แต่เดิมจางเหมยเจินเหรินนึกว่าสัตว์ร้ายตัวนี้แข็งแกร่งกว่าราชานักบุญไร้เทียมทานทั่ว ๆ ไปเสียอีก เพราะอย่างนั้นพอฆ่ามันได้ เขาก็ยังยืดอกภูมิใจอยู่เลย
ที่ไหนได้ เย่ชิวดันหลอกเขา
ที่จริงสัตว์ร้ายตัวนี้ก็แค่แข็งแกร่งกว่าราชานักบุญธรรมดานิดหน่อยเท่านั้น ทำเอาความภาคภูมิใจในใจของจางเหมยเจินเหรินหายวับไปในพริบตา
เขาถลึงตาใส่เย่ชิว โมโหจนแทบระเบิดแต่ก็ได้แค่กลืนคำไว้ในท้อง จากนั้นเลยจำใจหันไปลงกับศพของสัตว์ร้ายแทน
“แม่งเอ๊ย ไอ้เดรัจฉานตัวเดียวทำให้ข้าบาดเจ็บ ของขึ้นฉิบหาย...”
จางเหมยเจินเหรินง้างเท้าถีบใส่ลำตัวสัตว์ร้ายเต็มแรง
ปัง!
“โอ๊ย!”
วินาทีถัดมา จางเหมยเจินเหรินก็โดดกะเผลกขึ้นมา กอดเท้าตัวเองไว้ หน้าเบี้ยวคดด้วยความเจ็บแปลบ
เกล็ดเกราะบนตัวสัตว์ร้ายนั้นแข็งเป็นพิเศษ ราวกับแผ่นเหล็กแผ่นหนึ่ง
อู่เชียนฟานเห็นเข้าก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่ แอบหลุดขำออกมา
“หัวเราะห่าอะไร!” จางเหมยเจินเหรินด่า “ถ้าไม่ใช่เพื่อพวกเจ้า ข้าจะต้องถ่อมาถึงสถานที่อัปมงคลนี่รึไง!”
อู่เชียนฟานว่า “ท่านเต๋าจารย์ว่าก็มีเหตุผล งั้น...ให้ผมนวดเท้าให้ไหม?”
“ไสหัวไป!” จางเหมยเจินเหรินพูดจบก็สะบัดข้อมือ ดาบปราบปีศาจฟันผ่าท้องของสัตว์ร้ายนั่นออกเป็นทาง
ต่อจากนั้น เขาล้วงมือทั้งสองเข้าไปในท้อง แล้วควักเอาแก่นพลังภายในลูกหนึ่งที่ชุ่มโชกเลือดออกมา
“ฮึ ต่อให้เจ้าทำให้ข้าบาดเจ็บ แต่สุดท้ายแก่นพลังภายในของเจ้าก็ยังตกอยู่ในมือข้าอยู่ดี”
จางเหมยเจินเหรินประคองแก่นพลังภายในที่ชุ่มเลือดลูกนั้นไว้ในสองมือ แววตาฉายแสงละโมบออกมาแวบหนึ่ง
แก่นพลังภายในลูกนี้อัดแน่นไปด้วยสาระสำคัญและพลังตลอดชีวิตของสัตว์ร้าย สำหรับผู้ฝึกบำเพ็ญแล้ว นับว่าเป็นของบำรุงชั้นเลิศไร้ที่ติ
เขาเลียริมฝีปาก หันไปถามอู่เชียนฟานว่า “จะกินไหม?”
อู่เชียนฟานส่ายหัวแรง ๆ แค่มองก็แทบจะพะอืดพะอมแล้ว
“งั้นข้าคงไม่เกรงใจล่ะนะ” จางเหมยเจินเหรินยกแก่นพลังภายในขึ้นจ่อริมฝีปาก สูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง จากนั้นก็กลืนลงไปคำเดียวหมด
พอแก่นพลังภายในเข้าปากก็ละลายหายไปทันที พลังก้อนใหญ่มหาศาลก็พลุ่งพล่านทั่วร่างเขา ราวกับจะทะลวงเส้นลมปราณจนแตกกระจุย
“อืม...” จางเหมยเจินเหรินครางเฮือก ใบหน้าแดงก่ำในฉับพลัน เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน เห็นได้ชัดว่ากำลังฝืนกดพลังบ้าคลั่งสายนี้ลงอย่างสุดกำลัง
เขานั่งขัดสมาธิลง มือทั้งสองร่ายอาคมอย่างรวดเร็ว เริ่มโคจรพลังปรับกลั่นพลังในแก่นพลังภายในลูกนั้น
“หัวหน้า จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” อู่เชียนฟานถามอย่างกังวล
“ไม่หรอก” เย่ชิวตอบจบก็หันไปตรวจดูสภาพศพของสัตว์ร้าย
เวลาไหลผ่านไปทีละวินาที
ราวหนึ่งก้านธูปให้หลัง
สีหน้าของจางเหมยเจินเหรินค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาเจือแสงยินดีระยับ
“ฮ่า ๆ ๆ สมกับเป็นแก่นพลังภายในของสัตว์ร้าย พลังนี่ช่างร้ายกาจจริง ๆ!” จางเหมยเจินเหรินลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นบนตัวอย่างอารมณ์ดี ดูคึกคักห้าวหาญขึ้นมาทันตา
อู่เชียนฟานสะดุ้ง เขารู้สึกได้ชัดเจนว่ารัศมีพลังบนตัวจางเหมยเจินเหรินเพิ่มขึ้นมาอีกขั้นใหญ่
“ทะลวงด่านแล้วเหรอ?” อู่เชียนฟานถาม
จางเหมยเจินเหรินว่า “ก็ไม่ได้ถึงกับทะลวงอะไรหรอก ยังห่างจากราชานักบุญไร้เทียมทานอยู่อีกแค่ครึ่งก้าว”
อู่เชียนฟานได้ยินแล้วมุมปากกระตุก
ก็แค่...
