คนทั่วไปสามารถฟังน้ำเสียงประจบประแจงนี้ออก
แต่เมื่อคำพูดเหล่านี้ออกจากปากของเขากลับฟังแล้วดูจริงใจมากเป็นพิเศษ
จากนั้นเขาก็โค้งคำนับทำความเคารพคนทั้งสอง ก่อนจะยืดตัวเหยียดหลังตรง แล้วกล่าวกับฉู่หลิวเยว่ด้วยความชื่นชมว่า
“นายท่าน เดิมทีข้าคิดว่าไม่มีผู้ชายคนใดบนโลกนี้ที่จะเหมาะสมกับนายท่าน แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ข้าจะคิดผิดไปอย่างมหันต์!”
มุมปากของหรงซิวยกยิ้มขึ้น
ซานซานผู้นี้สมคำร่ำลือจริงๆ
แม้ว่าเขาจะรู้เจตนาของอีกฝ่าย แต่น้ำเสียงของเขาก็ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นราวกับอาบน้ำในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่าย จึงทำให้ผู้คนรู้สึกเชื่อใจอย่างไม่รู้ตัว
เรื่องที่พูดนี้เป็นความจริง
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในสถานที่อย่างท่าเรือดอกท้อแห่งนี้
เมื่อได้ยินคำพูดของซานซาน มุมปากของฉู่หลิวเยว่ก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย
ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ปี แต่เขาก็เก่งขึ้นไม่น้อยเลย
นางใช้สายตากวาดสำรวจซานซานขึ้นลง
“ดูเหมือนว่าช่วงที่ผ่านมานี้เจ้าจะอยู่อย่างสุขสบายทีเดียว หึๆ ดูสิคางของเจ้ามีสามชั้นแล้ว”
ซานซานหัวเราะขึ้นเบาๆ จนดวงตาหยีเล็กลง เขาตัวขาวและนุ่มนิ่ม ทำให้ผู้คนรักใคร่เอ็นดูยิ่ง
เขาไม่ได้เจอฉู่หลิวเยว่เป็นเวลานานมากแล้วจริงๆ ดังนั้นเขาจึงคิดถึงนางเป็นอย่างมาก
จนกระทั่งได้ยินคำหยอกล้อที่คุ้นเคย เขาก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
“นั่นก็เป็นเพราะข้าดีใจที่นายท่านและโอรสสวรรค์กำลังจะแต่งงานกัน ข้าที่ดีใจมากก็เลยกินข้าวเพิ่มสองถึงสามถ้วยเชียว!”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
“นายท่าน พี่สามแค่ไม่ใช่คนเลือกกิน แต่เมื่อใดที่เขาอารมณ์ดี เขาก็จะกินมากกว่าเดิมสองสามถ้วยจริงๆ”
ไม่เหมือนกับเขาเลย เขาเลือกกินมาก ดังนั้นจึงทำให้กินข้าวได้ไม่เยอะ
ซานซานหนังตากระตุก เขาเป็นคนที่ผิวหยาบและหนังหนามาโดยตลอด คนรอบข้างพูดอันใด เขาไม่มีทางเก็บมาใส่ใจ
แต่ทุกครั้งที่สือฟังอ้าปากคำพูดของอีกฝ่ายเหมือนเป็นมีดที่แทงเข้ามาอย่างรุนแรง
เขาเหลือบสายตาหันมองทางสือฟัง
“สือฟัง เจ้าไม่ต้องพูดบ้างก็ได้นะ”
สือฟังหดคอลง เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย ดังนั้นจึงตอบรับอย่างเชื่อฟัง
“อื้อ”
ขณะที่พูดเขาก็คุกเข่าทำความเคารพฉู่หลิวเยว่
แต่ฉู่หลิวเยว่กลับยกมือขึ้น
“เจ้าได้รับบาดเจ็บอยู่ ไม่ต้องมากพิธีหรอก”
ในตอนนั้นซานซานถึงเพิ่งสังเกตถึงผ้าพันแผลที่อยู่บนแขนของเสี่ยวจ้าว ใบหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นมาในทันที
สีหน้าเคร่งเครียด
“คนของสำนักกระบี่ทมิฬมาที่นี่อีกแล้วหรือ?”
เด็กรับใช้คนนั้นพยักหน้าด้วยความขื่นขม
ตอนนี้ภายในท่าเรือดอกท้อ คนที่กล้าลงมืออย่างกำเริบเสิบสานเช่นนี้มีเพียงสำนักเดียวเท่านั้น
“พวกเขายังพูดว่า…อีกสามวันให้หลังให้ท่านนำหญ้าผสานวิญญาณไปมอบให้เขาด้วยตนเอง…”
ใบหน้าของซานซานสั่นระริก
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้น นางรู้สึกโกรธจนหัวเราะออกมา
“เช่นนั้นก็หมายความว่า…คนกลุ่มเมื่อครู่นี้กำลังแย่งของของข้า ต่อหน้าข้าอย่างนั้นหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...