เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1796

………………..

ฉู่หลิวเยว่ชะงักงัน จากนั้นจึงวางชาที่เพิ่งจะแตะริมฝีปากลง

ไม่นึกเลยว่าท่านอาจารย์จะชอบเจ้าสิบสามน้อย

สายตาของท่านอาจารย์มีชื่อเสียงในด้านความละเอียดพิถีพิถัน

มิเช่นนั้นคงไม่ใช่หลายปีที่ผ่านมาได้รับนางไว้เป็นลูกศิษย์

ทำให้เขาชื่นชอบ พอที่จะพิสูจน์ได้ว่าเจ้าสิบสามน้อยมีความโดดเด่นอย่างมาก

ฉู่หลิวเยว่คิดแล้วจึงไม่ได้ตอบกลับในทันทีและถามขึ้นว่า

“เหตุใดจู่ๆ ท่านอาจารย์คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเจ้าคะ ท่านได้ตรวจสอบคุณสมบัติของเจ้าสิบสามแล้วหรือ”

หนานซู่ไหวสายหัว

“ยังเลย คือว่าเมื่อหลายวันก่อนเด็กคนนี้วิ่งเล่นอยู่แถวภูเขากว้าง เพราะข้าดูแล้วว่าอายุของเขายังไม่มากนัก เดิมทีขั้นพลังปราณก็เพิ่งจะเป็นจอมยุทธ์ระดับหก แต่ความว่องไว้นี้กลับเทียบได้กับจอมยุทธ์ระดับเก้า…คิดดูแล้ว เด็กคนนี้น่าจะเส้นเอ็นกระดูกไม่ธรรมดา เดิมข้าอยากจะเรียกเขามาดูสักหน่อย แต่อันที่จริงเขาเป็นคนของเจ้า ดังนั้นข้าเลยลองมาถามความคิดเห็นจากเจ้าดูเสียก่อน”

ริมฝีปากของฉู่หลิวเย่วโค้งงอเล็กน้อย

“ทำให้ท่านอาจารย์มองเห็นได้ ช่างเป็นโชคดีของสิบสาม หากเข้าไปฝึนฝนที่สำนักได้จริงๆ ยิ่งเป็นเรื่องดีที่หายากได้สำหรับสิบสาม ท่านโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเรียกเขามา”

นางลุกขึ้นกำลังจะเรียกหาคน จู่ๆ คิดอะไรได้ขึ้นมาจึงถามขึ้น

“หากเงื่อนไขของสิบสามไม่ธรรมดา ท่านอาจารย์คิดว่าจะรับเขาเป็นลูกศิษย์ของท่านเองใช่หรือไม่ เจ้าคะ”

หนานซู่ไหวกลับส่ายหัว

“ไม่ใช่ แค่ข้ามีเจ้าเป็นลูกศิษย์คนเดียวก็พอแล้ว แต่ถ้าเขาเป็นอย่างที่ข้าคิดจริงๆ ในสำนักมีคนที่เหมาะสมจะเป็นอาจารย์ของเขามากกว่า

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าอย่างเข้าใจ

“สิบสาม!”

“เด็กนั่นเหมือนจะอยู่ตั้งครึ่งหุบเขานั่น ไกลขนาดนี้ เขาน่าจะได้ยิน…”

ยังไม่ทันสิ้นเสียง เงาร่างอายุน้อยที่ผอมบางก็เข้ามาด้วยความว่องไวจากที่ไกล

เขาวิ่งเร็วอย่างมาก การเคลื่อนไหวทั้งบางเบาและคล่องแคล่ว เพียงพริบตาเดียวก็มาอยู่ตรงหน้าฉู่หลิวเยว่

เพราะวิ่งมาด้วยความรีบร้อน ทั้งหน้าผากและปลายจมูกของเขามีเม็ดเหงื่อซึมออกมา

ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายความใสบริสุทธิ์และจริงใจ นำพาความเยาว์วัยและพลังที่เป็นเอกลักษณ์ของวัยหนุ่มสาว

ชั่วแวบเดียวที่ฉู่หลิวเย่วเห็น

หลายปีมานี้สิบสามโตขึ้นแล้งจริงๆ

ในความทรงจำของนางเขายังคงเป็นเด็ก

“นายท่าน ท่านเรียกหาข้าหรือ”

เมื่อฉู่หลิวเยว่กลับมาได้สติจึงพยักหน้า

“เจ้าเข้ามาสิ”

เมื่อพูดจบนางจึงเดินกลับไปยืนข้างๆ หนานซู่ไหว

“ผู้อาวุโสคิดว่าความสามารถของเจ้าไม่ธรรมดา ช่วยพิสูจน์ความสามารถของเจ้าให้ดูสักหน่อยหากคุณสมบัติเหมาะสมจริงๆ ต่อไปเจ้าก็สามารถไปฝึกฝนที่สำนักหลิวเซียวได้”

ฉู่หลิวเย่วพูดขึ้นอย่างรวบรัดชัดเจน

แต่สิบสามกลับชะงักไปชั่วขณะพลางจ้องมองหนานซู่ไหวและมองไปทางฉู่หลิวเยว่อีกครั้ง

นี่หมายความว่า…

หลังจากเขามาหลายวัน

อาจารย์ที่นายท่านเอ่ยคนนั้นเป็นใคร เขาต้องรู้อย่างแน่นอนถึงสถานะของฝ่ายตรงข้าม เพราะข้าก็ได้ยินข่าวมาหมดแล้ว

