เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1714

………………..

ในสมองของหนานอีฝานมีเสียงดัง “วิ้ง” ขึ้นมาทันที!

เหมือนกับมีค้อนที่มองไม่เห็นทุบเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างแรง ทำให้เขายืนอยู่ที่เดิมอย่างมึนงง!

นายหญิงแห่งพระราชวังเมฆาสวรรค์…

ใช่แล้ว!

ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเหตุใดเขาถึงรู้สึกคุ้นหูกับซั่งกวนเยว่อย่างมาก…นั่นคือชื่อของพระชายาที่หรงซิวแต่งตั้งขึ้นมาด้วยตนเองไม่ใช่หรือ?

ตอนแรกเรื่องเหล่านี้แพร่ขยายเป็นวงกว้างในกลุ่มคนของอาณาจักรเสิ่นซวี่

แต่ตระกูลหนานไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องราวเหล่านี้มากนัก เดิมทีเรื่องราวของคนด้านล่างก็ไม่มีทางพูดขึ้นต่อหน้าเขาอยู่แล้ว

แต่นี่เป็นเรื่องที่เขาแอบสืบมาด้วยตนเอง ดังนั้นเขาจึงรู้สถานการณ์เหล่านี้เล็กน้อย

แต่เรื่องนี้ก็ผ่านมาสักพักหนึ่งแล้ว รอบกายของเขาแทบจะไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป เขาจึงลืมเรื่องนี้ไปโดยปริยาย

ดังนั้นตอนที่เขาได้ยินชื่อของซั่งกวนเยว่ เขาจึงนึกเรื่องนี้ไม่ออก!

ผิดแผน!

ผิดแผนจริงๆ!

หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่ง หนานอีฝานก็รู้สึกเสียใจจนลำไส้เป็นสีเขียว!

…นั่นคือแม่นางของหรงซิว!

เขาจะคิดไม่ออกได้อย่างใด ก็พวกเขาพูดอย่างเสียงดังไปว่าจะหาเรื่องนาง?

อีกทั้งยังพาคนตระกูลหนานมามากมายขนาดนี้ เพื่อที่จะฉีกหน้าพวกนาง!

ดูคนเหล่านี้สิ!

ที่แห่งนี้มีบิดา อาจารย์ และบรรพบุรุษของซั่งกวนเยว่!

หากล่วงเกินพวกเขา เท่ากับล่วงเกินซั่งกวนเยว่อย่างไม่ต้องสงสัย…และนี่ก็เท่ากับล่วงเกินหรงซิวไม่ใช่หรือ?

เขากลืนน้ำลายลงคอ จากนั้นก็พูดออกมาสองสามคำอย่างยากลำบาก

“เข้าใจผิด…เป็นการเข้าใจผิดกันแล้ว…”

“เอ๋ เมื่อครู่นี้คุณหนูรองยังพูดว่า ที่พวกเขาต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์น่าสังเวชเช่นนี้ก็เป็นเพราะ ‘นังสารเลว’ ซั่งกวนเยว่นั่นไม่ใช่หรือ?”

ท่ามความเงียบจนแทบจะทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก ผู้อาวุโสอี้อวี่กลับพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เขากะพริบตาปริบๆ!

“เมื่อครู่นี้นางก็เหมือนจะพูดกับประมุขหนานว่าพวกเขาต้องการแก้แค้น แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงเปลี่ยนเป็นการเข้าใจผิดไปได้เล่า?”

อี้เจาเหลือบสายตามองเขา

ผ่านมานานหลายปีขนาดนี้ โรคที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นโดยไม่กลัวบานปลายก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลย

แต่ว่า…

ครั้งนี้เขากลับยินดีจะรับชมเรื่องสนุกสนานเหล่านี้

ผู้อาวุโสอี้อวี่เพิ่งพูดออกมา หนานอีฝานก็รู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดีแล้ว หลังจากฟังจนจบ เขาจึงรู้สึกเคียดแค้นจนคันฟัน!

อี้อวี่ผู้นี้ เหตุใดถึงต้องออกมาก่อกวนในเวลานี้ด้วย!

หากเขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจผีก็คงต้องหลอกแล้ว!

ในตอนนั้นเขากลับไม่ได้ไปสนใจผู้อาวุโสอี้อวี่ แต่หันมามองทางหรงซิวแทน

“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น! ความ…”

เมื่อสบกับสายตาของหรงซิว ทันใดนั้นเสียงของหนานอีฝานก็หยุดชะงักกลางอากาศ

เขาสัมผัสได้ว่าที่ลำคอของตนเองเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเอาไว้จนแน่น!

