เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1773

………………..

แผ่นหลังของฉู่หลิวเยว่แข็งทื่อ ก่อนจะหันมองไปทางหรงซิวโดยไม่รู้ตัว

หรงซิวเลิกคิ้วกระบี่ขึ้นน้อยๆ

แม้เขาไม่พูดอันใด แต่ฉู่หลิวเยว่ก็เข้าใจถึงความหมายที่เขาจะสื่อ

คงไม่พ้นเพราะคำว่า “ชอบที่สุด” เมื่อครู่เป็นแน่

ฉู่หลิวเยว่พลันปวดหัวขึ้นมาไม่น้อย

ถวนจื่อคือหงส์ทองคำ คือสัตว์อสูรในพันธสัญญาของนาง!

จะไปมีอันใดให้ชิงดีชิงเด่นกัน?

สถานการณ์ตรงหน้าซับซ้อนปานนี้ พวกเขากลับมาเกี่ยงงอนกันเพราะเรื่องนี้…

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกละเหี่ยใจยิ่งนัก

นางนั้นรู้ดีอยู่แก่ใจ

กล่อมเด็กน้อยว่ายากแล้ว

กล่อมบุรุษเองก็ยากพอกัน!

นางกระแอมไอคราหนึ่ง

“ชอบทุกคนนั่นล่ะ แค่ก! ชอบทุกคน!”

นางพูดพลางยื่นมือออกไปคว้ามือหรงซิวไว้พลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยฝ่ามือเขาเบาๆ

จั้กจี้ชะมัด

หรงซิวคิด

ทว่ากลับชวนให้รู้สึกชมชอบยิ่ง

มุมปากเขาหยักวาดเป็นเส้นโค้ง พลิกฝ่ามือกลับมากุมมือนางแน่น เรื่องนี้นับว่าช่างมันแล้วกัน

นางเชิดอย่างถือดี เลิกคิ้วให้จื่อเฉินเป็นเชิงยุแหย่

รอนางเติบใหญ่แล้ว จะต้องรับเขามาเป็นน้องเล็กให้ได้!

ประกายตาจื่อเฉินวูบไหว จากนั้นก็เบี่ยงสายตาหลบไป

เพราะการปรากฏตัวของจื่อเฉิน บรรดาฝูงชนในจัตุรัสจึงตกอยู่ในความเงียบสงัดชั่วขณะ

ทว่าในไม่ช้า พวกเขาก็กลับมาคึกคักกันอีกครั้ง

“นั่นมัน… อินทรีสามตา!? เหตุใดเขาถึงแปลงกายเป็นมนุษย์ได้!?”

“แปลกประหลาดเสียจริง… พวกเจ้ารู้สึกถึงลมปราณของพวกเราเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงบนตัวเขาบ้างหรือไม่”

“เหอะ นี่มิใช่เรื่องปกติหรอกหรือ? อย่าลืมสิว่าตอนแรกซั่งกวนเยว่ผู้นั้นรับเอากระดูกปีกของผู้อาวุโสมาช่วยเขาหลอมกายเนื้อขึ้นมาใหม่!”

“ซี้ด… พูดไปก็ถูก! พอพูดแบบนี้แล้ว… อินทรีสามตานั่นกับโหมวเจินก็ใช้กระดูกชิ้นเดียวกันอยู่น่ะซี?”

“ต้องใช่แน่ เมื่อครู่หลังจากพละกำลังของโหมวเจินกล้าแกร่งขึ้น ลมปราณของเจ้าอินทรีสามตานั่นก็พุ่งพรวดตามขึ้นมาไม่น้อยเช่นกัน!”

“แต่ถ้าเป็นอย่างที่พูดจริงๆ ล่ะก็ เช่นนั้น… ก็แปลว่าโหมวเจินกับเจ้าอินทรีสามตามีสายใยเชื่อมต่อกันอยู่มิใช่หรือไร”

บรรดาเสียงวิพากษ์วิจารณ์แว่วลอยเข้าหูมาจากทั่วทุกสารทิศ

คนจำนวนมากรับรู้ถึงสายสัมพันธ์พิเศษระหว่างจื่อเฉินกับโหมวเจิน ก็ล้วนแต่หน้าเปลี่ยนสีกันถ้วนทั่ว

อินทรีสามตานับว่ามีระดับที่ค่อนข้างสูงในหมู่ของอสูรศักดิ์สิทธิ์ด้วยกัน แต่ก็ยังเทียบกับพวกเขาไม่ได้อยู่ดี

บัดนี้ผลออกมาเป็นเช่นนี้… ช่างแปลกพิกลมากเสียจริง

ไม่ว่าจะคิดอย่างใด ก็ชวนรู้สึกให้ไม่สบายใจนัก

โหมวหยางแสยะยิ้มอย่างกราดเกรี้ยว

“ผู้อาวุโสฝูซาน นี่น่ะหรือคนที่ท่านเลือกไว้ใจ? การทำเช่นนี้มันต่างอันใดกับทรยศเผ่าของเรากัน!”

