เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1743

………………..

ทั้งสองคนเล่นหมากด้วยความสนุกและผ่อนคลาย

ตอนที่ผู้คนกำลังหมกมุ่นกับอันใดบางอย่าง เวลามักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ

ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ฉู่หลิวเยว่วิ่งวุ่นอยู่กับการไปภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงและสุสานสังหารเทพ

ทั้งสองคนแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวเลย แม้กระทั่งการพูดคุยกันดีๆ ก็ยังเป็นเรื่องยากลำบาก

ในที่สุดตอนนี้ก็นับว่าได้มีเวลาพักผ่อน ได้เล่นหมากรุก ได้พูดคุยกัน

ประเด็นที่สำคัญเลยก็คือ ไม่มีใครมารบกวน พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตาย

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

โอรสสวรรค์เองก็รู้สึกพึงพอใจ

“ข้าชนะแล้ว!”

แววตาของฉู่หลิวเยว่เปล่งประกาย ไม่สามารถปกปิดความยินดีได้มิด

หรงซิวเองก็ยิ้มออกมาท่าทางผ่อนคลายแลเกียจคร้าน

“เยว่เออร์ เหมือนว่าเจ้าจะก้าวหน้ามากเลยทีเดียว”

ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“นั่นแน่นอนอยู่แล้ว”

หรงซิวยิ้มออกมาแล้วส่ายหน้า

“ข้านั้นหมายความว่า หลังจากที่เจ้าออกมาจากสุสานสังหารเทพ เหมือนว่า…เจ้าจะดูมีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด”

ตอนที่ลงหมาก การเคลื่อนไหวของนางแตกต่างจากเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก

เหมือนกับว่า…นางสามารถมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่งมากยิ่งขึ้น

ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เริ่มพิจารณาอย่างจริงจัง

เหมือนกับว่า…นางรู้ได้ด้วยตนเองว่าควรจะเดินทางอย่างใดต่อไป

ทันใดนั้นเองฉู่หลิวเยว่ก็ตกตะลึงไป

หรือเป็นเพราะว่า…ก่อนหน้านี้นางได้อ่านเนื้อเพลงฉินหมื่นแผ่นจากภายในสุสานสังหารเทพมาแล้ว

หลังจากเอาชนะเนื้อเพลงฉินทีละแผ่นอย่างยากลำบาก เมื่อนางเห็นสิ่งเหล่านี้ในตอนนี้แล้ว นางก็รู้สึกมันง่ายดายขึ้นไม่น้อย

หรงซิวมองนางด้วยรอยยิ้ม

“ข้าแพ้แล้ว พระชายาตบรางวัลให้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

ฉู่หลิวเยว่ดึงสติกลับมา จากนั้นก็เหลือบสายตามองเขา

“ฝ่าบาท ช่วยรักษาภาพลักษณ์หน่อยได้หรือไม่? หากท่านเป็นคนชนะก็ช่างเถอะ ตอนนี้ท่านแพ้แล้ว แล้วยังจะเรียกรางวัลอันใดอีก?”

หรงซิวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดคล้อยตามว่า

“รางวัลไม่มี แต่คงต้องมีของปลอบใจใช่หรือไม่?”

ฉู่หลิวเยว่ “…ไม่มี”

ขณะที่พูด นางก็ปัดฝ่ามือขึ้นเบาๆ ตัวหมากรุกที่อยู่บนกระดานก็กระจัดกระจายหายไปทั้งหมด

“เอาใหม่”

ในตอนนี้นางต้องการทราบว่า สิ่งที่นางคาดเดานั้นเป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่!

แต่หรงซิวกลับไม่ทำ

มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดว่า

“ข้าเหนื่อยมากแล้ว ทำต่อไปไม่ไหว”

ฉู่หลิวเยว่ “…”

เพิ่งผ่านไปไม่นานเท่านั้นเอง คาดไม่ถึงว่าเขาจะพูดว่า เหนื่อยมาก ทำต่อไปไม่ไหว?

