ตระกูลข้า ใครอย่าแตะ นิยาย บท 8

ไทร์ไม่เต็มใจที่จะหยุด ทำให้วินนี่เฟรดไม่พอใจ"ไทร์หยุดพูดจาไร้สาระสักที มันไม่มีทางที่ฉันจะได้สิทธินั้น"

ไทร์ส่ายหัว "เธอจะรู้ได้ยังไงถ้ายังไม่ได้ลอง?" ไทร์ก็อยากจะบอกว่าเขานั้นคือเจ้าของคนใหม่ผู้ที่ได้เข้าซื้อศูนย์กลางเมือง วินนี่เฟรดเธอคือภรรยาของฉัน ขอแค่เธอยืนยันว่าอยากจะได้มัน การที่มอบให้เธอทั้งศูนย์กลางเมืองไปเลยก็ไม่ใช่ปัญหา ยังน้อยกว่าสิทธิที่จะได้ภายในนั้นเสียอีก

อย่างไรก็ตามไทร์ก็ไม่เคยที่จะได้กล่าวเสียงดัง เขารู้ดีว่าพวกเขาก็คงจะทำการเย้าแหย่ใส่อีกรอบ ถึงอย่างไรบทสนทนาของทั้งสองก็ไปจับความสนใจของใคนบางคนเข้า

ไอริสตั้งใจกล่าวถามสีหน้าเยาะเย้ย "พวกแกกำลังคุยอะไรกันอยู่? นี่พวกแกก็พยายามจะหาสิทธิ์นั้นด้วยงั้นเหรอ?"

หลังจากเธอกล่าวจบทั้งห้องก็ระเบิดหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง

"ฮ่าฮ่าฮ่า พวกแกไม่เข้าใจคำว่า 'ประเมินตัวเองสูงเกินไป' รึยังไง?"

"นี่มันไม่ใช่การประเมินตัวเองสูงเกินไป นี่มันคือฝันเฟื่อง"

"ทำไมแกไม่หันไปมองดูตัวเองให้ดี ๆ? แม้กระทั่งการคิดว่าจะไปทำความรู้จักกับเจ้าของและจะได้เลื่อนขั้น มันช่างไร้สาระ"

หน้าของวินนี่เฟรดกลายเป็นสีแดงเพราะความอับอาย

ถึงอย่างไรไทร์ก็กล่าวถามตามตรง "คุณปู่ ถ้าหากวินนี่เฟรดสามารถครองสิทธินั้นได้ นั่นหมายความว่าคุณปู่ตกลงที่จะเลื่อนขั้นให้เธอ ในกลุ่มเครือซี ไปเป็นประธานแผนก ของแผนกออกแบบไหม?"

จอร์จ ตอบเหม่อลอยโดยไม่สนใจ "ใช่"

"เอาล่ะ เอาเป็นว่าตามนี้ วินนี่เฟรดของฉันจะได้ลองดู"

วินนี่เฟรดรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด เธอเหลือบมองไทร์กระวนกระวาย "นายจะบ้ารึไง?"

เสียงหัวเราะดังระงมอีกครั้ง แม้แต่จอร์จก็ห้ามตัวเองไม่ได้

"วินนี่เฟรดเธอช่างโชคดี ได้ไอ้เพี้ยนมาเป็นสามี"

"ฉันว่าเธอก็คงจะได้บันเทิงทุกวันกับเจ้าตัวตลกคนนี้!"

ไอริสยักคิ้วขึ้นและมองไปที่ไทร์ "ไทร์ในเมื่อแกชอบที่จะอวดดีมากนัก ทำไมแกไม่บอกไปเลยละว่าแกคือนายน้อยคนนั้นที่รวยล้นฟ้าใช้เงินสิบล้านซื้อศูนย์กลางเมืองนั้น?"

ไทร์ยิ้มเยาะในใจ ก็มันคือฉันไง!

หลังจากที่เธอเยาะเย้ยไทร์ ไอริสก็ฉวยโอกาสหันมามองทราวิสและหยอกเอินเขาต่อหน้าทุกคน "ทราวิส ดูสิ สามีของวินนี่เฟรดยังสนับสนุนเธอออกนอกหน้า ทำไมคุณไม่กล่าวอะไรบ้างล่ะ? คุณก็รู้ว่าไอลิส อยากจะได้ตำแหน่งผู้จัดการแผนกปฏิบัติการนั้น"

ทราวิสยิ้มในเมื่อแฟนสาวของเขาออกตัว เขาก็คงจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียภาพลักษณ์ "คุณปู่ ตระกูลเจนเซ่นนั้นถือได้ว่าเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองคานห์ ผมได้ยินมาว่านายน้อยคนนั้นได้มาที่เมืองคานห์แต่เขาค่อนข้างเก็บตัว เลยไม่มีใครได้เห็นหน้าเขา มันคงจะยากที่จะทำความรู้จัก อย่างไรก็ตามนายน้อยคนนี้ก็ได้มอบหน้าที่การดูแลศูนย์กลางเมืองให้กับชายผู้มั่งคั่งที่สุด เดรก ทัคเกอร์และกลุ่มเครือ เจด ลอเรล พ่อของผม ฟลอเรสต์ เจนเซ่น ได้เคยทำการค้ากับคุณเดรก ถ้าหากผมให้พ่อช่วย ไม่แน่มันอาจจะได้ผล"

"ขอบคุณมากทราวิส" จอร์จตื้นตัน เมื่อทราวิสกล่าว มันเหมือนราวกับว่าได้เข้าใกล้สิทธินั้นไปอีกครึ่งหนึ่ง เทียบกับสิ่งที่เขาปฏิบัติกับไทร์และวินนี่เฟรดนั้นช่างเป็นเรื่องที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ทราวิสกล่าวเสริมอย่างนอมน้อม "คุณปู่เราเป็นคนครอบครัวเดียวกันไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ" ขณะเขากล่าว ทราวิสชำเลืองไปมองไทร์โดยไม่ตั้งใจ สายตาของเขาเต็มไปด้วยการยั่วยุ

เมื่อพวกเขากลับจากคฤหาสน์ซี วินนี่เฟรดยังคงแบกความไม่พอใจอยู่ในอกของเธอ "ไทร์ ซัมเมอร์ ฉันไม่เคยคาดคิดว่าเธอจะเป็นคนชอบขี้โม้โอ้อวดได้ขนาดนี้มาก่อนเลย"

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ตระกูลข้า ใครอย่าแตะ