………………..
ในสมองของหนานอีฝานมีเสียงดัง “วิ้ง” ขึ้นมาทันที!
เหมือนกับมีค้อนที่มองไม่เห็นทุบเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างแรง ทำให้เขายืนอยู่ที่เดิมอย่างมึนงง!
นายหญิงแห่งพระราชวังเมฆาสวรรค์…
ใช่แล้ว!
ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเหตุใดเขาถึงรู้สึกคุ้นหูกับซั่งกวนเยว่อย่างมาก…นั่นคือชื่อของพระชายาที่หรงซิวแต่งตั้งขึ้นมาด้วยตนเองไม่ใช่หรือ?
ตอนแรกเรื่องเหล่านี้แพร่ขยายเป็นวงกว้างในกลุ่มคนของอาณาจักรเสิ่นซวี่
แต่ตระกูลหนานไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องราวเหล่านี้มากนัก เดิมทีเรื่องราวของคนด้านล่างก็ไม่มีทางพูดขึ้นต่อหน้าเขาอยู่แล้ว
แต่นี่เป็นเรื่องที่เขาแอบสืบมาด้วยตนเอง ดังนั้นเขาจึงรู้สถานการณ์เหล่านี้เล็กน้อย
แต่เรื่องนี้ก็ผ่านมาสักพักหนึ่งแล้ว รอบกายของเขาแทบจะไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป เขาจึงลืมเรื่องนี้ไปโดยปริยาย
ดังนั้นตอนที่เขาได้ยินชื่อของซั่งกวนเยว่ เขาจึงนึกเรื่องนี้ไม่ออก!
ผิดแผน!
ผิดแผนจริงๆ!
หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่ง หนานอีฝานก็รู้สึกเสียใจจนลำไส้เป็นสีเขียว!
…นั่นคือแม่นางของหรงซิว!
เขาจะคิดไม่ออกได้อย่างใด ก็พวกเขาพูดอย่างเสียงดังไปว่าจะหาเรื่องนาง?
อีกทั้งยังพาคนตระกูลหนานมามากมายขนาดนี้ เพื่อที่จะฉีกหน้าพวกนาง!
ดูคนเหล่านี้สิ!
ที่แห่งนี้มีบิดา อาจารย์ และบรรพบุรุษของซั่งกวนเยว่!
หากล่วงเกินพวกเขา เท่ากับล่วงเกินซั่งกวนเยว่อย่างไม่ต้องสงสัย…และนี่ก็เท่ากับล่วงเกินหรงซิวไม่ใช่หรือ?
เขากลืนน้ำลายลงคอ จากนั้นก็พูดออกมาสองสามคำอย่างยากลำบาก
“เข้าใจผิด…เป็นการเข้าใจผิดกันแล้ว…”
“เอ๋ เมื่อครู่นี้คุณหนูรองยังพูดว่า ที่พวกเขาต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์น่าสังเวชเช่นนี้ก็เป็นเพราะ ‘นังสารเลว’ ซั่งกวนเยว่นั่นไม่ใช่หรือ?”
ท่ามความเงียบจนแทบจะทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก ผู้อาวุโสอี้อวี่กลับพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เขากะพริบตาปริบๆ!
“เมื่อครู่นี้นางก็เหมือนจะพูดกับประมุขหนานว่าพวกเขาต้องการแก้แค้น แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงเปลี่ยนเป็นการเข้าใจผิดไปได้เล่า?”
อี้เจาเหลือบสายตามองเขา
ผ่านมานานหลายปีขนาดนี้ โรคที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นโดยไม่กลัวบานปลายก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลย
แต่ว่า…
ครั้งนี้เขากลับยินดีจะรับชมเรื่องสนุกสนานเหล่านี้
ผู้อาวุโสอี้อวี่เพิ่งพูดออกมา หนานอีฝานก็รู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดีแล้ว หลังจากฟังจนจบ เขาจึงรู้สึกเคียดแค้นจนคันฟัน!
อี้อวี่ผู้นี้ เหตุใดถึงต้องออกมาก่อกวนในเวลานี้ด้วย!
หากเขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจผีก็คงต้องหลอกแล้ว!
ในตอนนั้นเขากลับไม่ได้ไปสนใจผู้อาวุโสอี้อวี่ แต่หันมามองทางหรงซิวแทน
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น! ความ…”
เมื่อสบกับสายตาของหรงซิว ทันใดนั้นเสียงของหนานอีฝานก็หยุดชะงักกลางอากาศ
เขาสัมผัสได้ว่าที่ลำคอของตนเองเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเอาไว้จนแน่น!