เพียงแต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเกี่ยวข้องกับตนเองได้

เมื่อฉู่หลิวเยว่เห็นเขาตะลึงงันเลยคิดว่าอาจทำให้เด็กตกใจเสียแล้วจึงยิ้มพลายเอ่ยขึ้น

หลังจากนี้ข้าจะแบ่งกำลังออกมาและเข้าไปในชีพจรเดิมของสิบสาม

ในขณะนั้นนัยน์ตาของเขาก็เปล่งประกายด้วยความประหลาดใจขึ้น

ฉู่หลิวเยว่จึงถามขึ้น

“ท่านอาจารย์ เป็นอย่างใดบ้าง”

หนานซู่ไหวยังไม่ได้ตอบกลับปัญหานี้ในทันที เพียงแต่ถอนมือกลับ หลังจากนั้นจึงลุกขึ้นยืนเดินไปหาสิบสามข้างๆ และบีบไหล่ของเขา

สิบสามมองไปทางฉู่หลิวเยว่อย่างทำตัวไม่ถูก

ฉู่หลิวเยว่ส่งสายตาที่ผ่อนคลายกลับไป

สิบสามจึงรอคอยอย่างเงียบๆ ต่อไปและปล่อยให้หนานซู่ไหวนวดกระดูกหัวไหล่และแขนของตนเอง

ตอนที่นางเก็บสิบสามได้ในปีนั้นเขายังเด็กมาก

ที่เมืองหลวงหิมะตกหนัก หนาวเย็นถึงกระดูก

บนตัวเขาสวมแค่ชุดบางๆ ขดตัวงออยู่ในมุมคนเดียวอีกทั้งเนื้อตัวก็สกปรกมอมแมม

ในตอนนั้นนางเพียงสั่งคนให้ไปส่งอาหารและเสื้อผ้าให้เขาจากนั้นนางก็จากไปทันที

ทว่าหลังจากเดินออกมาไกลมากนัก นางจึงพบว่าเด็กคนนั้นยังคงตามนางมาจากด้านหลังไม่ใกล้ไม่ไกลอยู่ตลอด

ในเวลานั้นนางเพียงรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

เพราะว่าความเร็วของรถม้านางถือว่าเร็วมากแล้ว นับประสาอะไรกับเด็กสักคนหนึ่ง แม้แต่ผู้ฝึกตนที่แท้จริงก็มิอาจตามทันได้

อย่างไรก็ตามสภาพร่างกายของเด็กคนนั้นผอมบาง แต่ฝีเท้ากลับว่องไวอย่างมาก ถึงได้ตามมาได้อย่างงายดายเช่นนั้น

ที่สำคัญที่สุดคือเขาตามมาอย่างเงีบบๆ ราวกับมนุษย์ล่องหน

ถ้าหากไม่ใช่เพราะภายหลังที่นางรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติและได้พบกับเขา ทุกคนคงไม่รับรู้ถึงการมีชีวิตอยู่ของเขา

ฉู่หลิวเยว่คิดว่าเด็กคนนี้น่าสนใจอย่างมากจึงพาเขากลับไป

เดิมทีนางต้องการดูว่าพรสวรรค์และความสามารถของเขาเป็นเช่นไร แต่ในตอนนั้นเกิดเรื่องขึ้นมากมาย นางยุ่งอยู่กับการจัดการเรื่องต่างๆ จึงไม่ได้ทันทำสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่ผลักเขาให้กับเฉิงอีเพื่อช่วยดูแลสิบสาม

หลังจากมีเวลาว่าง เมื่อนางคิดถึงสิบสาม ก็จะไปหาเฉิงอีเพื่อถามถึงสถานการณ์ของสิบสาม

เฉิงอีพูดว่าความสามารถของสิบสามไม่ธรรมดาจึงแนะนำให้ฉู่หลิวเยว่รับเขาไว้และให้พวกเขาคอยสั่งสอนอย่างดี

ฉู่หลิวเยว่แทบจะไม่ลังเลอันใดจึงตอบตกลงไป

ตั้งแต่สิบสามกลายเป็นหนึ่งในสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ เป็นคนที่อายุน้อยที่สุดคนนั้น

ฉู่หลิวเยว่เม้มริมฝีปาก

เกี่ยวกับสถานการณ์ของสิบสาม เฉิงอีควรรู้เรื่องนี้ด้วย เหตุใดถึไม่พูดอะไรเลย…

หนานซู่ไหวลูบเคราและเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกที่ว่า

“เด็กคนนี้แม้ว่าจะไปสำนักหลิงเซียวและอยู่ในกลุ่มที่มีพรสวรรค์นั่น ก็ยังเป็นคนโดดเด่นที่สุดอย่างแน่นอน!”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า กำลังจะเอ่ยปาก แต่สิบสามกลับเอ่ยขึ้นมาก่อนว่า

“นายท่าน ข้ามิไปเรียนที่สำนักได้หรือไม่”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์