คำพูดอธิบายที่เหลือติดอยู่ในลำคอ ไม่ว่าอย่างใดก็พูดไม่ออก

สายตาที่ล้ำลึกและเย็นชาจดจ้องอยู่บนร่างกายของเขา ทำให้เขารู้สึกหนาวเสียดแทงกระดูก!

“หา?”

หรงซิวพูดขึ้นเบาๆ ด้วยเสียงราบเรียบ จากนั้นก็หันไปมองทางหนานอีอี

นางไม่เคยสัมผัสถึงความตายที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน เหมือนกับว่าอยู่ห่างนางออกไปแค่หนึ่งก้าว!

แรงกดดันที่น่าหวาดกลัวปกคลุมตัวนางในทันที! แทบจะทำให้นางหายใจไม่ออก!

หนานอีฝานรีบสาวเท้าก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว พร้อมยืนขวางด้านหน้าของหนานอีอี แล้วรีบอธิบายว่า

“โอรสสวรรค์! ไม่ได้เป็นเช่นนั้น! อีอีไม่เคยพูดแบบนั้นมาก่อน!”

“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าผู้อาวุโสอี้อวี่โกหกต่อหน้าทุกคนอย่างนั้นหรือ และแกล้งปิดบังหลอกลวงข้า?”

หรงซิวถามกลับหนึ่งประโยค ทำให้หนานอีฝานสำลักไปทันที

ก่อนหน้านี้ตอนที่เผชิญหน้ากับหรงซิว เขาก็ยังทำตัวสูงส่งเหนือกว่าอยู่เสมอ

ต่อให้เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย แต่ความจริงแล้วภายในใจของเขาไม่ได้เห็นหรงซิวอยู่ในสายตาเลย

พระราชวังเมฆาสวรรค์ จะมาเปรียบเทียบกับตระกูลหนานได้อย่างใด?

แต่ทว่าในตอนนี้ หนานอีฝานสั่งให้เขาก้มหัวให้หรงซิว?

เขาไม่มีทางเห็นด้วยเด็ดขาด!

“เขาไม่คู่ควร!”

หนานอวี่สิงตะโกนจนคอเป็นเอ็น!

“เขา…”

เพี้ยะ!

เสียงของหนานอวี่สิงจางหายไปแล้ว ใบหน้าที่ถูกตบหันไปด้านข้าง อีกทั้งบวมแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว

หน้าอกของหนานอีฝานกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ฝ่ามือของเขากำลังสั่นสะท้านอยู่เล็กน้อย

“คุณชายใหญ่!”

เมื่อผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นเหตุการณ์ดังนี้ก็ตกใจจนนิ่งค้างไป ก่อนจะเห็นว่ามุมปากของหนานอวี่สิงมีคราบเลือดไหลออกมา จากนั้นพวกเขาถึงดึงสติกลับมาได้อีกครั้ง

ตอนที่พวกเขากำลังจะเข้าไปพยุงหนานอวี่สิง แต่กลับได้ยินเสียงหนานอีฝานสั่งขึ้นมาอีกครั้ง

“ห้ามไปสนใจเขา!”

น้ำเสียงของเขาเข้มงวด ผู้อาวุโสทั้งสองท่านก็ไม่กล้าขัดขืน จึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิมอย่างลำบากใจ ร่างของหนานอวี่สิงโงนเงน ก่อนจะล้มลงพื้น

เดิมทีหนานอวี่สิงก็บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว และครั้งนี้หนานอีฝานก็ยังลงมือเต็มแรง ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถทนรับไหว

ทุกคนล้วนไม่เข้าใจ เหตุใดการกระทำของหนานอีฝานจึงเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ราวกับคนละขั้ว

แต่พวกเขาก็ไม่โง่ เขารู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องมีเหตุผลบางประการที่พวกเขาไม่ทราบแน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องปิดปากเงียบ

หนานอีฝานหลับตาลง จากนั้นก็หันไปมองทางหรงซิว

“โอรสสวรรค์ เรื่องที่ทำให้ท่านขุ่นเคืองเมื่อครู่นี้ ได้โปรดให้อภัยข้าน้อยด้วยนะขอรับ”

หรงซิวเลิกคิ้วกระบี่ขึ้นเล็กน้อย

“อาศัยเพียงแค่แรงตบหนึ่งฝ่ามือ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์