คำพูดอธิบายที่เหลือติดอยู่ในลำคอ ไม่ว่าอย่างใดก็พูดไม่ออก
สายตาที่ล้ำลึกและเย็นชาจดจ้องอยู่บนร่างกายของเขา ทำให้เขารู้สึกหนาวเสียดแทงกระดูก!
“หา?”
หรงซิวพูดขึ้นเบาๆ ด้วยเสียงราบเรียบ จากนั้นก็หันไปมองทางหนานอีอี
นางไม่เคยสัมผัสถึงความตายที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน เหมือนกับว่าอยู่ห่างนางออกไปแค่หนึ่งก้าว!
แรงกดดันที่น่าหวาดกลัวปกคลุมตัวนางในทันที! แทบจะทำให้นางหายใจไม่ออก!
หนานอีฝานรีบสาวเท้าก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว พร้อมยืนขวางด้านหน้าของหนานอีอี แล้วรีบอธิบายว่า
“โอรสสวรรค์! ไม่ได้เป็นเช่นนั้น! อีอีไม่เคยพูดแบบนั้นมาก่อน!”
“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าผู้อาวุโสอี้อวี่โกหกต่อหน้าทุกคนอย่างนั้นหรือ และแกล้งปิดบังหลอกลวงข้า?”
หรงซิวถามกลับหนึ่งประโยค ทำให้หนานอีฝานสำลักไปทันที
ก่อนหน้านี้ตอนที่เผชิญหน้ากับหรงซิว เขาก็ยังทำตัวสูงส่งเหนือกว่าอยู่เสมอ
ต่อให้เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย แต่ความจริงแล้วภายในใจของเขาไม่ได้เห็นหรงซิวอยู่ในสายตาเลย
พระราชวังเมฆาสวรรค์ จะมาเปรียบเทียบกับตระกูลหนานได้อย่างใด?
แต่ทว่าในตอนนี้ หนานอีฝานสั่งให้เขาก้มหัวให้หรงซิว?
เขาไม่มีทางเห็นด้วยเด็ดขาด!
“เขาไม่คู่ควร!”
หนานอวี่สิงตะโกนจนคอเป็นเอ็น!
“เขา…”
เพี้ยะ!
เสียงของหนานอวี่สิงจางหายไปแล้ว ใบหน้าที่ถูกตบหันไปด้านข้าง อีกทั้งบวมแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว
หน้าอกของหนานอีฝานกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ฝ่ามือของเขากำลังสั่นสะท้านอยู่เล็กน้อย
“คุณชายใหญ่!”
เมื่อผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นเหตุการณ์ดังนี้ก็ตกใจจนนิ่งค้างไป ก่อนจะเห็นว่ามุมปากของหนานอวี่สิงมีคราบเลือดไหลออกมา จากนั้นพวกเขาถึงดึงสติกลับมาได้อีกครั้ง
ตอนที่พวกเขากำลังจะเข้าไปพยุงหนานอวี่สิง แต่กลับได้ยินเสียงหนานอีฝานสั่งขึ้นมาอีกครั้ง
“ห้ามไปสนใจเขา!”
น้ำเสียงของเขาเข้มงวด ผู้อาวุโสทั้งสองท่านก็ไม่กล้าขัดขืน จึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิมอย่างลำบากใจ ร่างของหนานอวี่สิงโงนเงน ก่อนจะล้มลงพื้น
เดิมทีหนานอวี่สิงก็บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว และครั้งนี้หนานอีฝานก็ยังลงมือเต็มแรง ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถทนรับไหว
ทุกคนล้วนไม่เข้าใจ เหตุใดการกระทำของหนานอีฝานจึงเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ราวกับคนละขั้ว
แต่พวกเขาก็ไม่โง่ เขารู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องมีเหตุผลบางประการที่พวกเขาไม่ทราบแน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องปิดปากเงียบ
หนานอีฝานหลับตาลง จากนั้นก็หันไปมองทางหรงซิว
“โอรสสวรรค์ เรื่องที่ทำให้ท่านขุ่นเคืองเมื่อครู่นี้ ได้โปรดให้อภัยข้าน้อยด้วยนะขอรับ”
หรงซิวเลิกคิ้วกระบี่ขึ้นเล็กน้อย
“อาศัยเพียงแค่แรงตบหนึ่งฝ่ามือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...