ภายในโลงศพสีแดงโลหิตพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีสัตว์ร้ายไร้เทียมทานดิ้นรนคำรามอยู่ข้างใน ผ่านไปครู่หนึ่ง ด้านในจึงค่อย ๆ สงบลง
“เหล่าเจิ่ว ตื่นแล้วเหรอ?” เย่ชิวเอ่ยถาม
“เฮเฮ ต้องยอมรับนะว่าไอ้หนูนี่ดวงดีจริง ๆ” เสียงของเหล่าเจิ่วดังออกมาจากในโลง ฟังดูอารมณ์ดีไม่น้อย “ถ้าไม่ใช่เพราะเศษวิญญาณกึ่งจักรพรรดิที่หลงเหลือมานี่ปลุกข้าขึ้นมา เกรงว่าข้าคงได้หลับยาวต่อไปอีกพักใหญ่เลยล่ะ”
เย่ชิวถามต่อ “เจ้ากลืนบรรพบุรุษจินอูเรียบร้อยแล้วเหรอ?”
“จะเร็วปานนั้นได้ยังไง?” เหล่าเจิ่วหัวเราะ “ไอ้หมอนี่แต่ก่อนก็เป็นครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิอยู่แล้ว แม้ตอนนี้จะเหลือแค่เศษซากวิญญาณ ใช้การสิงร่างฝืนอยู่อย่างทุลักทุเล แต่พลังที่ฟื้นกลับมาก็ไม่น้อย อยากกลืนกินจนเกลี้ยง ต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่”
เย่ชิวขมวดคิ้วแน่น “จะไม่เกิดปัญหาอะไรใช่ไหม?”
“วางใจ!” เหล่าเจิ่วหัวเราะลั่น “พอเข้ามาในโลงศพแล้วก็อย่าหวังจะออกไปเลย สมัยก่อนข้ากลืนวิญญาณแท้ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ยังง่ายเหมือนกินหมั่นโถว จะไม่ต้องพูดถึงแค่ครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิคนเดียว”
เย่ชิวถึงได้โล่งอก “งั้นก็ดีแล้ว”
“ว่าแต่ ไอ้หนู” เหล่าเจิ่วจู่ ๆ ก็ลดเสียงลง “อยากได้ของวิเศษไหม?”
“หมายความว่ายังไง?” สีหน้าเย่ชิวเต็มไปด้วยความสงสัย
เหล่าเจิ่วพูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ “หลายปีก่อน ข้าเคยมาเยือนจินอูจู๋ รู้ว่าพวกมันมีของวิเศษชิ้นหนึ่งสำคัญมาก ซ่อนอยู่ในพระราชวังสุริยัน”
“โอ้?” สายตาของเย่ชิวหันไปมองพระราชวังสุริยันทันที
จางเหมยเจินเหรินเห็นแววตาของเย่ชิวแล้วก็นัยน์ตาเป็นประกาย พลางกระซิบกับหนิงฟานว่า “เสี่ยวฟานเอ๋ย อาจารย์ของเจ้าเพิ่งจัดการกึ่งจักรพรรดิไปสองตนติด ๆ ผลงานยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ในฐานะศิษย์ เจ้าไม่คิดจะไปกล่าวแสดงความยินดีสักสองคำเหรอ?”
“แค่…แค่ข้าไม่รู้จะพูดอะไรดีนี่ครับ” หนิงฟานว่า
“โง่จริง ประจบประแจงนิดหน่อยก็ไม่ได้รึไง?” จางเหมยเจินเหรินว่า “เร็วเข้า ไปพูดคำหวาน ๆ สักหน่อย”
หนิงฟานทำได้แค่กัดฟันเดินออกไป คำนับอย่างนอบน้อมพลางเอ่ยว่า “อาจารย์อำนาจเทพแผ่ไพศาล ศิษย์นับถือจนต้องก้มกราบทั้งตัว บรรพบุรุษจินอูผู้อ้างว่าผงาดมานับหมื่นปี พอเจออาจารย์กลับไม่อาจต้านทานได้แม้เพียงกระบวนท่า เดี๋ยวเดียวก็….”
หนิงฟานยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นจางเหมยเจินเหรินกลายเป็นเงาเลือน “ฟึ่บ” พุ่งตรงเข้าสู่พระราชวังสุริยันไปแล้ว
“ไอ้เหล่าโต้วซีบ้านี่…” เย่ชิวได้แต่ทำหน้ามึนพูดไม่ออก
หนิงฟานเอ่ยอย่างงุนงง “อาจารย์ ท่านเต๋าจางรีบไปทำอะไรครับ?”
เย่ชิวตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก “จะไปทำอะไรได้ ก็ไปหาของวิเศษน่ะสิ!”
“เขาเป็นคนบอกให้ข้ามาประจบอาจารย์จริง ๆ เหรอครับ?”
“จำไว้นะ ต่อไปอย่าไปเชื่อคำมันเด็ดขาด”
“ครับ!” หนิงฟานรีบรับคำ
“ไป พวกเราเข้าไปดูบ้างดีกว่า” เย่ชิวเก็บดาบขี่สายลม เตรียมจะขยับตัว แต่หนิงฟานกลับชี้ไปยังเหล่าองครักษ์เกราะทองที่หมอบราบอยู่บนพื้นแล้วถามว่า “อาจารย์ แล้วคนพวกนี้เอายังไงดีครับ?”
บรรดาองครักษ์เกราะทองรู้สึกได้ว่าสายตาเย่ชิวหันมาทางตน ต่างก็รีบโขกศีรษะขอชีวิตกันจ้าละหวั่น
“ท่านผู้กล้าโปรดไว้ชีวิตด้วย!”
“พวกเราก็แค่ทำตามคำสั่ง…”
“ขอท่านเมตตาด้วยเถิด…”
สายตาเย่ชิวเย็นสงบ เอ่ยว่า “นิสัยข้า ทำอะไรชอบแยกบุญคุณความแค้นให้ชัด คนทำย่อมต้องรับผิดชอบเอง ไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่กลั่นแกล้งพวกเจ้า”
“ขอบคุณท่านผู้กล้าครับ!” องครักษ์เกราะทองพากันโขกศีรษะขอบคุณอีกครั้ง
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เย่ชิวดีดนิ้วเบา ๆ เปลวเพลิงพิเศษสีแดงก้อนหนึ่งพุ่งออกไป
ชั่วพริบตา เปลวไฟก็ปะทุโหมกระหน่ำ กลายเป็นทะเลเพลิงมโหฬาร กลืนกินองครักษ์เกราะทองนับร้อยเข้าไปจนหมดสิ้น
ไร้เสียงกรีดร้อง ไร้การดิ้นทุรนทุราย แม้แต่เถ้ากระดูกสักผงก็ไม่หลงเหลือ
หนิงฟานมองแล้วถึงกับใจหายวาบ ตัวสั่นไม่หยุด
“ข้าบอกแล้วว่าจะไม่กลั่นแกล้งพวกเจ้า แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะปล่อยพวกเจ้ารอด”
เย่ชิวหันไปบอกหนิงฟานต่อ “จำไว้ให้ดี เวลาเจอกับศัตรู ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด ไม่งั้นวันหน้าจะกลายเป็นภัยตามมาทีหลังไม่รู้จบ”
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...