…นอกจากวิธีนี้ เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก

หากไท่ซวีเฟิ่งหลงคิดอยากหลอมกายเนื้อขึ้นใหม่ จะต้องใช้กระดูกของเผ่าเดียวกัน มิเช่นนั้นก็มิอาจทำสำเร็จ

นอกจากร้องขอให้ซั่งกวนเยว่ยื่นมือเข้าช่วยแล้ว เขาจะมีโอกาสอื่นใดอีก?

เรื่องนี้ยังพิสูจน์ให้เห็นอีกว่ามันได้ผลจริงๆ

เพียงแต่น่าเสียดาย ดันสร้างปัญหาให้อินทรีสามตามากกว่าเก่าเสียได้

จะให้คนในเผ่ายอมรับเรื่องนี้ เห็นทีคงเป็นไปไม่ได้แน่

“โหมวเจิน เจ้ามีสิ่งใดอยากพูดอีกหรือไม่”

โหมวฝูซานเอ่ยถาม

เมื่อก่อนโหมวหยางกับโหมวเจินไม่เคยแสดงท่าทีเป็นปรปักษ์กันอย่างเปิดเผย เขาจึงคิดมาโดยตลอดว่าเป็นเพราะโหมวเจินโดดเด่นเกินไป ในใจโหมวหยางบังเกิดความอิจฉา ถึงได้ลงมือเหี้ยมโหดเช่นนี้

หรือว่า… เรื่องนี้ยังมีเงื่อนงำอื่นแฝงอยู่!?

ทั่วทั้งร่างของโหมวหยางแข็งเกร็ง ในใจค่อยๆ จมดิ่งลงไป!

โหมวเจินกล้าพูดถึงขนาดนี้ คงไม่ใช่ว่า… ของสิ่งนั้นยังอยู่ที่มันหรอกกระมัง!?

แต่นี่จะเป็นไปได้อย่างใดกัน!

ความคิดของโหมวหยางก็ตีรวนกันบ้าคลั่ง

…หรือว่าโหมวเจินกำลังยั่วยุเขาอยู่!?

โหมวฝูซานเอ่ยถาม

“โหมวหยาง ท่านมีอันใดจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างหรือไม่?”

การเอ่ยปากครานี้ เขากลับไม่เรียกว่าท่านประมุขอีกต่อไป แต่เรียกชื่อของโหมวหยางตรงๆ แทน!

คนจำนวนมากพากันลอบส่งสายตาอย่างว่องไว

ดูท่าทีแล้ว ผู้อาวุโสฝูซานได้ตัดสินใจไม่ให้โหมวหยางได้สืบทอดตำแหน่งประมุขแล้ว!

โหมวหยางได้ยินดังนั้น หางตาพลันกระตุกยิบ

เขาระงับอารมณ์ที่ถาโถมอยู่ในใจ ก่อนจะแค่นหัวเราะเย็นเยียบเป็นเชิงถากถาง

“หากคิดจะเล่นงานผู้ใด คนย่อมกุเรื่องขึ้นมาได้เสมอ ผู้อาวุโสฝูซาน ในเมื่อท่านไม่เชื่อข้าแล้ว เหตุใดยังต้องถามอีก? ข้าว่าไม่สู้ท่านไปถามโหมวเจินตรงๆ เลยดีกว่า! ดูสิว่าเขาจะให้คำตอบแบบใดมา!”

โหมวเจินหัวเราะร่า

“โหมวหยาง! ในเมื่อเจ้าไม่อยากพูด เช่นนั้นให้ข้าพูดเองเถอะ!”

เขาสาวเท้าก้าวมาข้างหน้า ลมปราณทั่วทั้งร่างพลันผันผวนอย่างรุนแรง!

จากนั้น บริเวณหว่างคิ้วของเขาพลันปรากฏลวดลายขึ้นมาอันหนึ่ง!

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ประกายแสงสีทองแกมม่วงพลันพวยพุ่งออกมาจากลวดลายอันนั้น ก่อนจะแปรสภาพกลายเป็นร่างไท่ซวีเฟิ่งหลงขนาดมหึมาคล้อยหลังเขาไป!

โฮก!

แรงกดดันมหาศาลเหนือจินตนาการราวกับมาจากอดีตกาลถาโถมเข้ามาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง!

ผู้อาวุโสฝูซานตกใจจนหน้าถอดสี

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์