย เฉินเกอ!?”
ทั้นใดนั้นได้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ
ลี่เสี้ยว เฉินเกอเป็นเพื่อนบ้านกันและเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก ถือว่าเป็นพรรคพวกของเฉินเกอ แก่กว่าเฉินเกอครึ่งปี เล่นด้วยกันตั้งแต่เด็ก และยังมีบุญคุณต่อเฉินเกออีกด้วย
ตอนทั้งคู่ยังเด็กผลการเรียนของพวกเขาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของชั้นเรียน
เพียงแต่หลังจากนั้นได้เกิดเรื่องบางอย่างขึ้น เขายังเรียนไม่จบมัธยมก็ไม่เรียนแล้ว ตามคนอื่นไปฝึกซ่อมรถ ไม่คิดว่าแค่ผ่านไปไม่กี่ปี ก็ได้ทำไห้กิจการใหญ่ได้เพียงนี้ กลายเป็นเถ้าแก่เต็นท์รถมือสองเสียแล้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ที่แท้....ฉันเป็นลูกเศรษฐี!
พระเอกแม่งโครต looser จัดสภาพ...