ตู้ม!
เย่ชิวเงื้อเท้าเหยียบลงกลางอากาศ ราวกับท้องนภาทลายถล่ม แรงกดดันที่ปล่อยออกมาน่าหวาดผวาอย่างยิ่ง
หากเท้านี้เหยียบลงไปเต็ม ๆ องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงต้องถูกบดขยี้จนแหลกเละเป็นเนื้อป่นแน่นอน
องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงเห็นท่าทีของเย่ชิวแล้วถึงกับเดือดดาลด่าคำหยาบอยู่ในใจ
“ไอ้สารเลว! กล้าเอาเท้ามาเหยียบข้า เกินไปแล้ว!”
“เสือไม่คำราม คิดว่าข้าเป็นแมวป่วยหรือไง?”
“ดีล่ะ วันนี้จะให้ลิ้มรสสักหน่อยว่าข้าเป็นใครกันแน่!”
แววตาขององค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงฉายแสงเย็นยะเยือกเล็กน้อย กำลังจะสวนกลับ ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“หยุดมือ!”
เสียงนั้นแม้จะทุ้มต่ำ แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจสูงสุดราวกับไม่อาจต่อต้าน
ทันใดนั้น เย่ชิวรู้สึกได้ชัดเจนว่าวิญญาณแท้ของตนสั่นสะเทือนวูบหนึ่ง
“ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน!”
เย่ชิวใจหายวาบ
ต้องรู้ไว้ด้วยว่า ตอนนี้เขาเองก็เป็นถึงราชานักบุญไร้เทียมทานแล้ว
คนที่ทำให้วิญญาณแท้ของเขาสั่นคลอนได้ อย่างน้อยที่สุดต้องเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ
ทว่าเย่ชิวหาได้ยำเกรงไม่ เท้าของเขายังคงกดลงไปต่อ
แต่ในจังหวะนั้นเอง เย่ชิวกลับพบว่า พื้นที่ใต้ฝ่าเท้าราวกับกลายเป็นแผ่นเหล็กหนาแน่นสุดจะพรรณนา มีกระแสพลังที่มองไม่เห็นอัดแน่นค้ำยันเท้าของเขาไว้แน่นหนา ต่อให้ลงแรงทั้งหมดที่มี ก็ไม่อาจเหยียบลงไปได้แม้เพียงครึ่งส่วน
ชั่วขณะนั้น เวลาเหมือนถูกหยุดแช่แข็งทั้งมวล
ทั่วทั้งอวกาศรอบตัวราวกับถูกการผนึกตรึงเอาไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งอยู่ในวินาทีนั้น
ทุกคนตะลึงตาค้าง ดวงตาเบิกโพลง ปากอ้าค้าง ในใจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคำถามไม่รู้จบ
จากที่ห่างไกล เงาร่างหนึ่งค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาอย่างเชื่องช้า
เป็นชายชราร่างผอมเหี่ยวยิ่งกว่ากิ่งไม้แห้ง แต่กลับแผ่รัศมี威严ที่ไม่อาจมองข้ามได้แม้แต่น้อย
เขาสวมอาภรณ์ยาวสีดำสนิท บนชุดปักด้วยลายเส้นสีทองสลับซับซ้อน ส่องประกายแฝงกลิ่นอายพิศวง
ผมของชายชราขาวโพลนไปทั้งศีรษะ ราวน้ำค้างแข็งในฤดูหนาว ปล่อยสยายระเกะระกะบนบ่า
บนใบหน้ามีริ้วรอยลึกเป็นร่องราวกับถูกกาลเวลาสลักเสลาขึ้นอย่างประณีต ทุกลายริ้วล้วนแฝงไว้ด้วยความผันผวนของกาลเวลาไม่รู้จบ
ดวงตาของเขาลึกโบ๋อยู่ในเบ้าตา ทว่าเปล่งแสงคมกริบลึกซึ้งราวดวงดาวเจิดจ้าสองดวง แสงนั้นเหมือนจะมองทะลุทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้
ยามสายตากวาดผ่านทุกคน แต่ละคนล้วนรู้สึกเย็นวูบจากฝ่าเท้าแล่นขึ้นมาจนถึงหัวใจ ราวกับวิญญาณของตนถูกเขาเห็นทะลุปรุโปร่งจนหมดสิ้น
ชายชราก้าวเดินกลางอากาศ
ตึง!
