บทที่ 587 บุปผาผี
ในขณะที่พวกเขาสองคนกำลังตกตะลึง ก็เห็นเฉินเกอกระโดดลงไป ในพริบตา ก็ได้อยู่บนเรือไม้แล้ว
เฉินเกอเหยียบไว้เต็มแรง
รอบเรือไม้มีคลื่นขนาดใหญ่ซัดในทันที
จากนั้นก็หยุดลง
นี่คือเรือไม้ขนาดกลาง ดูจากรูปทรงแล้ว น่าจะมีประวัติไม่น้อย ในท้องเรือ สามารถรองรับได้สี่สิบถึงห้าสิบคน
ด้านนอกของเรือ คือผ้าม่านที่ชำรุดทรุดโทรม แม้ว่าจะกลางวันแสกๆ แต่ด้านในยังคงมืดมิด
เฉินเกอตั้งสมาธิในการรับรู้
น่าแปลกนัก ความรู้สึกพลังแข็งแกร่งในเมื่อครู่ ได้หายไปแล้ว
เฉินเกอค่อยๆเปิดม่านออก เดินเข้าไปในท้องเรือ
ด้านใน เป็นห้องติดต่อกันแต่ละห้อง ตรงกลางคือช่องทางเดิน ทั้งสองด้านเป็นห้องพักเล็กๆ
ตึก......ตึก......ตึก......
ในเวลานี้ มีเสียงฝีเท้าแผ่วเบา ดังมาจากห้องควบคุมชั้นล่าง
กำลังมีคน เดินขึ้นมาจากชั้นล่าง
เฉินเกอยืนอยู่ที่เดิน ตั้งสมาธิแล้วมองไป
เป็นหญิงชราผมขาวคนหนึ่ง ที่ร่างกายหลังค่อม กระง่อนกระแง่น กำลังพยุงร่างกายของเธอเดินเข้ามา
เสื้อผ้าบนตัวเธอเก่าชำรุด
ผมเผ้ายุ่งเหยิง
โดยเฉพาะใบหน้าของเธอ เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ในบรรยากาศที่มืดมิดน่าขนลุกนี้ ดูแล้วยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด
“ท่านคือใครกัน?”
เฉินเกอถาม
“บุปผาผี!”
เธอยิ้มอ่อนๆ แต่รอยยิ้มนี้ คู่กับใบหน้าที่เต็มไปด้วยแผลเป็นของเธอ ทำให้เฉินเกอขนหัวลุก
“บุปผาผีอะไร? คือชื่อของท่านอาวุโสหรือ?”
เฉินเกอถาม
“บุปผาผี ดอกบานสองดอก หนึ่งบุปผาหนึ่งพิภพ!”
หญิงชรานี้ พูดแปลกประหลาดอีกครั้ง
ดูเหมือนเธอจะพูดถึงพืชแปลกประหลาดชนิดหนึ่ง ดอกบานสองดอก? อืม ทำไมรู้สึกว่าดอกไม้ชนิดนี้คุ้นๆ เคยเห็นที่ไหน!
เพราะดอกไม้ที่บานแค่สองดอก มีน้อยเกินไปจริงๆ
เฉินเกอยิ่งมองเธอ ก็ยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด
“คุณผู้ชาย! คุณผู้ชาย!”
ในเวลานี้ เถียเฉิงและกู่หยูเซียว ขึ้นมาบนเรือพร้อมกัน
“พวกเธอมาได้ยังไง?”
เฉินเกออดไม่ได้ที่จะถาม
“คุณผู้ชายไม่มีความเคลื่อนไหวนานขนาดนี้ พวกเราเป็นห่วง!”
เถียเฉิง พูดขึ้น
พูดจบ ก็มองพิจารณาหญิงชราที่อยู่ในปลายสุดของช่องทางเดิน พร้อมกันกับกู่หยูเซียว
เถียเฉิงขมวดคิ้ว
ในตอนนี้กู่หยูเซียว กลับได้ยกมือขึ้น จัดผมของตัวเอง หายใจถี่เล็กน้อย
“เป็นห่วงอะไร พวกเธอกลับไปก่อน!”
เฉินเกอพูดขึ้น
หญิงชราคนนี้น่าแปลกยิ่งนัก เฉินเกอถึงกับมองไม่เห็นเบื้องลึกของเธอเลย กู่หยูเซียวกับเถียเฉิงอยู่ที่นี่ เฉินเกอกังวลว่า พวกเขาอาจจะมีอันตรายแทน
และในเวลานี้ หญิงชราก็หัวเราะอย่างเยือกเย็นกะทันหัน
เสียงหัวเราะนี้ ราวกับเสียงร้องของอีกา น่าสยองยิ่งนัก
และในตอนที่เฉินเกอฟังจนขนหัวลุก ทันใดนั้น ที่ช่องทางเดิน มีดอกไม้สีม่วงมากมายลอยอยู่ รูปร่างของดอกไม้เหล่านี้ แปลกประหลาดยิ่งนัก
เพราะมันมีกลีบดอกไม้เพียงสองกลีบ และในแต่ละกลีบ ก็ดูเหมือนใบหน้าของมนุษย์
เมื่อเห็นกลีบดอกไม้เหล่านี้ เฉินเกอก็จำได้ทันที ว่าตัวเองเคยเห็นที่ไหน
สำนักจิต!
บนเกาะของคุณปู่ มีสวนแห่งหนึ่ง ปลูกดอกไม้ชนิดนี้โดยเฉพาะ ตอนนั้นตัวเองรู้สึกแปลกใจ ยังได้ถามเวินโป๋
เวินโป๋บอกว่า นี่คือดอกไม้นิรนาม ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ทางประวัติศาสตร์ ที่หลงเหลืออยู่ในภูมิภาคตะวันตกโบราณ และมันก็เติบโตขึ้นมาจริงๆ
คุณปู่ปลูกไว้เพราะเห็นพวกมันเป็นงานศิลปะ
เพราะดอกไม้นิรนามชนิดนี้ ออกดอกเพียงสองดอกเท่านั้น
ที่แท้ ชื่อของมันคือบุปผาผี
ทันใดนั้นในเวลานี้ บนบุปผาผี มีเกสรขนาดเล็กล้นออกมา
ส่งกลิ่นหอมที่แตกต่าง
และเมื่อสูดกลิ่นหอมนี้
กู่หยูเซียวและ เถียเฉิง ก็วิงเวียนศีรษะ หมดสติล้มลงกับพื้นในทันที
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ที่แท้....ฉันเป็นลูกเศรษฐี!
พระเอกแม่งโครต looser จัดสภาพ...