แม้ว่าการเล่นหมากรุกแบบนี้จะต้องสูญเสียพลังปราณดั้งเดิมและสมาธิเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากของหรงซิว มันดูไม่มีความน่าเชื่อถือเลย

ทันทีที่นางพูดจบ ฉู่หลิวเยว่ก็สามารถสัมผัสได้ว่าอุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงอย่างกะทันหัน!

หรงซิวเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนพรวด ก่อนจะเดินเข้ามาหานาง

ทันทีที่เขาสาวเท้าออกมา กระดานหมากรุกที่อยู่ระหว่างเขาทั้งสองคนก็เกิดการสั่นไหวราวระลอกคลื่น แล้วมันก็กลายเป็นลำแสงจำนวนมากและลอยหายไปในที่สุด

ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนนั้นหดสั้นลงเรื่อยๆ ภายในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็เดินมาอยู่ตรงหน้าของฉู่หลิวเยว่แล้ว

ฉู่หลิวเยว่นั่งอยู่ ส่วนเขากำลังยืน ซึ่งทำให้รู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก

จากนั้นเขาก็โน้มตัวลงมา

เงียบเชียบ เย็นยะเยือก

นอกจากบริเวณไหล่เขาที่ถูกหรงซิวเผาไปในวันแรกก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใดอีก

“นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เหตุใดพวกเขาถึงยังไม่มีการเคลื่อนไหวอันใดเลย? ทางด้านประมุขถามย้ำมาสองรอบแล้วนะ”

ผู้คุ้มกันอีกคนหนึ่งก็หันไปมอง พร้อมขมวดคิ้วขึ้น

“จะว่าไปแล้วก็ใช่ ที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ธรรมดา แต่เป็นยอดเขาสัตตบงกชเชียวนะ! กระทั่งคนในเผ่าที่ถูกคุมขังอยู่ที่นี่ อย่างมากที่สุดก็อดทนได้เพียงสามวันเท่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสองคนนั้นที่เป็นเผ่ามนุษย์เลย…”

หลังจากหรงซิวและซั่งกวนเยว่ที่ถูกคุมขังที่นี่ พวกเขาก็รู้สึกตึงเครียดอยู่ตลอด ไม่กล้าหย่อนยานเลยแม้แต่น้อย พวกเขารอคอยให้ทั้งสองคนพูดคำว่ายอมแพ้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ตามประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น ไม่มีทางใช้เวลานานเกินไป

แต่ใครจะรู้เล่าว่านี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ด้านในนั้นยังดูปกติอย่างมาก!

“ไม่มีทางหรอก…หรือว่าพวกเขาทั้งสองจะหมดสติอยู่ด้านใน ดังนั้น…”

“เป็นไปไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเขาก็จะถูกส่งออกไปโดยตรง ไม่เหมือนเช่นตอนนี้…ที่ไม่มีสัญญาณใดๆ เลย”

ทั้งสองคนเงียบเสียงไป

ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว พวกเขาทั้งสองก็ทำได้เพียงรอต่อไป

“…ทางด้านวิหารไท่ซวีเหมือนว่าจะมีคนตกรอบครึ่งหนึ่งแล้ว”

ผู้คุ้มกันคนหนึ่งเปลี่ยนเรื่องคุย

อีกคนหนึ่งก็เห็นด้วย

“นี่เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ? คนที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น สำหรับคนเหล่านั้นงานหมื่นคีรีโอกาสดีที่จะได้เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วก็เป็นแค่เพื่อนร่วมทางเท่านั้น”

การแข่งขันภายในเผ่าก็ดุเดือดเป็นอย่างมาก เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา

“ก็จริง”

ผู้คุ้มกันอีกคนหนึ่งตอบรับ แต่กลับไม่ได้พูดอันใดต่อ

ด้านนอกเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์

บนยอดเขาร้างแห่งหนึ่ง ถวนจื่อมองหนานซู่ไหวแล้วกะพริบตาปริบๆ ยากจะปกปิดความตื่นเต้นยินดี

“ท่านปู่เจ้าสำนัก วิธีนี้จะใช้ได้จริงหรือ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์