ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 170

ณ สำนักเทียนลู่

ฉู่หลิวเยว่เริ่มจัดการปรุงยาภายใต้สายตาที่จับจ้องของจั่วหรงและอาจารย์ท่านอื่นๆ

ประการแรกนางหยิบเปลือกสีขาวขนาดเท่าฝ่ามือออกมาแล้วฝนลงบนหินบดยาอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้นไม่นานผงสีขาวละเอียดก็ร่วงลงมา

ของสิ่งนี้มีเนื้อสัมผัสที่หนักและหนาจึงทำให้ฝนลำบากมาก ฉู่หลิวเยว่ฝนมันมาได้ประมาณสิบห้านาทีแล้ว แต่ก็ยังคงเหลืออยู่อีกมากกว่าครึ่งหนึ่ง

เสวียนชางที่อยู่ข้างๆ อดทนแล้วอดทนเล่า จนทนไม่ไหวที่เห็นฉู่หลิวเยว่ทำอะไรดูเงอะงะไปหมด และในที่สุดเขาก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า

“ฉู่หลิวเยว่ ตกลงเจ้ารู้หรือเปล่าว่าเขาไม่ได้จัดการกับหอยงวงช้างกันเยี่ยงนี้!”

ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ

“ตายจริง! แต่ในตำราเขียนเอาไว้ว่าต้องฝนให้หอยงวงช้างให้กลายเป็นผงก่อนถึงจะใช้ได้ผลมิใช่หรือเจ้าคะ”

เสวียนชางนวดคลึงระหว่างคิ้วด้วยความปวดหัว

“คำพูดนี้ถูกต้อง แต่ถ้าทำตามความเร็วในตอนนี้ของเจ้า ต้องใช้เวลานานเท่าใดในการบดหอยงวงช้างให้เป็นผงจนหมด ที่สำคัญนี่เพิ่งแค่อันแรกเท่านั้น ยังมีอีกอันในกล่อง! เจ้าคิดดูสิว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่”

ฉู่หลิวเยว่เก้อเขิน จากนั้นนางก็ขอคำชี้แนะด้วยความถ่อมตน

“ถ้าอย่างนั้น…ท่านว่าต้องทำอย่างไรเจ้าคะ”

เสวียนชางส่ายหน้าอย่างผิดหวัง แล้วจึงหันไปพูดกับจั่วหรงว่า

“เจ้าดูท่าทางเงอะงะของนางสิ ดูฉลาดเสียที่ไหน แค่หอยงวงช้างอันเดียวยังจัดการไม่ได้ แล้วจะปรุงยาต่อไปได้อย่างไร! ข้าว่าพวกเราไม่ต้องอยู่ดูนางที่นี่อีกต่อไปแล้ว วิธีการของนางดูไม่น่าเชื่อถือมาก พวกเราไปดูอาการของเลี่ยวจงซูเองจะดีกว่า!”

หลังจากที่พูดจบ เสวียนชางก็ไม่สนใจที่จั่วหรงรั้งไว้ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปทันที

อาจารย์ที่เหลือต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“จั่งหรง…คือว่า…ที่เสวียนชางกล่าวมาก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผลนะ ฉู่หลิวเยว่บอกเองว่านางไม่ได้คิดตำรับยานั้นขึ้นมาเอง แต่นางไปลักจำมาจากผู้อื่น ทั้งยังจำได้ไม่แม่นยำอีกต่างหาก ส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับการคาดเดาทั้งนั้น ฉะนั้นมันยากที่จะบอกว่าวิธีการนี้จะใช้ได้ผลหรือไม่!”

“ข้าได้ยินมาว่าตอนสอบเข้าสำนัก นางกระเสือกกระสนสอบผ่านมาได้ พิจารณาดูแล้วนางคงไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ จั่วหรง คราวนี้เจ้าน่าจะคาดหวังมากเกินไปแล้วล่ะ”

“ข้าว่าจะกลับไปหาวิธีกับเสวียนชางดีกว่า! ทุกท่าน ข้าขอตัวก่อน!”

“รอข้าด้วย! ข้ายังมีธุระที่ต้องกลับไปสะสาง…”

เสวียนชางพาอาจารย์สองท่านออกไปพร้อมกัน คราวนี้จึงเหลือเพียงแค่จั่วหรงกับอาจารย์อีกหนึ่งท่าน

บรรยากาศดูอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย

ฉู่หลิงเยว่ขอโทษถาม

“อาจารย์จั่งหรงเจ้าคะ ศิษย์ทำอะไรผิดหรือเจ้าคะ”

จั่งหรงกระแอมไอ

“เปล่า ไม่มีอะไร พวกเขาแค่มีธุระของตนเองที่ต้องไปจัดการ เจ้าไม่ต้องสนใจพวกเขาหรอก แค่ปรุงยาของเจ้าก็พอ!”

ฉู่หลิวเยว่น้ำท่วมปาก แต่นางก็ยังคงไม่กล่าวสิ่งใดออกมา จากนั้นนางจึงหันไปฝนเปลือกหอยชางเผือกต่อไป

ใช้เวลาไปพักใหญ่ๆ ก่อนที่นางจะฝนมันออกมาให้เป็นผง

นางถึงกับต้องปาดเหงื่อ จากนั้นก็หยิบหอยงวงช้างอันที่สองออกมาเพื่อเริ่มฝนมันอีกครั้ง

และในที่สุดอาจารย์อีกท่านก็ทนไม่ไหว ก่อนจะจากไปหลังจากขอโทษขอโพยจั่วหรง

จั่วหรงมองไปที่ฉู่หลิวเยว่ด้วยความมึนงงสงสัย

หรือว่าเป็นเพราะเขาที่มองผิดไป

หรือแท้จริงแล้วพรสวรรค์ของฉู่หลิวเยว่ไม่ได้โดดเด่นอย่างที่เขาคาดคิดเอาไว้

ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นจริง…นางจะผ่านด่านอุปสรรคของพวกชุยเหยามาได้อย่างไร

จั่วหรงจ้องฉู่หลิวเยว่ตาไม่กะพริบ เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นมีความคิดที่คลุมเครือผุดขึ้นในหัวใจของเขา

…หรือว่าฉู่หลิวเยว่มีเจตนาซ่อนความสามารถเอาไว้

แล้วนางจะทำไปเพื่อการใดกันล่ะ

เป็นความฝันของใครหลายคนที่จะมีพรสวรรค์ด้านหมอเทวดา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์