เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1818

………………..

เดิมฉู่หลิวเยว่คิดอยากจับตัวคนกล่อมมาทุบสักที หากแต่ร่างกายปวดร้าวนัก หมดสิ้นเรี่ยวแรงโดยสมบูรณ์ เอ่ยงึมงำไปได้สองประโยคก็หลับไปในไม่ช้า

หลังกล่อมคนให้หลับได้แล้ว หรงซิวถึงได้ลุกขึ้น

เขาสวมชุดตัวในสีขาวหิมะอย่างสบายๆ ไม่ใส่ใจนัก เผยให้เห็นกล้ามอกแข็งแกร่งดุจหินก้อนใหญ่ก็มิปาน

เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แต่จิตใจกลับดีเยี่ยมอย่างยิ่ง

ระหว่างคิ้วเรียวที่ให้ความรู้สึกสูงศักดิ์ถึงกับเปี่ยมด้วยความกระปรี้กระเปร่ามากกว่าเก่า

แน่นอนเลยว่าพระโอรสอารมณ์ดีมากทีเดียว

เขาก้าวยาวๆ สาวเท้าไปยังข้างหน้าต่างอย่างว่องไว

เมื่อรับรู้ได้ถึงการมาของเขา เสวี่ยเสวี่ยก็หยัดตัวขึ้นอย่างยินดี

จะเปิดประตูแล้วหรือ

ยอมให้มันเข้าไปแล้วใช่หรือไม่

สุ้มเสียงเย็นเฉียบของหรงซิวลอยแว่วเข้ามา

“ดูเจ้าจะว่างมากสินะ เช่นนั้นไปวิ่งที่ทะเลทรายจันทราสีชาดสักรอบไป”

เสวี่ยเสวี่ยพลันรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า เจ้าสิงโตถึงกับตกอยู่ในสภาพย่ำแย่

ทะเลทรายจันทราสีชาดรึ!

ต้องไปอีกหรือ?

ไม่เอา!

มันตะกุยกำแพง ร้อง “โฮก” เสียงเบาๆ หวังจะปลุกเจ้านายอีกคนให้ตื่นมาจากห้วงสติสุดท้าย

ในที่สุด สุ้มเสียงของหรงซิวพลันแว่วขึ้นมาอีกรอบ

“เพิ่มเป็นสองเท่า”

ไม่เพิ่มสองเท่า ไม่เอา!

มันยังไม่ทันได้ไปเลยด้วยซ้ำ!

เสวี่ยเสวี่ยวิ่งหนีไปอย่างตื่นตระหนกเสียจนกลายเป็นเส้นสีขาวบนผืนฟ้า จากนั้นห็หายวับลับไปจากสายตา

ไกลออกไป อวี๋โม่ถองเรียกเยี่ยนชิง

“จิ๊ เห็นรึเปล่านั่น? ถ้าเมื่อวานเจ้าดึงดันต่อ ก็ได้เจอชะตากรรมเดียวกับมันแล้ว!”

เยี่ยนชิงสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย

“รู้แล้ว”

ฉู่หลิวเยว่ตื่นขึ้นมาอีกทีก็บ่ายคล้อยแล้ว

ทันทีที่นางขยับตัว หรงซิวก็เดินเข้ามา

“ตื่นแล้วหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า ยื่นมือออกมาจากผ้าห่ม

แขนเพรียวเกลี้ยงเกลาดุจหยกที่ตัดกับผ้านวมปักดิ้นสีแดงดูดึงดูดตายิ่งนัก

แววตาของหรงซิวมืดครึ้ม ทว่าสุดท้ายก็ยังคงยับยั้งตัวเองไว้ได้ ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่จากด้านข้างส่งไปให้

เขาเอนกายน้อยๆ อุ้มคนออกมาจากผ้านวมอย่างอ่อนโยนและระมัดระวัง ก่อนจะช่วยนางเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จเรียบร้อย

แม้เรือนผมดำสนิทจะสยายลงมาปิดบังผิวกายส่วนใหญ่ของนางไว้ แต่ก็ยังมองเห็นรอยแดงได้จางๆ

ดวงหน้าของฉู่หลิวเยว่แดงระเรื่อเล็กน้อย เดิมคิดจะสวมชุดเอง แต่ถูกคนอุ้มออกมาจากผ้านวม ทั้งง่วงงุนและอ่อนล้า ขัดขืนอยู่สองสามทีก็ปล่อยเลยตามเลย

ปล่อยให้เขาจัดการรับใช้นางตั้งแต่หัวจรดเท้า

สวมชุดเสร็จแล้ว หรงซิวก็เทน้ำชา ก่อนจ่อริมฝีปากนาง

“แก้คอแห้ง”

คำพูดนี้ฟังดู…

เหตุใดถึงฟังดูไม่ค่อยถูกต้องนัก?