นี่จะอวดเก่งให้มันได้มากกว่านี้อีกหน่อยไหมเนี่ย?
รู้อย่างนี้แต่แรกว่าแก่นพลังของสัตว์ร้ายจะแรงขนาดนี้ เมื่อกี้กัดฟันกลั้นความขยะแขยงกินไปสักหน่อยก็ดีแล้ว
ในจังหวะนั้นเอง เย่ชิวก็อุทานขึ้นมา “หืม? สัตว์ร้ายตัวนี้กลับไม่มีวิญญาณแท้ แต่ยังมีพลังร้ายกาจขนาดนี้ น่าสนใจดีนะ”
“ถ้ามันมีวิญญาณแท้ ป่านนี้โดนข้าจัดการไปนานแล้ว” จางเหมยเจินเหรินว่า “ไม่นึกเลยว่าพลังของมันจะไปกองอยู่ที่แก่นพลังภายในทั้งหมด แบบนี้สัตว์ร้ายของเผ่ามิ่งล้วนฝึกกันอย่างนี้หมดหรือไง?”
เย่ชิวว่า “ช่างมันก่อนเถอะ มาดูแท่นบูชาโบราณนี่กันดีกว่า”
ลองซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่หลายครั้ง ผลก็ยังเหมือนเดิมทุกหน
ทำเอาจางเหมยเจินเหรินกับอู่เชียนฟานจนปัญญาไปชั่วขณะ
“ถอยไปหน่อย เดี๋ยวข้าลองเอง” เย่ชิวว่า
ได้ยินดังนั้น จางเหมยเจินเหรินกับอู่เชียนฟานก็ถอยไปยืนด้านข้าง
“ไอ้เจ้าหนู ไข่มุกเป็นของข้า ห้ามแกมาแย่งนะ” จางเหมยเจินเหรินยังพูดไม่ทันสบายใจดี ก็เสริมต่อว่า “ใครกล้ามาแย่งไข่มุกกับข้า ขอให้จู๋สั้นลงครึ่งหนึ่ง!”
“ดูสภาพเอ็งหน่อย น่าสมเพชสิ้นดี” เย่ชิวปรายตามองจางเหมยเจินเหรินอย่างดูแคลน จากนั้นดีดนิ้วส่งพลังกระบี่สายหนึ่งฟันตรงไปยังไข่มุก
“บึ้ม!”
จู่ ๆ หมอกสีเทาก้อนหนึ่งก็พุ่งออกมาจากด้านบนแท่นบูชา ดีดพลังกระบี่ของเย่ชิวให้กระจายหายไป
เย่ชิวขมวดคิ้วแน่น เขาไม่คิดเลยว่าพลังกระบี่ของตัวเองจะถูกหมอกสีเทานี่ดีดกลับได้ง่าย ๆ แบบนี้
ต่อจากนั้น เขาลองใช้ทั้งหมัดพิชิตมังกร วิชาทำลายชีวิต กระทั่งดาบพิฆาตเซียนก็หยิบออกมาใช้ แต่ก็ยังไม่อาจทำลายแท่นบูชาโบราณนี้ลงได้อยู่ดี
ชัดเจนว่าแท่นบูชาโบราณนี้มีกลไกป้องกันบางอย่างเป็นพิเศษ ไม่ใช่ของที่จะพังทลายได้ด้วยกำลังดิบเพียงอย่างเดียว
“ไม่นึกเลยว่าแท่นบูชานี่จะมีของซ่อนอยู่ไม่น้อย” เย่ชิวพึมพำครุ่นคิด
จางเหมยเจินเหรินเห็นดังนั้นก็ยกมุมปากยิ้มเยาะ แววตาเต็มไปด้วยความสะใจผู้อื่น “เฮ้ ๆ ไอ้เจ้าหนู ข้านึกว่าเอ็งจะแน่สักแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่ต่างจากข้าหรอก”
“ข้าไม่เหมือนเจ้า” เย่ชิวว่า “เจ้าถูกซัดปลิวถึงกับอ้วกเลือด ข้ายังไม่เป็นอะไรเลย”
แทงใจดำเข้าเต็ม ๆ!
สีหน้าของจางเหมยเจินเหรินมืดครึ้มเขียวคล้ำขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนอู่เชียนฟานนั้นขมวดคิ้วแน่น เดินวนรอบแท่นบูชาอีกรอบ ไล่สำรวจรายละเอียดทุกจุดบนแท่นบูชา พยายามหาช่องโหว่ให้ได้
ทว่าไม่พบอะไรเลยแม้แต่น้อย
จังหวะนั้นเอง เย่ชิวก็พลันคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จิตสัมผัสเทพของเขาแทรกซึมเข้าไปในถุงกิ่นคุน ก่อนตะโกนว่า “เหล่าเจิ่ว ๆ ของมันด่วน ช่วยที!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...