เย่ชิวได้ยินคำของเหล่าเจิ่วก็ถึงกับทำหน้าเอือม พูดไม่ออก
แม่ง ของระดับนี้ยังไม่เรียกของวิเศษ แล้วอะไรถึงจะเรียกของวิเศษวะ?
ยังมาว่าผมไม่มีวิสัยทัศน์อีก ถ้าวิสัยทัศน์คุณกว้างนัก แล้วทำไมถึงได้โดนเฉือนเป็นชิ้น ๆ ล่ะ?
“ของวิเศษที่ว่าน่ะ อยู่ที่ไหน?” เย่ชิวถาม
เหล่าเจิ่วพูดว่า “จางเหมยไม่ชอบของวิเศษเหรอ เดี๋ยวเอาของวิเศษสองชิ้นนี้ให้เขาไป”
“ขอแค่เขาได้ของวิเศษสองชิ้นนี้ เจ้าก็จะได้ของวิเศษที่แท้จริง”
“เฮเฮ……”
จากเสียงหัวเราะของเหล่าเจิ่ว เย่ชิวได้กลิ่นเยาะเย้ยปนสะใจจาง ๆ
หรือว่า เหล่าเจิ่วคิดจะเล่นงานเหล่าโต้วซี?
พอคิดได้แบบนี้ เย่ชิวก็หันไปพูดกับจางเหมยเจินเหรินว่า “เหล่าโต้วซี ที่นี่มีของวิเศษอยู่สองชิ้น เอาไหม?”
“ของวิเศษอะไร? แกจะมีน้ำใจให้ข้าด้วย?” จางเหมยเจินเหรินยื่นหน้ามาดู ครั้นเห็นชัด เขาก็ถึงกับหายใจถี่ขึ้นทันที
“เชี่ย น้ำศักดิ์สิทธิ์สุริยัน! ผลึกศักดิ์สิทธิ์สุริยัน!”
“น้ำศักดิ์สิทธิ์สุริยันเอาไว้ฝึกกาย ผลึกศักดิ์สิทธิ์สุริยันเอาไว้สร้างอาวุธวิเศษ ของพวกนี้หายากสุด ๆ เลยนะ”
“เอื๊อก~” จางเหมยเจินเหรินกลืนน้ำลายคำหนึ่งแล้วถามว่า “ไอ้เด็กเวร แกนี่ตัดใจยกให้ข้าหมดจริง ๆ เหรอ?”
เย่ชิวพูดว่า “ก็ไหนว่าเป็นพี่น้องที่ดีกันไงล่ะ”
จางเหมยเจินเหรินหันไปเหล่มองเย่ชิวทีหนึ่งแล้วพูดอย่างระแวดระวังว่า “ทำไมข้ารู้สึกว่า แกคิดไม่ซื่อกับข้าว่ะ?”
“เอาไม่เอา?” เย่ชิวว่า “ไม่เอานะ ผมเก็บกลับเองเลยนะ……”
“เอา!” จางเหมยเจินเหรินไม่รอให้เย่ชิวพูดจบก็โพล่งขึ้นว่า “ไอ้เด็กเวร แกยังยอมให้ของวิเศษดีขนาดนี้กับข้า ต่อไปถ้าเจอของวิเศษอะไร ข้าจะไม่แย่งกับแกแล้ว”
“พูดซะเหมือนเคยแย่งชนะผมงั้นแหละ” เย่ชิวพูดพลิ้ว ๆ แล้วต่อว่า “เดี๋ยวแบ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์สุริยันให้เสี่ยวฟานหน่อย ให้เขาฝึกสภาพร่างกายเพิ่มหน่อย”
จางเหมยเจินเหรินว่า “เขามีร่างกายเก้ายาง ยังต้องฝึกอีกเหรอ?”
เย่ชิวพูดว่า “ยังไงฝึกเพิ่มก็ไม่เห็นจะเสียหาย”
“ก็ได้!” จางเหมยเจินเหรินตอบตกลง จากนั้นแทบไม่ทันได้คิดอะไร ก็ยื่นมือจุ่มลงไปในสระ คว้าผลึกศักดิ์สิทธิ์สุริยันก้อนนั้นขึ้นมา
ไม่คาดคิด เพียงวินาทีถัดมา เหตุการณ์กลับพลิกผัน
“อ๊าก——”
จางเหมยเจินเหรินกรีดร้องเสียงโหยหวนทันที มือขวาที่จับผลึกศักดิ์สิทธิ์สุริยันพลันลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีทอง เปลวไฟนั้นลามขึ้นไปตามแขนอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็เผาลุกทั้งร่าง
“เชี่ย! ร้อน ๆ ๆ!”
