เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1774

………………..

ชั่วขณะนั้น ก็มีแรงกดดันมหาศาลอันเกรียงไกรสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วโลกา!

บรรดาฝูงชนเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงที่ยืนอยู่ในจัตุรัสล้วนหน้าเปลี่ยนสี จากนั้นก็ทยอยคุกเข่าลงข้างหนึ่งทีละคน!

“ยินดีต้อนรับท่านบรรพชน!”

ชั่วพริบตา ทุกคนในจัตุรัสก็พากันคุกเข่าลงข้างหนึ่ง!

รวมถึงพวกโหมวฝูซานที่น้อมตัวลงคำนับด้วยท่าทียำเกรงอย่างมาก!

มีเพียงโหมวหยางมองเงาร่างมหึมาที่ปรากฏตัวขึ้นมากะทันหันด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตกใจและตกตะลึง

ในหัวของเขาพลันขาวโพลน

บรรพชน…

นี่คืออำนาจแห่งบรรพชนจริงๆ!

บรรพชนของไท่ซวีเฟิ่งหลงนั้นจากไปตั้งแต่อดีตกาลแล้ว

ทว่าในตอนนั้น ท่านผู้นั้นจงใจทิ้งลมปราณสายหนึ่งไว้ที่วิหารไท่ซวีเพื่ออำนวยพรแก่คนทั้งเผ่า

ยามคนในเผ่าเข้าไปในวิหารไท่ซวี ต่างก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันและลมปราณคล้ายมีคล้ายไม่มีสายนี้

ดังนั้น พวกเขาจึงรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างมาก

และด้วยเหตุนี้นี่เอง ทันทีที่เงาร่างนั้นปรากฏขึ้น ลมปราณไร้ขีดจำกัดที่แผ่ขยายทำให้ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ยอมสยบลงทีละคน!

โหมวหยางสองขาสั่นระริก รู้สึกได้ว่าทั่วทั้งร่างไร้เรี่ยวแรง จวนเจียนจะล้มมิล้มแหล่ ราวกับสามารถทรุดตัวลงพื้นด้วยยืนหยัดไม่ไหวได้ทุกเมื่อ

เขารู้แก่ใจว่าฉากที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านั้นแปลว่าอันใด

…การสืบทอดจากบรรพชนยังคงติดตัวโหมวเจินอยู่จริงๆ!

อีกทั้งดูจากสถานการณ์แล้ว มีความเป็นไปได้มากว่าโหมวเจินจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วด้วย!

เหตุใด…

“โหมวหยาง เจอหน้าบรรพชนแล้วเหตุใดยังไม่คุกเข่าลงอีก!?”

โหมวหยางพลันได้สติกลับคืน สีหน้าของเขาซีดเผือด

มิรอให้เขาได้โต้กลับ เงาร่างของไท่ซวีเฟิ่งหลงที่ตั้งมั่นอยู่กลางอากาศพลันกู่ร้องคำรามลั่นผืนฟ้า!

โฮก!

กระแสพลังอันหนักหน่วงหาสิ่งใดเปรียบมิได้กดทับบนไหล่ของโหมวหยางอย่างแรง!

ปึก!

ร่างของเขาสั่นไหวน้อยๆ สองเข่าทรุดลงกับพื้นอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นเสียงดังก้อง!

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงกระดูกแตกหักก็ดังลั่นตามมาด้วย

กระแสพลังสายนั้นแข็งกร้าวนัก ทันทีที่เข่าของโหมวหยางกระแทกลงพื้นดิน บริเวณโดยรอบพลันบังเกิดรอยแตกร้าวขยายไปทั่ว

ร่างของเขาสั่นเทิ้มรุนแรงยิ่งกว่าเก่า สีหน้าเองก็ทวีความขาวซีดขึ้นไปอีก

…อำนาจแห่งบรรพชนมิอาจดูแคลนได้โดยแท้ เพียงแค่นี้ กระดูกหัวเข่าของเขาก็แตกร้าวแล้ว!

บรรดาฝูงชนที่ได้ยินสุ้มเสียงนี้ต่างก็ทยอยกันหันไปมอง

ครั้นมองเห็นสภาพอันดูไม่จืดของโหมวหยางในยามนี้แล้ว ทุกคนล้วนมีสีหน้าแตกต่างกันไป

ใครจะไปคาดคิดได้เล่าว่าประมุขที่เปี่ยมด้วยเกียรติและน่าเกรงขามมาโดยตลอดอย่างโหมวหยาง วันหนึ่งจะตกอยู่ในสภาพอันน่าเวทนาเช่นนี้ได้

อำนาจแห่งบรรพชนที่มาเยือนเข้าลงทัณฑ์โหมวหยางอย่างจัง

ด้วยเหตุนี้ บรรดาฝูงชนจึงไม่กล้าเข้าใกล้เขายิ่งกว่าเก่า ทั้งยังไม่กล้าช่วยพูดแทนเขาแม้แต่ครึ่งคำ

