ภายในใจของฉู่หลิวเยว่มีความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามา
ผู้ที่เป็นปรปักษ์กับนางก็มีไม่น้อย แต่ดูเหมือนว่าไม่มีผู้ใดสามารถพอที่จะเอาพิษชนิดนี้มาได้เลย
แม้แต่อาจารย์ในสำนักเทียนลู่ก็ไม่ค่อยมีผู้ใดเข้าใจเกี่ยวกับกู่โลหิตแดงเท่าไรนัก นับประสาอะไรกับผู้อื่นในเมืองหลวง
ตระกูลฉู่งั้นหรือ
องค์ชายรัชทายาทงั้นหรือ
หรืออาจจะเป็นผู้อื่น
ศัตรูอยู่ในเงามืด ส่วนนางอยู่ในที่สว่าง
เสมือนดั่งมีหมอกควันกลุ่มหนึ่งปกคลุมตัวนางเอาไว้ ความจริงของสิ่งเหล่านี้ถูกปกปิดไว้ไม่สามารถมองเห็นชัดเจน!
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดครู่หนึ่งและในที่สุดก็ปล่อยมีดสั้นนั้นลง
จากนั้นฉู่เซียนหมิ่นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ และมองฉู่หลิวเยว่อย่างไม่พอใจ
“สิ่งที่ข้าสามารถพูดได้ ข้าก็พูดไปหมดแล้ว สาแก่ใจเจ้ารึยัง”
“แน่นอนว่ายังไม่สาแก่ใจ ข้าต้องการยาถอนพิษ เจ้ากลับไม่มีให้ข้า เจ้าปองร้ายข้า ทำร้ายสหายของข้า เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ เช่นนี้หรือ” ฉู่หลิวเยว่มองนางด้วยความตลก “เจ้าฝันสูงไปหน่อยกระมัง”
ฉู่เซียนหมิ่นรู้ว่าฉู่หลิวเยว่จะไม่หยุดเพียงแค่นั้น
“แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่”
ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วเล็กน้อย
“ข้าไม่คิดที่จะทำอะไรทั้งนั้น เพียงแค่ต้องการนำเรื่องทั้งหมดไปบอกให้ผู้อาวุโสซุนและอาจารย์ท่านอื่นทราบ ถึงอย่างไรการที่สำนักมีศิษย์ที่คิดฆ่าเพื่อนร่วมสำนักทุกวิถีทางเช่นนี้ ชวนให้คนอื่นผวาจนนอนไม่หลับจริงๆ”
“เจ้า…เจ้ากล้าไล่ข้าออกหรือ!”
“เจ้าเป็นฝ่ายกระทำชั่วก่อนแท้ๆ ยังจะโทษผู้อื่นอีกหรือ”
ฉู่หลิวเยว่มองนางด้วยสีหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
“น่าเสียดายจริงๆ ข้าได้ยินมาว่าตอนนั้นเจ้าสอบเข้าได้ที่หนึ่งใช่หรือไม่ ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเจ้าจะถูกขับไล่ออกจากสำนักอย่างน่าอนาถกันเล่า”
“ไม่ได้นะ!”
คำพูดของฉู่หลิวเยว่สะเทือนใจนางอย่างถึงที่สุด นางรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อต้องการคว้าตัวฉู่หลิวเยว่ แต่ฉู่หลิวเยว่กลับหลบได้ทัน
“เจ้าไล่ข้าออกไปไม่ได้ ข้าไปไม่ได้ แล้วข้าก็จะไม่ไปด้วย!”
ตอนนี้นางกลับไปยังตระกูลฉู่ไม่ได้อีกแล้ว ส่วนทางด้านจวนรัชทายาท นางก็ยังมิอาจพลิกสถานการณ์ได้
ถ้าหากว่านางยังถูกขับไล่ออกจากสำนักอีก ชีวิตของนางต้องพังพินาศเป็นแน่!
นี่คือโอกาสเดียวที่นางจะสามารถพลิกวิกฤตกลับมาได้ แล้วนางจะปล่อยให้มันหลุดมือไปแบบนี้ได้อย่างไร
ฉู่หลิวเยว่มีสีหน้าเย็นชา
“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคือสนอง หากมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้ก็ช่างเถิด”
ฉู่เซียนหมิ่นหวั่นวิตกเป็นอย่างมาก นางครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายนางก็ต้องอ้อนวอนฉู่หลิวเยว่
“ถือเสียว่าข้าขอร้องเจ้า อย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป เพียงแค่เจ้ารับปากกับข้า ข้าสาบานว่าข้าจะไม่ทำร้ายเจ้าอีก ไม่ว่าเจ้าสั่งอะไรข้าก็จะทำตาม ได้โปรด ข้าขอร้องเจ้า”
เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่นิ่งเฉย นางจึงกัดฟันแล้วคุกเข่าลงกับพื้นทันที
“เจ้าจะเอาอย่างไร ถึงจะปล่อยข้าไปได้!”
จี้อวี้หรงก้าวไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกสงสาร
“หมินหมิ่น…”
ฉู่เซียนหมิ่นเหลือบมองเขาอย่างโกรธเกลียด สายตานั้นตรึงเขาไว้ให้อยู่ที่เดิม
“แค่นี้เจ้ายังคิดว่าทำร้ายข้าไม่พออีกหรือ! ไสหัวไป!”
จี้อวี้หรงรู้สึกผิดมาก เขาจึงคุกเข่าลงเช่นกัน
ฉู่หลิวเยว่หลุบตามองพวกเขาทั้งสองจากเบื้องสูง ด้วยหัวใจที่ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ
ตรงกันข้าม นางยังพอมีความชื่นชมฉู่เซียนหมิ่นอยู่บ้าง
ฉู่เซียนหมิ่นในอดีตเป็นผู้เย่อหยิ่งมากแค่ไหน
ฉู่เซียนหมิ่นเกลียดแค้นนางแทบตาย แต่สุดท้ายวันนี้ก็ต้องยอมคุกเข่าต่อหน้านาง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์