เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1782

………………..

“ไปเชิญผู้อาวุโสหนานเยี่ยและผู้อาวุโสอูเผิงมาที”

หนานอีฝานออกคำสั่งคนที่อยู่ด้านนอก

ผู้อาวุโสทั้งสองรีบมาในทันที ต่างเดินตามกันเข้ามาในหอหนังสือ

ขณะที่หนานอีฝานกำลังเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะอยู่ก่อนแล้ว

“ท่านประมุข”

ผู้อาวุโสทั้งสองทำความเคารพพร้อมกัน

หนานอีฝานพยักหน้ารับ แต่ยังไม่หยุดทำบางอย่างลง

ผู้อาวุโสทั้งสองทำได้เพียงรอคอยอย่างเงียบๆ

หลังจากไม่กี่นาทีต่อมา หนานอีฝานจึงหยุดปลายพู่กันลง

เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมามองดูอย่างละเอียดอีกรอบ จึงมองเห็นสองคนนั้นมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

“ที่ข้าเชิญผู้อาวุโสทั้งสองท่านมาในวันนี้ เพราะมีเรื่องจะปรึกษาร่วมกันสักหน่อย”

หนานอีฝานพูดเข้าประเด็นในทันที

“ข้าคิดจะออกเดินทาง คาดว่าต้องใช้เวลาเกือบสิบวัน อีกทั้งช่วงที่ข้าไม่อยู่เรื่องธุระต่างๆ ภายในตระกูลต้องรบกวนท่านทั้งสองช่วยดูแล”

ผู้อาวุโสทั้งสองมีสีหน้าประหลาดใจทันที

เช่นนั้นผู้อาวุโสหนานเยียจึงเอ่ยถามขึ้น

“ท่านประมุขจะไปที่ใดกัน เหตุใดถึงใช้เวลานานเช่นนี้”

เดิมทีหนานอีฝานมีพลังแข็งแกร่ง มีย่างก้าวที่ว่องไว โดยปกติทั่วไปถ้าต้องออกไปทำธุระ ก็คงไม่นานถึงสิบวัน

ถึงกระนั้นแล้วบัดนี้ตระกูหนานกำลังอยู่ในช่วงสถานการณ์อ่อนแอและวิกฤตที่สุด

ผู้อาวุโสหนานเยียยิ่งประหลาดใจขึ้นกว่าเดิม

“ในใต้หล้านี้ยังมีบุคคลเช่นนี้ด้วยหรือ”

เขาเป็นผู้อาวุโสด้านการแพทย์ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในหมอเทวดาที่แข็งแกร่งที่สุดที่ยังชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตามร่างกายของหนานอวี่สิงที่อยู่ตรงหน้านั้น ก็ยังคงไร้ความสามารถเช่นเดิม

คนที่จะรักษาหนานอวี่สิงได้…ไม่ใช่แค่เก่งกว่าเขาเท่านั้น แต่ต้องโดดเด่นยิ่งกว่างั้นหรือ

คนผู้นั้นแทบจะมีเพียงข่าวลือที่เขายังมีชีวิตอยู่เท่านั้น

“ถ้าหากสามารถเชื้อเชิญท่านผู้นี้มาได้จริง คงรักษาอาการป่วยของคุณชายใหญ่ได้ เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก!”

ผู้อาวุโสอูเผิงกลับไม่ได้มองโลกในแง่ดีขนาดนั้น

เขามองหนานอีฝานชั่วครู่ เห็นสีหน้าของเขาดูไม่สบายใจ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามขึ้น

“ท่านประมุข คนผู้นี้…ยากที่จะเชิญมาใช่หรือไม่”

หนาอีฝานฝืนยิ้มพลางพยักหน้ารับ

ไม่เพียงยากที่จะเชิญเท่านั้น ยังมีคนอื่นๆ มากมายที่น่ารำคาญยิ่งนัก…

นี่คือเหตุผลในตอนนั้นที่หนานอวี่สิงถูกทำร้าย เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น

ถ้าไม่เป็นเพราะวันนี้ได้ยินหนานสิงพูดคำเหล่านั้นออกมา จึงทำให้เขาหมือนถูกบีบบังคับอย่างหนัก ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาคงไม่มีทางทำเช่นนี้เป็นแน่

เป็นเพราะตอนนี้ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ

“ตอนนี้สถาณการณ์ของอวี่สิงและอีอี นับว่าไม่ดีขึ้นเลยสักนิด คนในตระกูลไม่น้อยต่างจับจ้องพวกเขา ดังนั้นพวกเจ้าจะต้องใส่ใจกับเรื่องนี้ให้มากหน่อย ก่อนที่ข้าจะกลับมา สถานการณ์ของพวกเขาทั้งสองคนห้ามถูกเปิดเผยออกไปเป็นเด็ดขาด”

“นอกจากนี้ เรื่องการเดินทางของข้าในครั้งนี้จะต้องเก็บเป็นความลับ หากมีคนนอกถามขึ้นมา พวกเจ้าก็บอกไปว่าข้ากำลังกักตัวฝึกบำเพ็ญตนอยู่”

ผู้อาวุโสทั้งสองคำนับเป็นการตอบรับ

“ท่านประมุข วางใจเถอะ!”