เมื่อมองดูอย่างละเอียดแล้ว นางพลันรู้สึกโมโหขึ้นมาไม่น้อย

ทำไมตัวนางทรมานเกือบตาย แต่หรงซิวกลับดูกระปรี้กระเปร่าขนาดนี้เล่า!

“อ้าปาก”

หรงซิวราวกับรู้ว่านางกำลังคิดอะไร คิ้วกระบี่เลิกขึ้นน้อยๆ ถ้วยชาถูกยื่นไปข้างหน้า

ไอน้ำสีขาวที่ลอยฉุยขึ้นมาบดบังดวงหน้าใสกระจ่างไร้สิ่งใดเทียบของเขา

ฉู่หลิวเยว่เองก็กระหายน้ำเช่นกัน จึงยึดมือเขาเอาไว้ ก่อนจิบชาเข้าไปทีละน้อย

อุณหภูมิของชากำลังดี อุ่นร้อนและชุ่มคอนัก

ฉู่หลิวเยว่พลันรู้สึกสบายตัวขึ้นมามากทีเดียว

“เด็กดี”

หรงซิววางถ้วยชากลับไป ก่อนเอ่ยถามว่า

“ยังอยากนอนต่อหรือไม่?”

ฉู่หลิวเยว่ส่ายศีรษะ

อวี๋จิ่วรีบรับมันเอาไว้

ก่อนจะพบว่าเป็นกระบี่ไม้เล่มหนึ่งดังเคย

เพียงแต่กระบี่ไม้เล่มนี้ดูจะแข็งแรงกว่าเล่มก่อนหน้านี้อยู่บ้าง

อวี๋จิ่วมองดูพลางพลิกมันกลับไปกลับมารอบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาในที่สุด

“พี่ใหญ่ นี่ท่านเตรียมกระบี่ไม้เอาไว้กี่เล่มกันแน่?”

เฉินอีพลิกหนังสือหน้าถัดไป

“มากพอให้เจ้าใช้”

เป็นอันสิ้นสุด

นี่นับว่ายังไม่จบดีสินะ

อวี๋จิ่วยอมรับชะตากรรมของตัวเองก่อนจะเริ่มฝึกฝนใหม่อีกรอบ

จู่ๆ น้องแปดก็ผุดลุกขึ้น ก่อนจะรีบร้อนมุ่งหน้าเดินออกไปข้างนอก

สือฟางเงยหน้าขึ้นมาถามว่า

“พี่แปด ท่านจะไปไหน?”

น้องแปดปรายตามองเขาแวบหนึ่ง

สือฟางพลันรู้สึกถึงความเจ็บจางๆ ที่จมูก รีบร้อนเอ่ยต่อว่า

“น้อมส่งพี่แปด! ขอให้พี่แปดได้รับชัยชนะกลับมา!”

น้องแปดจึงได้หยักยกริมฝีปาก ก่อนจะเดินนวยนาดจากไป

อู่เหยาต่อยมวยเสร็จแล้ว เขาเช็ดเหงื่อที่ออกเต็มใบหน้า

“พี่ใหญ่ เรื่องที่สิบสามถามเมื่อวาน…ท่านตัดสินใจแน่ชัดแล้วหรือยัง?”

เฉินอีเหลือบสายตาขึ้นมา

อู่เย่ากระแอมไอคราหนึ่ง

“ความหมายของเขาก็คือ…หากยืดเยื้อต่อไปก็ดูจะไม่ดีเท่าใดนัก…”

เฉินอีพยักหน้า ก่อนเก็บหนังสือกลับไป

“ข้าจะไปเจอนายท่าน พวกเจ้าแต่ละคนรออยู่ที่นี่ไปก่อน”

พูดจบ เขาก็สาวเท้าก้าวไปยังด้านนอก

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์