เข้าสู่ระบบผ่าน

วิสารทแพทย์เทวัญ นิยาย บท 3255

เย่ชิวเองก็ถึงกับมึนงงไปเลย

จูบที่โผล่มากะทันหันทำให้สมองเขาว่างเปล่าในพริบตาเดียว

“เธอ……” เย่ชิวเผลอยกมือแตะตรงมุมปากที่ถูกจูบ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความชื้นเล็กน้อย

เขาก้มลงมองอ้าวอวี่เวย ก็เห็นองค์หญิงแห่งเผ่ามังกรกำลังยิ้มหวานจ้องเขาอยู่ ดวงตาสีทองอ่อนระยับวาวอย่างเจ้าเล่ห์

“นี่เป็นมารยาทของเผ่ามังกรเรา” อ้าวอวี่เวยพูดอย่างจริงจัง “เป็นการตอบแทนผู้มีบุญคุณที่ช่วยชีวิต ด้วยจุมพิตหนึ่งครั้ง”

เย่ชิว “……”

นี่มันมารยาทสำนักไหนกันฟะ

“ฟุ่ด——”

ชู่ชู่กลั้นหัวเราะไม่ไหว หลุดขำออกมา แต่ในเสียงหัวเราะนั้นกลับปนความเปรี้ยวขมอยู่ชัดเจน เธอแอบหยิกฝ่ามือตัวเองแน่น พยายามฝืนรักษารอยยิ้ม

สายตาของหนิงฟานเลื่อนไปมาระหว่างใบหน้าของเย่ชิวกับองค์หญิงเผ่ามังกรในใจคิดว่า อาจารย์ก็คืออาจารย์จริง ๆ แค่เจ้าหญิงเผ่ามังกรยังจีบติดแบบชิล ๆ

“แค่ก ๆ!” ฉางเหม่ยจินเหรินกระแอมไอเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านหญิงองค์หญิง กระหม่อมขอถามเสียมารยาทสักคำเถิด ปีนี้พระชนม์เท่าใดแล้วหรือ?”

อ้าวอวี่เวยเอียงคอคิดครู่หนึ่ง “ตามวิธีนับอายุของพวกเผ่ามนุษย์ พอตอนที่ข้าถูกผนึก เพิ่งจะสามพันปีพอดี ส่วนตอนนี้น่ะหรือ……”

นางยกนิ้วเรียวขาวขึ้นนับไปมา “ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“ก่อนหลับใหลก็สามพันปีแล้วเรอะ?” ฉางเหม่ยจินเหรินเบิกตากว้าง

อ้าวอวี่เวยพูดต่อ “เผ่ามังกรเราเกิดตามฟ้าดิน พลังชีวิตยืนยาวนัก ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุอะไร อยู่สักสาม–ห้าหมื่นปีไม่ใช่ปัญหา สามพันปีเพิ่งจะถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเท่านั้นเอง”

“อย่างนี้นี่เอง โชคดีที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่งั้นมาโลกมนุษย์นี่ เจ้ากระต่ายน้อยคงได้ติดคุกสามปี” ฉางเหม่ยจินเหรินทำตาขยิบใส่เย่ชิว “เจ้าเด็กกระต่ายน้อย เขามีสุภาษิตว่า ผู้หญิงแก่กว่าสามปีคือก้อนทอง แล้วถ้าแก่กว่าสามพันปี…ก็อุ้มภูเขาทองทั้งลูกเลยมั้ง?”

เย่ชิวทำหน้าตึง “เหล่าโต้วซี แกจะพูดให้มันจริงจังหน่อยได้ไหม?”

“ข้าจริงจังสุด ๆ เลยนะ!” ฉางเหม่ยจินเหรินทำหน้าซื่อ “ข้านี่กำลังช่วยเจ้าคิดเรื่องคู่ชีวิตอยู่นะรู้ไหม!”

หลงหมาสูดลมหายใจฮึดฮัดออกจมูกอย่างรังเกียจ “ท่านเต๋าจาง น้ำลายท่านจะย้อยอยู่แล้วนะ”

ฉางเหม่ยจินเหรินรีบยกมือเช็ดมุมปาก พอรู้ตัวว่าถูกหลงมาหลอกให้เล่น ก็หันไปถลึงตาใส่ด้วยความอับอายที่กลายเป็นโทสะ

“คิกคิก……” อ้าวอวี่เวยหัวเราะคิกคัก เบาใสดังระฆังเงินสะท้อนก้องไปทั่วท้องพระโรง

นางกระโดดพริ้วออกจากโลงหยก ลวดลายท่วงท่าสง่างามราวปุยหิมะปลิวในสายลมลงสู่พื้นอย่างไร้น้ำหนัก ขาเรียวยาวภายใต้กระโปรงยาวสีทองเผยให้เห็นลาง ๆ

เอวของนางคอดค narrow ราวกับใช้มือเดียวก็โอบรอบได้ แต่กลับไม่เสียซึ่งพลังอำนาจเฉพาะของเผ่ามังกร

เมื่อร่างนางหมุนเบา ๆ ชายกระโปรงที่ปักลายมังกรก็สะท้อนแสงระยิบระยับยามต้องแสงมุกเรืองแสงในห้อง ยิ่งขับให้ผิวนางขาวเนียนราวหยกหลอมละลาย

น่าแปลก ตั้งแต่วันที่อ้าวอวี่เวยฟื้นขึ้นมา ความเย็นยะเยือกที่อบอวลอยู่ก่อนหน้านี้ก็สลายหายไปหมดสิ้น

“เย่ฉางเซิง สหายของเจ้าช่างน่าสนุกจริง ๆ”

อ้าวอวี่เวยเอียงหน้ายิ้ม พลางปัดปอยผมเงินข้างหูอย่างแผ่วเบา แค่ท่าทางธรรมดานั้น กลับทำให้หนิงฟานกับคนอื่น ๆ ถึงกับตะลึงค้าง

สัดส่วนรูปร่างที่ไร้ที่ติ ผสานกับความสูงศักดิ์ของเผ่ามังกร ทำให้ทุกอิริยาบถของนางเต็มไปด้วยเสน่ห์อันสง่างาม

งดงามจนแทบหายใจไม่ออก!

