เสี่ยวเตี๋ยไม่คิดเลยว่าองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงไม่เพียงไม่ฟังคำเตือนของนาง แถมยังด่านางด้วยถ้อยคำอำมหิตต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้
น้ำตาร่วงพรั่งพรูทันที ใจสลายจนแทบหายใจไม่ออก
เย่ชิวทนดูต่อไปไม่ไหว เขาก้าวออกมายืนจ้ององค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงตรง ๆ แล้วตะโกนลั่น “นางเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้า แต่เจ้ากลับด่าว่านางเป็นนังชั้นต่ำ เจ้าหัวใจมีไหม?”
“ถ้านางเป็นนังชั้นต่ำ แล้วเจ้าเป็นอะไร?”
“อย่าลืมสิ พวกเจ้าเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน!”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงเดือดจนสั่นไปทั้งตัว ดวงตาถลนราวกับจะพ่นไฟ ชี้หน้าเย่ชิวแล้วคำราม “เย่ฉางเซิง หุบปากไป! นี่เป็นเรื่องในบ้านของข้า ยังไม่ถึงตาคนนอกอย่างเจ้า มาชี้หน้าด่าคน!”
เย่ชิวไม่สะทกสะท้าน แถมเสียงยิ่งกร้าวกว่าเดิม “เลิกพล่ามได้แล้ว องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิง มีไม้ตายอะไรก็งัดออกมาให้หมด วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้เองว่า ‘สิ้นหวัง’ มันเป็นยังไง!”
บนใบหน้าองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงวาบผ่านความเหี้ยมเกรียม เขาแสยะยิ้มเยาะ “ข้ามีเวทย์ป้องกันตระกูลคุ้มกันอยู่ เจ้ามันจะทำอะไรข้าได้?”
จนถึงตอนนี้ เย่ชิวถึงได้หันไปถามเสี่ยวเตี๋ย “แล้วสมาชิกตระกูลของพวกเผ่ามิ่งล่ะ ทำไมไม่เห็นเลย?”
ตามปกติที่นี่อึกทึกขนาดนี้ นานแล้วควรจะทำให้สมาชิกตระกูลของเผ่ามิ่งตื่นตัว แต่จนป่านนี้ นอกจากองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงกับพวกไม่กี่คน พวกเขากลับไม่เห็นเผ่ามิ่งคนอื่นสักคน
เสี่ยวเตี๋ยยกมือเช็ดหางตา เสียงแผ่วเหนื่อยปนหมดแรง “พี่เย่…ท่านยังไม่รู้ ดินแดนเผ่าหมิงกว้างใหญ่ เหมือนโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเลย ที่นี่ก็มีเมืองมากมายเหมือนกัน”
“แต่เมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดหลายเมือง…ถูกพี่ชายพวกนั้นสกัดเอาพลังหล่อเลี้ยงไปหมดแล้ว สรรพชีวิตสูญสิ้นจนเกลี้ยง”
“ส่วนเมืองที่เหลืออยู่ไกลเกินไป จึงไม่อาจรับรู้ความเคลื่อนไหวที่นี่ได้”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนั้น” เย่ชิวนึกขึ้นได้อีกเรื่อง รีบถาม “ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงมีกองทัพเผ่ายมโลกอยู่ในมือ แล้วกองทัพอยู่ไหน?”
จางเหมยเจินเหรินเสริมทันที “ใช่ ๆ นี่มันเขตสำคัญของเผ่ามิ่งแท้ ๆ ทำไมไม่เห็นทหารยามสักคน มันไม่สมเหตุสมผลเลย!”
