ทันใดนั้น สายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่ก้อนแสงทองคำลูกนั้นอย่างไม่กะพริบ
จนกระทั่งแสงทองคำลอยเข้ามาใกล้ ทุกคนจึงมองเห็นได้ชัด ที่แท้มันคือวิญญาณแท้ของหรงอี้
ยิ่งไปกว่านั้น วิญญาณแท้ของหรงอี้เปื้อนเลือดสีม่วงไปทั่ว เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส
“อี้เอ๋อร์!”
หรงจิงเทียนร้องลั่น รีบพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างร้อนรน ยกมือประคองวิญญาณแท้ของหรงอี้ไว้ในฝ่ามือ
หัวหน้าตระกูลอีกสี่คนก็ใจหายวาบเช่นกัน
พวกเขาไม่คิดเลยว่าหรงอี้จะดูย่ำแย่ถึงเพียงนี้ ต่างก็คิดในใจว่าหรงอี้ไปเจออะไรในเขตแกนกลางมาแน่
พร้อมกันนั้น พวกเขาต่างก็กรูเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว ตั้งใจเงี่ยหูฟัง อยากรู้เหลือเกินว่าตอนนี้ในเขตแกนกลางเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“อี้เอ๋อร์ เจ้า…เจ้าเป็นอะไรไปกันแน่?”
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของหรงอี้ หรงจิงเทียนถึงกับน้ำตาเฒ่าไหลพราก เจ็บปวดแทบขาดใจ
เวลานี้ วิญญาณแท้ของหรงอี้ยังคงมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด ลมหายใจแห่งชีวิตอ่อนแรงจวนจะดับ
เรื่องนี้ทำให้หรงจิงเทียนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ทั้งที่เจ้าของร่างเทพไร้เทียมทาน ผู้แข็งแกร่งระดับราชานักบุญไร้เทียมทานที่อายุน้อยที่สุดของเขตต้องห้ามแห่งชีวิต เหตุใดจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้?
ที่สำคัญไปกว่านั้น บรรดาลูกชายลูกสาวของเขาตายไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงหรงอี้เป็นทายาทคนสุดท้าย
หากหรงอี้เป็นอะไรขึ้นมาอีกสักนิด…
หรงจิงเทียนไม่กล้าคิดต่อ
“ท่านพ่อ ข้า…” หรงอี้ยังพูดไม่ทันจบก็พ่นเลือดสด ๆ ออกมาคำหนึ่ง แล้วเอียงศีรษะหมดสติไปทันที
“อี้เอ๋อร์!” หรงจิงเทียนร้องลั่น รีบเร่งพลังชี่ในกายขึ้นอย่างสุดกำลัง ร่างทั้งร่างพลันเปล่งแสงทองคำสว่างจ้า ห่อหุ้มเขากับหรงอี้เอาไว้ด้วยกัน
นี่คือทายาทเพียงคนเดียวของฮวงจินเจียจู๋ อนาคตทั้งหมดของฮวงจินเจียจู๋อยู่ที่เขา คนผู้นี้จะมีอันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
หรงจิงเทียนกัดฟันทุ่มสุดตัวรักษาบาดแผลให้หรงอี้
ไม่นาน เส้นผมสีดำทั้งศีรษะของหรงจิงเทียนก็กลายเป็นสีขาวโพลน ใบหน้าที่เคยแดงระเรื่อกลับเหี่ยวย่นไปทั่ว ราวกับแก่ตัวลงไปหลายพันปี กลายเป็นดั่งเปลวเทียนในสายลม พร้อมจะดับวูบได้ทุกเมื่อ
“ดูแล้วชีวิตของหรงอี้น่าจะรอดไว้ได้!”
“เพียงแต่ ท่านหรงเสียสละพลังชีวิตไปมากมาย เกรงว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว!”
“ไม่คาดคิดเลย ว่าท่านหรงจะเดินนำหน้าเราไปก่อน อา…”
“ก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้หรงอี้บาดเจ็บหนักขนาดนี้กันล่ะ! ยังไงหรงอี้ก็เป็นอนาคตของฮวงจินเจียจู๋ ขอแค่หรงอี้ยังมีชีวิตอยู่ ฮวงจินเจียจู๋ก็ยังมีความหวัง”
“วิญญาณแท้ของหรงอี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงตอนนี้จะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่เกรงว่าจะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์…”
เฟิงหลิงหยุน หัวหน้าตระกูลกับท่านเซวียนหยวนจิ้งเต๋อพากันถอนหายใจยาวอยู่ข้าง ๆ ดูท่าทางเหมือนเป็นห่วงสภาพของหรงอี้กับหรงจิงเทียนอย่างยิ่ง
ส่วนท่านผู้นำเป่ย์หมิงนั้น แววตาพลันวูบไหวไปด้วยเจตนาฆ่า ทั้งสองมือกำแน่นยิ่งขึ้นไปอีก
ในใจของเขากำลังลังเลอยู่
“จะลงมือเดี๋ยวนี้เลย ฆ่าหรงอี้ทิ้งดีไหม?”
