“มาสู้กันตัวต่อตัวเลย!”
สิ้นเสียงตวาดต่ำของหรงอี้ กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็ปะทุขึ้นมาราวภูเขาไฟระเบิด แผ่ซ่านกวาดไปทั่วทุกทิศ ฟ้าดินถึงกับแปรสี
“แข็งแกร่งชะมัด…” กิเลนเทพส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ ตอนนี้ด้วยพลังบำเพ็ญเพียรของมัน ก็สามารถพูดภาษามนุษย์ได้แล้ว
แม้กระทั่งจะแปลงกายเป็นมนุษย์ก็ยังได้
กิเลนเทพเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ สายเลือดสูงส่ง แม้แต่ความหยิ่งยะโสและความคล่องแคล่วมีชีวิตชีวาของมัน เวลานี้ยังแฝงแววลังเล ดวงตาคู่ใสแจ๋วเบิกกว้างกลมโต
เห็นได้ชัดว่าไอพลังบนตัวหรงอี้น่าหวาดกลัวถึงเพียงไหน
“เสียงกระบี่แหวกฟ้า—”
อยู่ ๆ ก็มีเสียงกระบี่ก้องขึ้นจากตัวเย่ชิว แผ่กระจายเจตจำนงกระบี่อันล้ำลึกออกมา
กลิ่นอายพุ่งทะยานดั่งสายรุ้ง
“ดูท่าความสำเร็จในวิถีแห่งดาบของเจ้าจะไม่เลว ดีมาก ข้ากำลังขาดผู้ฝึกกระบี่สักคนมาช่วยกวาดล้างศัตรูบนเส้นทางบรรลุเต๋าสู่จักรพรรดิพอดี”
ดวงตาของหรงอี้ยามนี้ คล้ายแสงเย็นสองสาย แทงทะลุสุญญากาศ กระแทกเข้าจิตวิญญาณคน
เย่ชิวหัวเราะ “บังเอิญจัง ด้านข้าก็กำลังขาดคนคอยชงชาเสิร์ฟน้ำอยู่สักคน เห็นทีเจ้าจะเหมาะดี”
หรงอี้สะบัดเสียงฮึดฮัด “ฮึ ข้านี่แหละคือร่างเทพไร้เทียมทาน ให้ข้าไปชงชาเสิร์ฟน้ำให้เจ้า เจ้ากล้าคิดจริง ๆ”
เย่ชิวสวนกลับ “ระฆังสวรรค์ปฐพียังบอกเลยว่าข้ามีพรสวรรค์จักรพรรดิ แต่เจ้ากลับเพ้อฝันให้ข้าช่วยเจ้าบรรลุเต๋าสู่จักรพรรดิ น่าขำจริง ๆ”
หรงอี้เอ่ย “เย่ฉางเซิง เจ้าอย่าลืมว่าพวกเราได้ตั้งคำสาบานโลหิตแห่งสวรรค์กันไว้แล้ว เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
“การประลองครั้งนี้ยังไม่เริ่มเลย จะไปปฏิเสธอะไรได้ยังไงกัน” เย่ชิวว่า “หรงอี้ หวังว่าเมื่อจบศึกครานี้แล้ว เจ้าจะไม่ใช่ฝ่ายปฏิเสธเสียเอง”
“ข้าไม่มีวันแพ้” หรงอี้มั่นใจเต็มเปี่ยม
“เมื่อก่อนอัจฉริยะที่ข้าเจอ ต่างก็พูดเหมือนกันว่าตัวเองไม่มีวันแพ้ ท้ายที่สุดก็ตายคามือข้าทั้งนั้น” เย่ชิวจ้องหรงอี้ เอ่ยอย่างหนักแน่นชัดถ้อยชัดคำ “เจ้าเอง…ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น”
“โอหังนัก” หรงอี้ว่า “เย่ฉางเซิง ข้าจำเป็นต้องเตือนเจ้าไว้ก่อน ศึกในระดับพลังเดียวกัน ข้าไม่มีวันออมมือ”