ชู่ชู่ก้มมองเรือนร่างตัวเอง พลันรู้สึกด้อยค่าอย่างไม่มีสาเหตุ

หนิงฟานหน้าแดงก่ำ รีบเบือนสายตาไปทางอื่น กลัวคนอื่นจะเห็นว่าตนเองเผลอมองเพลิน

“เย่ฉางเซิง เจ้าไม่คิดจะแนะนำสหายของเจ้าให้ข้ารู้จักบ้างหรือ?” อ้าวอวี่เวยกระพริบตาถาม

เย่ชิวเพิ่งจะได้สติ จึงยกมือแนะนำคนทั้งสองฝ่ายกันอย่างคร่าว ๆ

พอแนะนำถึงชู่ชู่ อ้าวอวี่เวยมองเธออย่างมีความหมาย มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยอย่างยากจะอ่านออก

“น้องชู่ชู่นี่น่ารักจริง ๆ” อ้าวอวี่เวยจับมือชู่ชู่อย่างสนิทสนม “ต่อไปเราสองคนก็เป็นพี่น้องกันแล้วนะ”

“พี่อวี่เวย…” ชู่ชู่ฝืนยิ้มออกมารอยหนึ่ง แต่ในอกกลับขมปร่าจนบอกไม่ถูก

เธอแอบเหลือบมองเย่ชิว ก็เห็นเขากำลังใช้สายตาสำรวจอ้าวอวี่เวยอยู่ ยิ่งทำให้ใจเธอเจ็บร้าวกว่าเดิม

ท้ายที่สุด อ้าวอวี่เวยหันมองเย่ชิว แล้วยิ้มบาง ๆ เอ่ยว่า “เย่ฉางเซิง เจ้าไม่มีอะไรอยากถามข้าหน่อยหรือ?”

แล้วผู้แข็งแกร่งลึกลับคนนั้น…เป็นใครกันแน่?

“ผู้แข็งแกร่งลึกลับนั้นคือท่านอาวุโสชิงหยุนหรือ?” เย่ชิวถาม

“ท่านอาวุโสชิงหยุนงั้นหรือ?” อ้าวอวี่เวยสั่นศีรษะ “ไม่ใช่”

“แล้วเป็นใครกัน?” เย่ชิวแปลกใจอยู่ไม่น้อย

ในความคิดของเขาแล้ว คนที่ลงค่ายกลกระบี่สังหารเซียนไว้บนประตูทองสัมฤทธิ์กับโลงศพ น่าจะเป็นท่านอาวุโสชิงหยุนมากที่สุด

แต่ไม่คาดคิด ว่าอ้าวอวี่เวยจะตอบปฏิเสธ

อ้าวอวี่เวยมองเย่ชิวแล้วกล่าวว่า “ผู้แข็งแกร่งลึกลับที่ช่วยชีวิตข้า เขาบอกว่าตัวเองคือเย่เจียเหล่าจู่”

“ท่านปู่ใหญ่หวงจิน?” เย่ชิวอึ้งไป

“ใช่แล้ว!” อ้าวอวี่เวยกล่าวต่อ “ตอนนั้นศึกใหญ่ยังไม่จบ เย่เจียเหล่าจู่บอกว่า ด้วยความสามารถของข้า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะล้างแค้นให้เสด็จพ่อ หรือจะรักษาเผ่ามังกรไว้ได้ ทางเดียว คือรอโอกาสออกมาสู่โลกอีกครั้ง ค่อย ๆ วางหมากอย่างช้า ๆ”

“ดังนั้น เขาจึงผนึกข้าไว้”

“ก่อนผนึก เขายังบอกข้าอีกว่า อีกหลายปีข้างหน้า จะมีคนรุ่นหลังของเขามาที่นี่เพื่อช่วยปลดผนึกให้ข้า และคนนั้น…ก็คือเจ้า”

ทุกคนฟังแล้วถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ราวกับนั่งฟังนิทานอยู่ ทั้งเรื่องราวมันพิกลเกินกว่าจะเชื่อได้

“ท่านปู่ใหญ่หวงจินยังบอกอะไรท่านอีกบ้าง?” เย่ชิวถาม

อ้าวอวี่เวยตอบว่า “ตอนนั้นท่านเย่ดูเหมือนจะมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ เราสองคนจึงพูดคุยกันได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อด้วยซ้ำ”

“แต่การที่ท่านเย่ช่วยข้า ก็ไม่ได้ช่วยแบบไม่มีเงื่อนไข”

“ข้าตกลงรับปากท่านไว้สามข้อ”

อ้าวอวี่เวยเงยหน้าขึ้น สบตาเย่ชิวแล้วกล่าวว่า “แล้วสามข้อที่ว่านั้น ล้วนเกี่ยวข้องกับเจ้าทั้งสิ้น”

“อ้อ?” บนใบหน้าเย่ชิวฉายแววสงสัย “สามข้ออะไรบ้างล่ะ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