จางเหมยเจินเหรินสะบัดแขนอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะสะบัดผลึกศักดิ์สิทธิ์สุริยันทิ้ง แต่ผลึกก้อนนั้นกลับเหมือนติดแน่นกับมือเขา ขยับไม่ไหวติง
ที่ซวยกว่านั้นก็คือ เส้นผมของเขา รวมถึงคิ้วยาวที่บรรจงเลี้ยงมาอย่างดี ถูกเปลวไฟสีทองเผาจนกลายเป็นขี้เถ้าในพริบตา
“พรืด——”
เย่ชิวกับหนิงฟานถึงกับหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ตอนนี้หัวของจางเหมยเจินเหรินโล้นเลี่ยนเป็นมัน วาววับเหมือนไข่พะโล้ที่ปอกเปลือกแล้ว โฉมหน้าภูมิฐานเหมือนเซียนก่อนหน้านี้หายเกลี้ยง เหลือไว้เพียงตาแก่หัวโล้นตัวเล็ก ๆ ท่าทางตลกสิ้นดี
“ฮาฮาฮา……” เย่ชิวหัวเราะจนตัวงอ “เหล่าโต้วซี ทรงผมใหม่ของคุณนี่… ฮาฮาฮา……”
หนิงฟานกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ ไหล่สั่นไม่หยุด พลางพูดว่า “ท่านเต๋าจาง ท่าน…ท่านแบบนี้ก็ดูคึกดีนะครับ”
“หัวเราะเชี่ยอะไร!” จางเหมยเจินเหรินกระโดดโวยวาย มองเย่ชิวตาขวาง “ไอ้เด็กเวร แกนี่รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าจะเป็นแบบนี้?”
เย่ชิวปาดน้ำตาที่ไหลเพราะหัวเราะ “สาบานต่อฟ้าดินเลย ผมไม่รู้จริง ๆ”
“พูดเหี้ยอะไร!” จางเหมยเจินเหรินว่า “แท้จริงข้าก็ว่าแปลก ๆ อยู่ ว่าทำไมอยู่ดี ๆ แกถึงมีน้ำใจเอาของวิเศษสองชิ้นนี้ให้ข้า ที่แท้ก็คิดไม่ซื่อ ตั้งใจจะฝังข้าใช่ไหมล่ะ”
เสียงของเหล่าเจิ่วดังขึ้นในหัวของเย่ชิว ฟังดูตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย “เจ้าเด็กโง่ ของวิเศษที่แท้จริงของจินอูจู๋ อยู่ในแหล่งบรรพชนจินอู๋นั่นแหละ”
“ตกลงแล้วเป็นของวิเศษอะไร?” เย่ชิวถามอย่างสงสัย
“พอเข้าไปแล้ว เจ้าก็จะรู้เอง” เหล่าเจิ่วว่า
“เข้าไปยังไง?” เย่ชิวถามต่อ
เหล่าเจิ่วตอบว่า “ง่ายมาก หยดเลือดหยดแรกของเจ้าลงไป เจ้าก็เข้าไปได้แล้ว ศิลาจารึกแผ่นนี้แหละคือกุญแจสู่แหล่งบรรพชนจินอู๋”
“แค่นี้เอง?” เย่ชิวอดระแวงไม่ได้
“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่หลอกเจ้าแน่” เหล่าเจิ่วว่า “อีกอย่าง หลอกเจ้ามันมีประโยชน์อะไรกับข้า?”
เย่ชิวคิดดูก็มีเหตุผล กำลังจะอ้าปากพูด ก็เห็นว่าจางเหมยเจินเหรินเอาแต่มองศิลาจารึกไม่กะพริบ แล้วพูดว่า “ไอ้เด็กเวร ศิลาจารึกนี่มันที่มาที่ไปยังไง ทำไมข้ารู้สึกว่ามันไม่ธรรมดาเลยนะ”
“ข้ามีลางสังหรณ์ว่า แหล่งบรรพชนจินอู๋ที่สลักอยู่บนศิลาจารึกนี่ น่าจะมีของวิเศษอยู่แน่”
“แค่ไม่รู้ว่า ที่นี่คือแหล่งบรรพชนจินอู๋เลย หรือว่าแหล่งบรรพชนจินอู๋มันเกี่ยวอะไรกับศิลาจารึกกันแน่?”
เย่ชิวว่า “อย่าเพิ่งไปสนใจหรอกว่าแหล่งบรรพชนจินอู๋จะเกี่ยวกับศิลาจารึกยังไง ผมว่า คุณควรรีบจัดการผมกับคิ้วของตัวเองก่อนดีกว่า ตอนนี้สภาพคุณ ผมยังไม่ชินเลย”
“ก็จริงของแก” จางเหมยเจินเหรินว่าพลางหมุนเวียนพลังชี่ในกาย แล้วเริ่มภาวนาคาถาในใจ
ไม่นาน ผมกับคิ้วยาวของเขาก็เริ่มงอกขึ้นมาใหม่ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เย่ชิวเหลือบมองจางเหมยเจินเหริน พอเห็นอีกฝ่ายตั้งสมาธิอยู่กับการเร่งขนผมให้ยาวขึ้น ก็แอบขยับเข้าไปใกล้ศิลาจารึกอย่างเงียบ ๆ จากนั้นใช้นิ้วกลางมือขวาบีบเลือดออกมาหนึ่งหยด ดีดเบา ๆ ให้เลือดหยดนั้นตกลงบนศิลาจารึก
“วูม!”
ศิลาจารึกสั่นไหวเบา ๆ ทันใดนั้น ก็ปลดปล่อยแสงทองคำก้อนหนึ่งออกมาห่อหุ้มร่างของเย่ชิวทั้งตัว
วินาทีถัดมา เย่ชิวก็ถูกดูดเข้าไปในศิลาจารึกนั้นทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ไม่อัพต่อแล้วหรอครับ...
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...