ในใจฉู่หลิวเยว่พลันกระตุกกึก
นางกับหรงซิวรู้จักกันก่อนจะเข้าเรียนในสำนักหลิงเซียวเสียอีก
ตอนนั้นนางเพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกปรือที่แดนภังคะ จากนั้นก็ได้โชคชะตาหนุนนำให้มายังอาณาจักรเสิ่นซวี่
ผลคือมาเจอเข้ากับหรงซิว
ครานั้นพวกเขาทั้งสองต่างคนต่างถูกไล่ล่าเอาชีวิต จึงตัดสินใจร่วมมือกันภายใต้สถานการณ์คับขัน
ไปๆ มาๆ ก็ได้รู้จักกันด้วยประการฉะนี้
หลังจากนั้น นางก็ออกปากว่าอยากไปฝึกตนที่สำนักหลิงเซียว
ฝ่ายหรงซิวมิได้ลังเลแต่อย่างใด ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
ฉู่หลิวเยว่ยังเผลอไผลนึกไปว่าหรงซิวคิดจะมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักหลิงเซียวเหมือนนางไม่มีผิด
อย่างใดเสีย แม้ครานั้นนางจะยังไม่คุ้นเคยกับอาณาจักรเสิ่นซวี่นัก แต่ด้วยอยู่ในแดนภังคะเป็นเวลานาน จึงได้ยินเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกันมาไม่น้อย
สำนักหลิงเซียวคือสำนักวิชาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาณาจักรเสิ่นซวี่ ใครเล่าจะไม่เฝ้าใฝ่ฝันถึง
“ความจริงแล้ว ตอนนั้นคนของพระราชวังเมฆาสวรรค์ยังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเจ้า คิดแค่ว่าพระโอรสเพียงต้องการไปฝึกตนที่สำนักเท่านั้น จนกระทั่งภายหลัง พระโอรสตรัสว่าอยากกลับแคว้นเย่าเฉิน ข้าถึงได้รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง”
พูดมาถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกพลันหยุดชะงัก
“เจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าพระโอรสหาได้อาลัยอาวรณ์ต่อแคว้นเย่าเฉินไม่ หากมิใช่เพราะเหตุผลจำเป็นจริงๆ พระองค์ไม่มีทางกลับไปที่นั่น”
เมื่อก่อนหรงซิวมักอ้างแก่คนภายนอกว่าเจ็บไข้ได้ป่วย บอกว่าตนเองกำลังพักฟื้นอยู่ที่หมิงเยว่เทียนซาน
ความจริงแล้ว เขาพำนักอยู่ที่หมิงเยว่เทียนซานเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น
โดยส่วนใหญ่แล้ว เขาก็ยังพำนักที่อาณาจักรเสิ่นซวี่อยู่ดี
ทว่าภายหลังเขาถึงได้พบว่า เป็นเพราะมีแม่นางผู้นี้อยู่ พระโอรสถึงเริ่มเปลี่ยนมาเหมือนปุถุชนทั่วไป มีเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา มีความรู้สึกเจ็บช้ำจากพิษรัก
ตอนนั้นผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกจึงคิดได้ว่า แม่นางผู้นี้ย่อมมิใช่คนธรรมดาสามัญ
กระทั่งภายหลัง เขาก็สบโอกาสได้พบกับฉู่หลิวเยว่ในที่สุด
เพียงแวบแรก เขาก็นึกชมชอบแม่หนูผู้นี้เข้าอย่างจัง
ทั้งฉลาดเฉลียว ไหวพริบเป็นเลิศ และจริงใจ
บนกล่องมิได้ลงสลักแต่อย่างใด แต่ด้านบนกลับประทับไว้ซึ่งลายสัญลักษณ์ของพระราชวังเมฆาสวรรค์
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางแหวนเฉียนคุนในมือลงไป
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือสีแดงสดและพลิ้วไหวดุจเปลวเพลิง ประหนึ่งแพเมฆที่กระจายตัวคล้อยขอบฟ้ายามสนธยา ถักทอออกมาอย่างประณีตบรรจง
เรียวนิ้วไล้ลูบอย่างแผ่วเบา มีประกายแสงสีทองไหวระริกตามจางๆ
งดงาม น่าเกรงขาม ชวนตื่นตาจับใจ
มงกุฎหงส์หล่อขึ้นมาอย่างสลักซับซ้อน ราวกับแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงจากสวรรค์
ด้านบนประดับด้วยหงส์ทองคำที่สยายปีกออกกว้าง ทั้งยังคาบเอาลูกแก้วหยกสีแดงละมุนไว้ในปาก
ทั้งแวววับแลโปร่งใส ผิวสัมผัสหรือก็ละมุนมือนัก
พู่ทั้งสองด้านที่แขวนห้อยลงมายิ่งเสริมให้มงกุฎงามหมดจด อ่อนโยนกว่าเก่า
มือของฉู่หลิวเยว่ลูบไล้ไปบนมงกุฎหงส์และสายสะพายอย่างแผ่วเบา ในใจพลันบังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
นางกำลังจะอภิเษกกับหรงซิวแล้วจริงๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...