“หากมีใครเจอสถานการณ์ผิดปกติ และข้ายังมิอาจะเร่งกลับมาได้ทันเวลา อู๋เผิง เจ้าจะเป็นผู้ทำหน้าที่แทนประมุขของตระกูล ดังนั้นจดหมายที่ข้าเขียนด้วยลายมือฉบับนี้ จงเก็บไว้เป็นหลักฐานยืนยัน”

ผู้อาวุโสอูเผิงมีสีหน้าแข็งค้างไปชั่วครู่

ถึงเวลานั้นเขากลับรู้สึกถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ว่าครั้งนี้หนานอีฝานจะมีอันตรายหนัก

เป็นเพราะองค์ชายมีราคาที่ต้องจ่ายไม่น้อยเลยทีเดียวในครั้งนี้ เพื่อช่วยซังกวนเยว่

ทุกคนล้วนถกเถียงไปต่างๆ นาๆ

เรื่องนี้สำหรับพวกขาแล้วเป็นวิธีที่ไกลเกินเอื้อมยิ่งนัก

แท้จริงแล้ว เผ่าจักรพรรดิหงส์ไท่ซวีนั้นทั้งอวดดีและหยิ่งผยองเป็นที่เลื่องลือ

โดยเฉพาะอี้เจานั้น ยากที่จะรับมือด้วย

ในเมื่อพวกเจ้าคิดเช่นนี้ได้ ก็ไม่แปลใจเลยจริงๆ

ท่านผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกนั่งอยู่บนตำแหน่งของเขาพลางเอนหลังผิงบนผนักและฟังทุกคนปรึกษา หารือเรื่องต่างๆ ด้วยหน้าตาและท่าทางสบายอกสบายใจ

“ในเมื่อองค์ชายพาพระชายากลับมาได้ ก็พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าได้รับการแก้ไขอย่างราบรื่น แล้วยังจะมีอันใดเป็นกังวลอีกเล่า”

ภายในท้องพระโรงเงียบไปชั่วขณะ

ที่พูดมาก็ถือว่าถูกแต่เรื่องภายในเป็นเช่นไร ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น

มีคนเอ่ยถามขึ้น

“ท่านผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหก หรือว่าท่านไม่กังวลเลยสักนิดเชียวหรือ พวกนั้นคือเผ่าหงส์ทองคำสีชาด ที่ยากจะต่อกรเชียวนะ”

ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกหัวเราะร่า

“แล้วอย่างใดล่ะ พวกเจ้าอย่าลืม หงส์ทองคำสีชาดนั่นเป็นของพระชายาที่ติดตามนางมาหลายปีก่อนแล้ว เพียงแต่ว่าบัดนี้บังเอิญก้าวหน้าไปหน่อยก็เท่านั้น ทว่าเผ่าหงส์ทองคำสีชาดนั่นคิดจะทำอันใดบางอย่าง ก็ต้องมีเหตุผลด้วยอย่างนั้นหรือ อีกอย่างองค์ชายและพระชายาล้วนไม่ใช่คนธรรมดา จะปล่อยให้พวกเขามาบีบคั้นได้อย่างนั้นหรือ”

คำพูดนี้ใครก็ไม่มีทางหักล้างกันได้จริงๆ

คำถามที่คนผู้นั้นยังอยากจะถามออกมาได้ถูกคนข้างๆ รั้งเอาไว้

“ไม่ต้องถามแล้ว ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกปฏิบัติต่อพระชายาของพวกเรา เป็นเพราะอยากจะปกป้องชื่อเสียงเอาไว้ ก็นับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ช่างยุ่งยากเสียงจริง เช่นนั้นเขาก็มิอาจพูดว่าไม่เป็นเพราะพระชายาไปไม่ได้”

เมื่อคนผู้นั้นได้ยินคำพูดนั้นเข้า ก็เอาคำพูดที่เหลือกลืนลงคอไป

ในขณะนั้นที่ด้านนอกมีคนเดินมาอย่างรีบเร่ง

“ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหก ซั่งกวนโหยวมาแล้ว ขอรับ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์