“หรงจิงเทียนเพิ่งทุ่มพลังชีวิตไปมากมาย หากลงมือเวลานี้ ไม่เพียงฆ่าหรงอี้ได้ ยังอาจฆ่าหรงจิงเทียนได้พร้อมกัน”
“หรือควรรอให้ทุกอย่างกระจ่างเสียก่อนค่อยลงมือ?”
เขาลังเลอยู่เกือบครึ่งนาที ก่อนจะค่อย ๆ คลายกำปั้น ตัดสินใจรอดูสถานการณ์อีกสักพัก
ส่วนท่านถังชางไห่ หลังจากตกตะลึงในตอนแรกแล้ว ในใจก็พลันปรีดาจนกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่
“เฮเฮ หรงจิงเทียน เจ้าก็มีวันนี้เหมือนกันสินะ!”
ในบรรดาคนที่อยู่ตรงนี้ คนที่สะใจที่สุดคงหนีไม่พ้นท่านถังชางไห่
มีคำพูดอยู่ว่า คนเราไม่กลัวว่าตัวเองจะลำบาก กลัวก็แต่คนอื่นจะสบายกว่าต่างหาก
ครั้งหนึ่งท่านถังชางไห่ก็เคยภูมิใจที่มีลูกชายผู้ครอบครองร่างจิตวิญญาณหมื่นสาย ทำให้ตนเองชูหน้าชูตาอยู่ไม่น้อย ทว่าพอหรงอี้ปรากฏตัวขึ้น ความโดดเด่นทั้งหมดก็หม่นหมองไร้ราศีไปทันที
เดิมทีพวกเขาคิดกันว่าหรงอี้คงประสบอุบัติเหตุอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็เป็นเพราะท่านผู้สูงศักดิ์คนนั้นลงมือเสียเอง คิดไม่ถึงเลยว่าคนผู้นั้นกลับเป็นเย่ฉางเซิง!
“อะไรนะ!” หรงจิงเทียนก็ถึงกับตะลึง พึมพำว่า “เป็นไปได้ยังไง เย่ฉางเซิงกับเจ้าพลังบำเพ็ญเพียรต่างกันลิบลับ ต่อให้เขาเก่งกาจสักเพียงใด ก็ไม่มีทางเก่งกว่าเจ้าได้หรอกนะ?”
“อี้เอ๋อร์ บอกความจริงกับพ่อมา มีใครข่มขู่เจ้าหรือเปล่า ไม่ให้เจ้าพูดความจริง?”
“เจ้าพูดออกมาให้หมดเถอะ ไม่ว่าใคร พ่อจะยืนหยัดให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าเอง!”
ในมุมมองของหรงจิงเทียนแล้ว คนที่อยู่ในเขตแกนกลางและสามารถทำให้หรงอี้บาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ได้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น คือท่านผู้สูงศักดิ์
หรงอี้ไม่คาดคิดเลยว่าท่านพ่อจะไม่เชื่อคำพูดของตนเอง ใจยิ่งร้อนรน
พรวก!
เลือดสีม่วงคำหนึ่งพุ่งออกมาจากปาก
สีหน้าของหรงจิงเทียนเปลี่ยนไปทันที “อี้เอ๋อร์ อี้เอ๋อร์…เจ้าอย่าทำให้พ่อตกใจสิ!”
“ท่านพ่อ ไม่มีใครข่มขู่ข้า ข้าก็ไม่ได้โกหกท่าน คนผู้นั้นคือเย่ฉางเซิงจริง ๆ”
หรงอี้กัดฟันพูดทีละคำ “เย่ฉางเซิงมันเจ้าเล่ห์สุดขั้ว จงใจวางแผนล่อให้ข้าทำคำสาบานโลหิตแห่งสวรรค์ จากนั้นข้าก็ถูกความโกรธแห่งสวรรค์เล่นงาน”
จนถึงตอนนี้ ทุกคนจึงเข้าใจเสียที ที่แท้ความโกรธแห่งสวรรค์นั้นพุ่งเป้ามาที่หรงอี้
ไม่น่าแปลกเลยว่าทำไมถึงบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้
“พอข้าบาดเจ็บสาหัส เย่ฉางเซิงกับพวกก็รุมโจมตีข้าอย่างพร้อมเพรียง ชั่วร้ายเกินทนจริง ๆ”
พอพูดถึงตรงนี้ บนใบหน้าของหรงอี้ก็ผุดแววละอายขึ้นมาอย่างหายาก เอ่ยว่า “ท่านพ่อ…ยังก็มีระฆังจักรพรรดิ์ทองคำอีก…”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ตอนนี้พ่อจะพาเจ้ากลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน” หรงจิงเทียนรีบขัดขึ้นทันที
เขาเดาได้ลาง ๆ แล้วว่า ระฆังจักรพรรดิ์ทองคำเกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นเช่นกัน ทว่าเพื่อความปลอดภัยของตระกูล เรื่องนี้ห้ามให้หัวหน้าตระกูลคนอื่นรู้เป็นอันขาด
ขณะที่หรงจิงเทียนกำลังจะพาหรงอี้กลับไปนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร
“ยังไม่ต้องรีบกลับ ข้ายังมีคำถามบางอย่าง อยากให้หรงอี้ช่วยไขข้อสงสัยหน่อย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...