เย่ชิวตอบ “นั่นก็เป็นสิ่งที่ข้าอยากเตือนเจ้าเหมือนกัน อย่าได้ออมมือเชียว ระวังจะถูกข้าเชือดเอา”
“พูดไปก็ไร้ประโยชน์ วัดกันที่ฝีมือจริงดีกว่า” สิ้นคำหรงอี้ กลิ่นอายบนตัวก็พุ่งสูงขึ้นอีกระลอก
กลิ่นอายบนตัวเย่ชิวก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ศึกใหญ่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ
เมื่อจางเหมยเจินเหรินและคนอื่น ๆ เห็นท่าไม่ดี สีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
พวกเขารู้ดีว่า ศึกครั้งนี้ไม่ได้เดิมพันแค่ชะตากรรมของเย่ชิวคนเดียว แต่ยังเกี่ยวพันถึงอนาคตของทุกคน
“หัวหน้า ท่านต้องชนะนะ!” เฟิงอู๋เหินพึมพำภาวนา มือทั้งสองกำหมัดแน่น
จางเหมยเจินเหรินตบไหล่เฟิงอู๋เหินปลอบ “วางใจเถอะ ในระดับเดียวกันแล้ว เจ้ากระต่ายน้อยนั่นแหละที่ไร้เทียมทาน ส่วนหรงอี้น่ะเหรอ ฮึ…เขาไปตั้งคำสาบานโลหิตแห่งสวรรค์เอง คราวนี้เรียกได้ว่ากระโดดลงหลุมกับดักไปแล้ว”
หรงอี้ได้ตั้งคำสาบานโลหิตแห่งสวรรค์ไว้แล้ว ศึกในระดับเดียวกัน หากเขาแพ้ ก็ทำได้เพียงทำตามสัญญา
หากเขาผิดคำสาบาน ก็จะต้องรับการลงทัณฑ์แห่งสวรรค์
กลางสุญญากาศ เย่ชิวกับหรงอี้จ้องมองกันและกัน
เจตจำนงแห่งสงครามของทั้งคู่ยิ่งทวีความเข้มข้น
บรรยากาศทั่วทั้งฟ้าดินอาบไปด้วยกลิ่นอายสังหารอันขึงขัง
“สู้!”
ครู่หนึ่ง เย่ชิวแผดเสียงยาว เสียงสะท้านเก้าชั้นฟ้า ฟ้าดินราวกับขยับไหวไปตามเจตจำนงของเขา
เขาขี่กิเลนเทพ ราวเทพสงครามอวตารลงมา ทะลวงฝ่าไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง กลิ่นอายสง่างามยิ่งนัก ดุจสัตว์ร้ายไร้เทียมทานตัวหนึ่งพุ่งชนฝ่ามา
หรงอี้ฮึดฮัดเบา ๆ รอบกายมีแสงศักดิ์สิทธิ์สีม่วงแผ่พุ่งออกมา ปิดฟ้าบังดิน
ยามนี้ เขากระตุ้นเจตจำนงแห่งสงครามขึ้นถึงขีดสุด ระดมพลังทั้งหมดโดยไม่เก็บงำไว้แม้แต่น้อย
“บึ้ม!”
หมัดของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศไม่หยุด ราวกับดวงดาวสองดวงชนกระแทกกันครั้งแล้วครั้งเล่า
เสียงกึกก้องสะท้านฟ้า
ก้องไปทั่วทะลุเมฆา
พื้นที่รอบตัวพวกเขาบิดเบี้ยวและสลายไปไม่หยุด แสงทองคำกับหมอกสีม่วงสานไขว้กัน บริเวณนี้ราวกับกลายเป็นดินแดนแห่งความพินาศ รอยแยกมิติสายแล้วสายเล่าโผล่ขึ้นรอบกายพวกเขา


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...