เยี่ยนชิงหลุบสายตาลงต่ำ
เขารู้ตั้งนานแล้วว่าฮูหยินจะมา แต่ใครจะรู้เล่าว่านางจะมาแบบนี้…
“เด็กคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างใด?”
“ได้ยินมาว่า…เป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณสามขวบ ผมสีม่วงตาสีม่วง เป็นที่จดจำได้ง่าย”
“ผมสีม่วง?”
หรงซิวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็เหมือนว่าเขาจะคิดอันใดบางอย่างออก เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะสองครั้ง ดวงตาฉายแววประหลาดใจ
ในตอนนั้นเองเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“นางใจกล้าเหลือเกิน”
ผู้เป็นแม่ที่กล้าปลอมตัวคนนั้น มีเพียงแค่นางเท่านั้นที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้
แต่ว่า…เขาก็สามารถมองออก ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นปฏิบัติตัวต่อนางอย่างไม่ธรรมดา
หากเป็นคนอื่น เกรงว่าจะต้องตายไปแล้วหมื่นครั้ง
เมื่อสัมผัสได้ว่าความกรุ่นโกรธของหรงซิวหายไปแล้ว เยี่ยนชิงจึงเงยหน้าขึ้นมา แล้วถามอย่างรอบคอบว่า
“เช่นนั้น…ฝ่าบาทจะทำอย่างใด…”
“ไม่ต้องยื่นมือเข้าไปยุ่ง ทางนั้นให้เสวี่ยเสวี่ยคอยปกป้อง รอพวกนางมาถึงแล้ว ข้าจะไปรับนางด้วยตัวเอง”
ยิ่งไปกว่านั้นมีท่านผู้นั้นอยู่ ใครมันจะสามารถรังแกนางได้?
แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมีความสุขมากนัก แต่ในเมื่อท่านผู้นั้นจะมา ก็ต้องทำตามเช่นนี้แหละ
“พ่ะย่ะค่ะ!”
…
ในตอนนั้นเองฉู่หลิวเยว่ก็กำลังก้าวผ่านม่านแสงเข้าสู่แผ่นดินของอาณาจักรเสิ่นซวี่แล้ว
ตอนที่เท้าทั้งสองข้างของนางเหยียบพื้นแผ่นดินหนา ฉู่หลิวเยว่ก็รู้สึกมึนงงไปเล็กน้อย
นางรวบรวมสมาธิ แล้วมองไปด้านข้างใดยรอบ
ด้านหน้ายังคงมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เช่นเดิม ท้องฟ้าเป็นสีคราม
เส้นสุดขอบฟ้า มีเมืองแห่งหนึ่งตั้งอยู่
เมืองนั้นสูงตระหง่าน
ด้านนอกเมืองมีม่านพลังขนาดใหญ่ปกคลุมเอาไว้อยู่!
แม้ว่าจะอยู่ในระยะที่ห่างกันขนาดนั้น แต่นางก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เข้มข้น!
“ที่นั่นคือหน้าผาแดนสวรรค์”
ตู๋กูโม่เป่ากระโดดลงจากอ้อมแขนของฉู่หลิวเยว่ แล้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าสงบ
“หน้าผาแดนสวรรค์?”
ก่อนหน้านี้ฉู่หลิวเยว่เคยได้ยินชื่อนี้มาหลายครั้งแล้ว
“เป็นตระกูลหนึ่งที่อยู่ในอาณาจักรเสิ่นซวี่หรือ?” “ภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่ ไม่มีจักรพรรดิ ไม่มีราชวงศ์ มีเพียงสำนักหรือตระกูลเท่านั้น สำนักไหนที่มีฝีมือแข็งแกร่ง ตำแหน่งสูงเท่าไรก็สามารถครอบครองทรัพยากร และของวิเศษได้มากเท่านั้น”
“อยู่ที่นี่ ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับ มีกฎเพียงข้อเดียว…ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้แข่งแกร่งคือผู้ชนะ!”
หัวใจของฉู่หลิวเยว่สั่นสะท้านไปเล็กน้อย
แม้จะเป็นเพียงสองประโยคสั้นๆ แต่เมื่อฟังแล้วทำให้นางรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดเข้มข้น!
“สำนักในอาณาจักรเสิ่นซวี่มีมากมายดังต้นไม้ในพนา แต่ก็มีระดับสูงต่ำ หน้าผาแดนสวรรค์นี้ นับว่าเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับที่สามเท่านั้น”
ฉู่หลิวเยว่พูดอันใดไม่ออก
อันดับที่สาม?