ทุกย่างก้าวที่เท้าของเขาเหยียบลง ฟ้าดินรอบด้านก็พลันสั่นสะเทือนตามไปด้วย ราวกับทั้งโลกกำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวต่อการปรากฏตัวของเขา
ในพริบตาเดียว ก้อนเมฆดำหนาทึบจากสี่ทิศแปดทางกรูกันเข้ามา ราวคลื่นทะเลสีดำปั่นป่วนโหมกระหน่ำ ปิดคลุมท้องฟ้าทั้งผืนจนมืดมิดสนิท
ในกลุ่มเมฆดำมีสายฟ้าพราวระยับ เส้นสายฟ้าสีม่วงสายแล้วสายเล่าเลื้อยไปมาอย่างอสรพิษมังกร ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามก้องรุนแรงแทบฉีกฟ้าดินแยกออกเป็นเสี่ยง ๆ
สายลมบ้าคลั่งหอบกระโชกขึ้นมา ดังก้องราวกับบรรดาสัตว์ร้ายกำลังคำรามเกรี้ยวกราด กวาดทุกสรรพสิ่งรอบด้านให้ปลิวกระจุยกระจาย
เศษดินทรายบนพื้นดินถูกลมพัดฟุ้งลอยว่อนเต็มฟ้า สุญญากาศโดยรอบถูกความบ้าคลั่งของลมฉีกเป็นรอยแตก แผดเสียงเปรี๊ยะ ๆ เหมือนเสียงยันต์เร่งรุดความตาย
ท่ามกลางปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอันน่าสะพรึงกลัวนี้ เงาร่างของชายชรากลับยิ่งชวนให้รู้สึกทั้งลี้ลับทั้งน่าเกรงขาม
“อย่าแก้ตัวแทนเขา ไร้ความสามารถก็คือไร้ความสามารถ” ชายชราพูดเสียงเย็นชา “แล้วยังพวกเจ้าทั้งหลาย ข้าบอกไว้ก่อนปิดด่านฝึกตนให้ช่วยกันทุ่มเทคอยเกื้อหนุนองค์ชายรัชทายาท นี่หรือคือการเกื้อหนุนของพวกเจ้า?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะยังมีข้าคอยนั่งคุมอยู่ เผ่าหมิงของเราคงได้ถึงจุดสิ้นเผ่าวันนี้ไปแล้ว”
ทันใดนั้น รองผู้อาวุโสที่สองกับรองผู้อาวุโสที่สามต่างก้มหน้าลง ไม่กล้าเอ่ยวาจาใด
ฝ่ายมหาปุโรหิตรีบประจบประแจงทันที
“เพราะอย่างนี้แหละครับ มหาอาวุโสถึงได้เป็นเสาหลักค้ำจุนเผ่า ของเผ่ามิ่งเรา”
“ฮึ!” ชายชราส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอทีหนึ่ง จากนั้นสายตาก็ราวกับทะลวงข้ามกาลอวกาศ ไปหยุดอยู่ที่ร่างของเย่ชิว
“เจ้านี่คือเย่ฉางเซิงงั้นรึ?” มหาอาวุโสถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ใช่ ข้านี่แหละคือเย่ฉางเซิง” เย่ชิวจ้องสบสายตาของมหาอาวุโสอย่างไม่หวั่นเกรง เอ่ยตอบอย่างไม่ยโสไม่อ่อนน้อม
“ใจกล้าไม่เบานี่ กล้าบุกมากร่างในอาณาเขตของเผ่าหมิงเรา ฆ่าท่านผู้อาวุโสที่สี่กับโยวหมิง แล้วยังทำร้ายองค์ชายรัชทายาทของเราอีก” แววตาของมหาอาวุโสแฝงแสงโกรธกรุ่น พลังชีวิตที่แผ่ออกจากกายยิ่งทวีความน่าหวาดหวั่นขึ้นเรื่อย ๆ
“เป็นถึงองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิง กลับเหยียดหยามชีวิตผู้อื่นอย่างไม่เห็นค่า ใจคออำมหิตจนแม้แต่น้องสาวแท้ ๆ ของตัวเองยังคิดจะฆ่า คนแบบนี้จะให้ปล่อยไว้ได้อย่างไร” เย่ชิวเอ่ยต่อ “คนที่โหดเหี้ยมเลือดเย็นถึงขั้นไม่เห็นค่าแม้แต่สายเลือดเดียวกัน แบบนี้ต่อให้ตายก็ยังชดใช้ไม่พอ”
“กล้าหาญชะมัด!” มหาอาวุโสคำรามลั่น อาภรณ์ยาวสีดำพลันสะบัดพลิ้วทั้งที่ไร้ลม “เขาเป็นองค์ชายรัชทายาทของเผ่าหมิง ข้ายังไม่ทันพูดอะไร ก็ไม่ถึงตาเจ้ามาออกปากวิจารณ์”
“อย่าว่าแต่เขาเป็นเพียงองค์ชายรัชทายาทของเผ่าหมิงเลย ต่อให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์ ถ้ากล้าทำเรื่องแบบนี้ ข้าก็ไม่มีวันยอมปล่อยผ่าน” สายตาของเย่ชิวแน่วแน่ ไม่ถอยแม้ครึ่งก้าว
“กำแหงเกินไปแล้ว!” รองผู้อาวุโสที่สอง quร้องดุดังลั่น “เย่ฉางเซิง แกคิดว่าแกเป็นใครกัน ถึงได้กล้ามาอวดดีต่อหน้ามหาอาวุโส!”
เสียงดุของรองผู้อาวุโสที่สองยังไม่ทันจางหาย มหาปุโรหิตก็ทนไม่ไหวรีบก้าวออกมาหนึ่งก้าว ชี้ไม้เท้าหัวกะโหลกใส่เย่ชิวตะโกนว่า
“เย่ฉางเซิง ต่อหน้ามหาอาวุโสแล้ว ยังกล้าทำกร่างถึงเพียงนี้ ช่างไม่รู้จักตายเสียจริง!”
รองผู้อาวุโสที่สามก็เอ่ยขึ้นว่า
“เย่ฉางเซิง เจ้าไปเอาความกล้ามาจากไหน ถึงกล้าพูดกับมหาอาวุโสแบบนี้ มหาอาวุโสคือเสาหลักค้ำจุนเผ่า ของเผ่ามิ่งเราเชียวนะ! ข้าขอเตือนให้ดี รีบคุกเข่าลงกราบขอขมามหาอาวุโสเสียแต่ตอนนี้ ไม่อย่างนั้นจะให้เจ้าตายอย่างไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...