เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1744

………………..

หนานซู่ไหวส่ายหน้า

“ความจริงแล้วข้าเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะสำเร็จหรือไม่”

เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตากลมโตราวกับลูกองุ่นของถวนจื่อก็มีประกายผิดหวังปรากฏขึ้น

แต่นางก็สามารถกลับมาร่าเริงสดใสได้ดังเดิมอย่างรวดเร็ว นางกำหมัดเล็กๆ ขึ้น และพูดอย่างจริงจังว่า

“ต่อให้มีความหวังริบหรี่ ข้าก็จะขอลองดู!”

หนานซู่ไหวลูบมวยผมของนาง

“ได้!”

เมื่อพูดจบหนานซู่ไหวก็หันหน้าไปมองซั่งกวนจิ้ง

“ผู้อาวุโสซั่งกวนได้โปรดคุ้มกันข้าด้วย”

ซั่งกวนจิ้งพยักหน้า

ความจริงแล้ว เขาเองก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก หนานซู่ไหวจะใช้วิธีการใดที่จะสามารถทะลวงการป้องกันที่เข้มงวดของเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ เพื่อติดต่อกับเยว่เออร์และหรงซิว

ซั่งกวนจิ้งยกมือขึ้น วงแหวนโลหะสีครามขนาดเท่าฝ่ามือก็ปรากฏที่กลางฝ่ามือของเขา

วงแหวนโลหะนี้ดูแล้วมีอายุไม่น้อย บริเวณขอบก็มีสนิมติดอยู่

เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียดแล้วก็จะเห็นลวดลายที่สลับซับซ้อนสลักอยู่ด้านบน ทำให้ลมปั่นดูเก่าแก่และผ่านอันใดมามากมาย

“นี่คืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าสร้างเอาไว้นานแล้ว มันสามารถปกปิดลมปราณ อีกทั้งยังสร้างม่านพลังที่แข็งแกร่ง การนำมาคุ้มครองน่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่ง”

ขณะที่พูดเขาก็กลั้นลมหายใจรวบรวมสมาธิ จากนั้นก็ถ่ายเทพลังปราณดั้งเดิมเข้าไปด้านใน!

พรึ่บ!

ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากวงแหวนโลหะสีคราม

มันหมุนคว้างอย่างรวดเร็ว ลำแสงสีขาวสว่างและสูงส่งราวกับผ้าโปร่งที่ปลิวลงมา ก่อนจะก่อตัวเป็นม่านพลังห่อหุ้มทุกผู้คนเอาไว้!

หนานซู่ไหวรู้สึกโล่งใจมากยิ่งขึ้น ขาทั้งสองข้างขัดสมาธิกัน ไหล่ทั้งสองข้างยกขึ้นเบาๆ

ลำแสงหลายสายพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเขา จากนั้นมันก็รวมตัวอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดเป็นค่ายกลวงกลมหนึ่งแห่ง!

เหมือนว่าพื้นที่ที่อยู่บริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบจากพลังนี้ ดังนั้นจึงเกิดระลอกคลื่นเล็กน้อย

และสามารถมองเห็นรอยแตกร้าวสีดำของมิติได้

คนอื่นๆ รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

…ค่ายกลแห่งนี้ คือค่ายกลเคลื่อนย้าย!

แม้ว่าทั้งสองอย่างจะเป็นค่ายกลเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วมันแตกต่างกันอย่างมาก

หากต้องการจะสร้างค่ายกลเคลื่อนย้าย โครงสร้างของค่ายกลลึกซึ้งกว่าค่ายกลทั่วไปหลายเท่าตัว

เพราะไม่ใช่เพียงแค่ปรมาจารย์ด้านค่ายกลจะต้องเข้าใจค่ายกลจนมีความลึกซึ้งเพียงพอ แต่พวกเขายังต้องควบคุมพื้นที่ให้ได้เป็นอย่างดีด้วย

หากผิดพลาดไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรงได้

แน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนตกใจไม่ใช่หนานซู่ไหวต้องการจะสร้างค่ายกลเคลื่อนย้าย เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นยอดฝีมือระดับสุดยอดที่ควรค่าแก่การยอมรับ สำหรับเขาแล้ว เรื่องนี้จึงไม่นับว่าเป็นเรื่องยากอันใด

แต่ประเด็นสำคัญเลยก็คือ…เหตุใดเขาถึงต้องสร้างขึ้นในเวลานี้?

หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ในที่สุดค่ายกลนั้นก็สำเร็จเสร็จสิ้น!

เมื่อมองไปยังค่ายกลที่ส่องแสงสว่างพร่างพราว ถวนจื่อก็มีสีหน้ามึนงง

“ท่านปู่เจ้าสำนัก ท่านบอกว่าจะหาทางติดต่อกลับอาเยว่ไม่ใช่หรือ? แล้วค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้…”

หนานซู่ไหวอธิบายขึ้นอย่างเชื่องช้า

“แน่นอนว่าที่สร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้ก็เพราะว่าจะเข้าไปในเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์!”

ซั่งกวนจิ้งและฉู่หนิงหันมองไปทางหนานซู่ไหวอย่างพร้อมเพรียง ใบหน้ามีร่องรอยของความตกใจอย่างปิดไม่มิด

แม้กระทั่งถวนจื่อยังรู้สึกว่าเรื่องนี้มีอันใดบางอย่างที่ผิดปกติ นางเอียงศีรษะ แล้วถามขึ้นอย่างสงสัย

“แต่ว่า…แต่คนเมื่อครู่นี้เขาบอกว่าห้ามพวกเราเข้าไปไม่ใช่หรือเจ้าคะ? อีกทั้งพวกเขายังมีการคุ้มกันที่เข้มงวด เท่าที่ข้าเห็นก็มีม่านพลังสองชั้นแล้ว! แล้วเราจะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้…เข้าไปด้านในได้อย่างใดเจ้าคะ?”

นางคิดว่าท่านปู่เจ้าสำนักหมายความว่า ให้พวกเราอยู่ด้านนอกรอให้อาเยว่ออกมา!

หนานซู่ไหวหัวเราะออกมาหนึ่งเสียง

“ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้เข้าไป พวกเราก็สามารถติดต่อกับพวกเขาได้แล้วไม่ใช่หรือ? สามารถเจอกับพวกเขาได้โดยตรงด้วย”

แบบนี้ยังดีเสียกว่า

ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่มีอันใดที่เขาสามารถช่วยเหลือได้ ซึ่งอยู่ที่นี่จะดีกว่า

ถวนจื่อเพียงคนเดียวจะคล่องแคล่วมากกว่าเขา

ยิ่งไปกว่านั้นนางยังมีพันธสัญญากับเยว่เออร์ ดังนั้นนางจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

หนานซู่ไหวพยักหน้า

ความจริงแล้วเขาก็มีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน

ในสถานการณ์นี้ถวนจื่อจึงไปได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

แต่ในใจเขารู้สึกเป็นห่วงถวนจื่อไม่น้อย

“ถวนจื่อ เจ้าไปคนเดียวได้หรือไม่?”

ความจริงแล้วถวนจื่อก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เดิมทีนางคิดว่าทุกคนจะเข้าไปพร้อมกันได้

แต่เมื่อได้ยินหนานซู่ไหวถามเช่นนี้ นางก็เบิกตากว้าง ก่อนจะกวาดสายตามองทุกคน ในที่สุดนางก็พยักหน้าอย่างแรง

“ได้เจ้าค่ะ!”

หนานซู่ไหวมีสีหน้าโล่งใจ และยิ้มออกมาอย่างขื่นขม

“หากประมุขอี้เจารู้เรื่องนี้ ข้าไม่รู้ว่าจะต้องคุยกับเขาอย่างใดดี”

ที่จริงแล้วฐานะของถวนจื่อนั้นพิเศษมากเกินไป

หากนางเป็นเพียงแค่อสูรศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาก็ช่างเถอะ

แต่นางดันเป็นเผ่าหงส์ทองคำ…คู่แข่งของไท่ซวีเฟิ่งหลง!

ประเด็นที่สำคัญเลยก็คือ นางยังเป็นนายน้อยอีกด้วย!

ถ้าไท่ซวีเฟิ่งหลงรู้เรื่องนี้เข้า…ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าจะต้องเกิดพายุโหมกระหน่ำอย่างแน่นอน!

ถวนจื่อรู้ว่าเขากำลังกังวลเรื่องอันใดอยู่ ดังนั้นจึงเม้มริมฝีปากแล้วพูดอย่างจริงจังว่า

“ท่านปู่เจ้าสำนัก พวกท่านวางใจได้เลย! หลังจากที่ข้าเข้าไปแล้ว ข้าจะระมัดระวังตัวอย่างมาก! หาอาเยว่ให้เจอ และพาพวกเขากลับมา!”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์