คุณชายหลินว่าครู่นี้ ดูเหมือนว่าจะยังหนุ่มอยู่ แต่กลับสามารถก้าวผ่านอาณาเขตเซียนเทพได้แล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าคนเช่นพวกเขาจะถูกจัดลำดับอยู่อันดับที่สาม
“แบบนี้…ก็ถูกจัดแค่ลำดับที่สาม ไม่ทราบว่าลำดับที่หนึ่ง จะแข็งแกร่งขนาดไหน…”
ฉู่หลิวเยว่อดพูดพึมพำไม่ได้
“แม้จะบอกว่าเป็นอันดับที่สาม แต่ถ้าสามารถเป็นลำดับที่สามในอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้แล้วก็หมายความว่าเขาชนะนิกายอื่นๆ มากกว่าครึ่งไปแล้ว ต้องบอกก่อนว่า สำนักส่วนใหญ่ไม่มีสิทธิ์ที่จะส่งคนมาที่ประตูอาณาจักรเสิ่นซวี่ที่นี่แบบนี้”
“เจ้ายังจำอักขระยันต์ที่อยู่บนม่านแสงนั้นได้หรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“นั่นคือสัญลักษณ์ของหน้าผาแดนสวรรค์”
“น้อยคนนักที่จะสามารถสลักสัญลักษณ์ของตนเองบนม่านแสงได้”
ฉู่หลิวเยว่เข้าใจแล้ว
“เข้าใจแล้ว นั่นก็หมายความว่า แม้ว่าคนอื่นจะมาที่นี่สักกี่รอบ ก็ไม่มีใครสามารถยั่วโมโหเขาได้”
ตู๋กูโม่เป่า “…”
แม้ว่าตู๋กูโม่เป่าจะมีใบหน้าเย็นชา แต่เมื่อฉู่หลิวเยว่ถามคำถามขึ้นมา เขาก็ยังตอบเหมือนเดิม
“อาณาจักรเสิ่นซวี่ มีกฎเพียงข้อเดียว คือ ผู้ที่แข็งแกร่งคือผู้ชนะ! เพื่อทำให้แข็งแกร่งมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องอะไรพวกเขาก็ทำทั้งนั้น หากพวกเขาเปิดเผยระดับพลังของตัวเองสู่สาธารณะแล้วละก็ จะต้องเป็นที่ดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมาก เจ้าไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันจะสร้างปัญหาได้มากมายแค่ไหน นอกเสียจากเจ้าจะมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่ง หรือมีผู้ที่แข็งแกร่งติดตามมา ไม่เช่นนั้น ห้ามเปิดเผยระดับพลังของตัวเองอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะ–”
ตู๋กูโม่เป่าชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นมองนาง
“เจ้าที่ยังอ่อนแอขนาดนี้”
ฉู่หลิวเยว่สะอึกไป
นางมีชีวิตมาแล้วสองชาติ นอกจากตอนที่เพิ่งเกิดใหม่แรกๆ นางถูกคนมองว่าเป็นขยะอยู่ช่วงหนึ่ง ส่วนในสถานการณ์ส่วนใหญ่ ล้วนถูกคนตะโกนใส่ว่าอัจฉริยะ
ไม่ว่าคนที่เคยดูถูกนางหรือไม่ก็ตาม ต่างก็ต้องยอมรับในพรสวรรค์ของนาง
มีเพียงพี่เป่าคนเดียวเท่านั้น ที่ดูจะรังเกียจนางเสมอ
แต่ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นถูกต้อง
ที่แห่งนี้ นาง…อ่อนแอมากจริงๆ
นางเม้มริมฝีปาก และต้องการจะแข็งแกร่งโดยเร็ว!
“คนส่วนใหญ่มักจะใช้อาวุธโบราณเพื่อปิดบังลมปราณของตนเอง แต่ว่าอาวุธโบราณก็มีทั้งดีและไม่ดี ยอดฝีมือระดับสูงยังสามารถมองทะลุอาวุธโบราณเหล่านั้น จนสามารถเห็นพลังที่แท้จริงของอีกฝ่ายได้”
“เช่นนั้น…”
“เจ้าไม่ต้องกังวล”
ตู๋กูโม่เป่าพูดเสียงเรียบ
“อาวุธโบราณที่เจ้าใช้นั้นมันก็ไม่เลว คนธรรมดาไม่สามารถมองออก”
“…อ่า”
ฉู่หลิวเยว่คล้ายว่าจะเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ นางสัมผัสแหวนสีเงินขนาดเท่านิ้วชี้ที่ห้อยอยู่ที่คอ
ในตอนแรกตู๋กูโม่เป่าเป็นคนมอบของสิ่งนี้มาให้นาง
ในตอนนั้นเขาพูดว่าต้องการปกปิดระดับพลัง เพื่อให้เข้าไปในอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้อย่างราบรื่น
คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะสำคัญขนาดนี้
แต่ว่า…ไม่ทราบว่าของชิ้นนี้มันอยู่ในระดับใดกันแน่
“ด้านหน้าของเมืองมีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ พวกเราจะเข้าไปด้านในจากทางนั้น”
—————————-

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...