เสี่ยวเตี๋ยส่ายหน้า “พี่ชายกุมกองทัพเผ่ายมโลกไว้จริง แต่กองทัพอยู่ที่ไหน…ข้าเองก็ไม่รู้ ข้าไม่เคยเห็นเลย”
เย่ชิวขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง
จากคำพูดของพวกผู้อาวุโสก่อนตาย ก็พอจะยืนยันได้ว่ากองทัพเผ่ายมโลกมีจำนวนมหาศาล
แต่รอบ ๆ แสนไกลนับหมื่นลี้กลับไม่เห็นทหารเผ่ามิ่งสักคน มันผิดปกติเกินไปจริง ๆ
“หรือว่าองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงส่งกองทัพเผ่ายมโลกไปโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรแล้ว?” อู่เชียนฟานพูดประโยคนี้ออกมา ทั้งลานเงียบกริบ
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรคงเจอเรื่องใหญ่แน่
“ไม่หรอก” เสี่ยวเตี๋ยตอบหนักแน่น “ถ้าไม่เปิดประตูแดนวิญญาณ กองทัพเผ่ายมโลกก็เข้าโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรไม่ได้ นี่แหละเหตุผลที่พี่ชายต้องจับข้ากลับมาให้ได้”
เย่ชิวพยักหน้า “เสี่ยวเตี๋ยพูดถูก ประตูแดนวิญญาณยังไม่เปิด กองทัพเผ่ายมโลกเข้าโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรไม่ได้”
ทันใดนั้นทุกคนก็โล่งอกไปพร้อมกัน
จางเหมยเจินเหรินเอ่ย “ไอ้เด็กเวร ต่อไปเรามาหาทางทำลายเวทย์ป้องกันตระกูลของเผ่ามิ่งกันเถอะ! ถ้าค่ายกลไม่พัง ก็ช่วยคุณหนูหนานกงออกมาไม่ได้”
ม่อเทียนจีเตือน “เวทย์ป้องกันตระกูลของเผ่ามิ่งแข็งแกร่งมาก เราต้องระวังให้มาก”
จางเหมยเจินเหรินพูดอย่างไม่ใส่ใจ “จะยุ่งยากอะไรนัก แค่เชิญจื่อหยางเชียนเป่ยลงมือก็จบไม่ใช่หรือ? ท่านผู้อาวุโส ท่านคงไม่ขัดใช่ไหม?”
จื่อหยางเทียนจุนยิ้ม “ข้าไม่ขัด”
“ในเมื่อท่านไม่ขัด งั้นเชิญท่านลงมือเร็ว ๆ เลย!” จางเหมยเจินเหรินหัวเราะ “ข้าอยากเห็นจริง ๆ พอเวทย์ป้องกันตระกูลแตกแล้ว องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงจะทำหน้าแบบไหน!”
มหาปุโรหิตส่งสายตาให้รองผู้อาวุโสที่สอง
รองผู้อาวุโสที่สองเข้าใจทันที จึงเอ่ย “ท่านชายรัชทายาท แม้เวทย์ป้องกันตระกูลจะเป็นหมิงตี้วางด้วยพระองค์เอง แต่ตอนนั้นพลังบำเพ็ญเพียรของหมิงตี้ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพสูงสุดแล้ว อีกทั้งเวลาผ่านมานานขนาดนี้ อานุภาพของค่ายเวทย์เกรงว่าจะไม่เหมือนเดิม ข้าเห็นว่าคำเตือนของมหาปุโรหิตมีเหตุผล เราควรเตรียมแผนรับมือกรณีเลวร้ายที่สุดไว้”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงถาม “รองผู้อาวุโสที่สอง เจ้ามักมีแผนการเสมอ มีข้อเสนออะไร?”
รองผู้อาวุโสที่สองตอบ “ตามความเห็นข้า เย่ฉางเซิงกับพวกไม่มีทางทำลายค่ายเวทย์ได้ในเวลาอันสั้น เราใช้จังหวะนี้…กำจัดพวกมันเสีย”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงไล่ถาม “จะกำจัดยังไง?”
รองผู้อาวุโสที่สองสบตากับมหาปุโรหิต ก่อนจะพูดช้า ๆ “ท่านชายรัชทายาท ข้าคิดว่า…ใช้กองทัพเผ่ายมโลกจัดการพวกมันได้”
“พลังการต่อสู้ของกองทัพเผ่ายมโลก ท่านก็รู้ดี ให้พวกมันลงมือ จะค่อย ๆ บั่นทอนพลังการต่อสู้ของเย่ฉางเซิงและพวกนั้น”
“พอถึงตอนที่เย่ฉางเซิงกับพวกอ่อนล้าจนหมดแรง เราก็ค่อยกวาดจับทีเดียว ฆ่าล้างให้สิ้น”
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงลังเล “เย่ฉางเซิงกับพวกพลังบำเพ็ญเพียรไม่ต่ำ ให้กองทัพเผ่ายมโลกเข้าปะทะ…เกรงว่าจะสูญเสียไม่น้อย แบบนั้นจะกระทบแผนยึดครองโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรในภายหลังหรือเปล่า?”
มหาปุโรหิตกล่าว “ท่านชายรัชทายาท ท่านคิดมากไป”
“ขอแค่ฆ่าเย่ฉางเซิงกับพวกได้ ต่อให้กองทัพเผ่ายมโลกตายหมด ก็ยังคุ้ม”
“เพราะเราสามารถฝึกกองทัพใหม่ได้อีก”
“แต่พอเย่ฉางเซิงตาย จงโจวกับดินแดนตะวันออกก็เหมือนหยิบของจากกระเป๋า ไม่มีใครขวางพวกเราได้”
“แค่ยึดจงโจวกับดินแดนตะวันออกให้ได้ วันที่ท่านจะ君临天下…จะยังไกลอยู่อีกหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...