แม้นตำแหน่งประมุขจะมีฐานะในเผ่าสูงส่ง แต่สถานการณ์บัดนี้กลับแตกต่างออกไป

โหมวหยางใช้วิธีการอันเสื่อมเกียรติอย่างเห็นได้ชัด ฉวยชิงเอาพลังแห่งสายเลือดส่วนหนึ่งของโหมวเจินไป แล้วใช้มันขึ้นครองตำแหน่งประมุข

ลำพังแค่ความจริงข้อนี้ ก็เพียงพอให้ผู้อาวุโสทั้งเก้าร่วมกันปลดเขาลงจากตำแหน่งประมุข

โหมวเจินมองไปยังฝ่ายโหมวฝูซาน

“เชิญผู้อาวุโสทุกท่านลุกขึ้นก่อนเถิด ส่วนเรื่องราวต่อจากนี้ คงต้องขอให้พวกท่านในที่แห่งนี้ช่วยเป็นพยานด้วย”

ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ผู้อาวุโสทั้งหลายรวมถึงตัวโหมวฝูซานต่างสบสายตากันไปมา จากนั้นก็ลุกขึ้นด้วยท่าทีกระสับกระส่าย

มิใช่ว่าพวกเขาขี้ขลาด แต่วันนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย ทั้งยังน่าหวาดหวั่นจนถึงขั้นเกินไปเสียด้วยซ้ำ!

หากพูดออกไปแล้ว เกรงว่าคงมิมีใครเชื่อ!

สุดท้าย สายตาของพวกเขาจึงจดจ้องไปที่โหมวฝูซานเป็นตาเดียว

เขานับว่าเป็นผู้ที่อาวุโสที่สุดในที่แห่งนี้ วาจาของเขาย่อมหนักแน่นที่สุด

ดังนั้นให้เขาเป็นผู้ออกหน้าย่อมเหมาะสมที่สุด

มิแปลกใจเลยว่าแม้นปีนั้นเขาจะเผชิญกับสถานการณ์จนตรอก เขาก็ยังสามารถหนีตายออกมาหลบซ่อนอยู่ในเสามังกรเคลื่อนได้เป็นหมื่นปี!

มิน่าเล่าเขาถึงสามารถอดทนอดกลั้นอยู่มาเป็นหมื่นปีได้ทั้งที่เหลือเพียงดวงวิญญาณดวงเดียว!

บัดนี้ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดล้วนได้รับการอธิบายแจ่มแจ้งแล้ว!

…ร่างของเขารับสืบทอดพลังบรรพชนมานี่เอง!

โหมวเจิน…

เขาคือผู้สืบทอดที่บรรพชนวางตัวเอาไว้แล้วนี่เอง!

“แต่เหตุใดพวกข้าถึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย มีเพียงโหมวหยางเท่านั้นถึงรู้?”

แต่กับกรณีของโหมวเจินแล้ว…

เขาควรจะพูดออกมาสิ!

หากปีนั้นเขาพูดออกมาแต่เนิ่นๆ ตำแหน่งประมุขย่อมตกอยู่ในมือของเขา เหตุใดถึงเปิดโอกาสให้โหมวหยางก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้กันเล่า?

โหมวเจินหัวเราะกับตัวเอง

“นี่ต้องโทษข้าจริงๆ ที่ตอนนั้นทะนงตนและอวดดีเกินไป ทั้งยังไม่ได้ระแวดระวังป้องกันเพียงพอจนต้องประสบความยากลำบาก พูดได้แค่ว่าข้าสมควรได้รับแล้ว”

ตอนนั้นเขานับเป็นลูกรักสวรรค์ของเผ่า อวดดีเกินใครเทียบ

หลังจากได้รับการสืบทอดพลังบรรพชน ความอวดดีประเภทนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นความทะนงตน

เขาไม่ได้เอ่ยข่าวเรื่องนี้ออกมาในทันที คิดเพียงว่ารอหลังจากตัวเองเข้าใจถึงการสืบทอดพลังบรรพชนอย่างถ่องแท้แล้ว ค่อยป่าวประกาศต่อธารกำนัล

แต่ว่าเขายังไม่ทันได้รอถึงวันนั้น ก็ต้องเจอกับแผนการจัดฉากของโหมวหยางเสียก่อน

ครานั้นเขาไม่ทันได้เตรียมตัวอันใดทั้งสิ้น กระทั่งเขาพบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง คิดจะตอบโต้ก็สายไปเสียแล้ว!

การล่าช้าครานี้กินเวลาออกไปเป็นหมื่นปี

เขามองไปยังโหมวหยาง

อีกฝ่ายคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหมดหวังเพราะพ่ายแพ้เต็มรูปแบบ

ไม่มีอันใดจะพิสูจน์ทุกอย่างได้ดีไปกว่าสิ่งนี้แล้ว!

ครานี้มัน… จบสิ้นแล้วจริงๆ!

โหมวเจินก้าวไปข้างหน้า ก่อนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโหมวหยาง ใช้สายตาปรายมองเขาจากด้านบน

“โหมวหยาง เจ้าขโมยเอาพลังแห่งสายเลือดของข้าและตำแหน่งประมุขนี่ไปตั้งหลายปี บัดนี้ถึงเวลาคืนแล้วกระมัง?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์