เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1842

หรงซิวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

แต่ฉู่หลิวเยว่กลับเข้าใจว่าความหมายของคำพูดเหล่านั้น

ท่าเรือดอกท้อแห่งนี้…มีลูกน้องของหรงซิวอาศัยอยู่!

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกตกใจเป็นอย่างแรก ต่อมาก็คิดว่านี่เป็นเรื่องปกติ

ด้วยนิสัยอย่างหรงซิวแล้ว หากเขาไม่ทิ้งลูกน้องเอาไว้ที่นี่ นั่นถึงจะเป็นเรื่องแปลก

หลังจากได้สติกลับคืนมา นางก็ขำขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“ก่อนหน้านี้เจ้าไม่เคยเล่าให้ข้าฟังเลย?”

หรงซิวครุ่นคิดขึ้นมา

“ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่าจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ในวันนี้ แต่ว่าคนของสำนักกระบี่ทมิฬเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบ นั่นคือทั้งหมดที่พวกเขารู้ เดิมทีข้าเองก็คิดจะมาบอกเล่าเรื่องนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะได้ไปปะทะกันโดยตรงแล้ว”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า

การที่สืบค้นเรื่องเหล่านี้ได้ก็เป็นเรื่องยากมากแล้ว

ท้ายที่สุดแล้วแม้กระทั่งซานซานที่ติดต่อกับสำนักกระบี่ทมิฬอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ก็ยังรู้เรื่องเหล่านี้เพียงบางส่วนเท่านั้น

หากคนธรรมดาทั่วไปต้องการจะสืบเรื่องราวให้มากขึ้น อาจจะทำให้สำนักกระบี่ทมิฬสงสัยได้

“ข้าคิดว่าพรุ่งนี้ข้าจะไป…ผาธารใส”

ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้น

“บางทีเราอาจจะได้เบาะแสที่เกี่ยวกับผาธารใสจากทางนั้นบ้าง”

ไม่ได้อยู่กับนางเพียงวันเดียว ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเช่นนี้แล้ว

ยังดีที่นางไม่ได้รับอันตราย

แต่เขาก็ไม่สามารถวางใจได้

ท่าเรือดอกท้อแห่งนี้มีอันตรายอยู่ทุกหนแห่ง

ดังนั้นเขาจะต้องปกป้องคนของเขาเป็นอย่างดี

ค่ำคืนหนึ่งผ่านไปโดยที่นางไม่ได้หลับฝัน

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่หลิวเยว่กับหรงซิวปลอมตัวกันเล็กน้อย และเดินทางติดตามซานซานไปที่ผาธารใสอย่างเงียบเชียบ

บนท้องถนนครึกครื้นเป็นอย่างมาก

ซานซานพาพวกเขาเดินตามซอกซอยที่ไม่มีผู้คน พร้อมมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย

ทั้งสามคนเดินทางกันอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม ก็มาถึงจุดหมายแล้ว

“นายท่าน ฝ่าบาท นั่นก็คือผาธารใส”

ซานซานยืนนิ่งแล้วยกมือชี้ไปด้านหน้า

ฉู่หลิวเยว่กับหรงซิวมองตรงไป

บริเวณไม่ไกลกันนั้นมีเทือกเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาเรียงราย

แต่ในตำแหน่งตรงกลางกลับมีภูเขาลูกหนึ่งที่ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน

เมื่อเปรียบเทียบกับยอดเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านข้างแล้ว ภูเขาลูกนี้เตี้ยกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

อีกทั้งก้อนหินยังเป็นสีดำไหม้เกรียม ไม่มีต้นหญ้าขึ้น ดูแล้วเป็นเพียงสถานที่รกร้างว่างเปล่า

แต่หากมองดีๆ แล้ว กลับมีเส้นทางคดเคี้ยวมุ่งตรงไปที่ด้านใน

ทำให้มองเห็นแสงสว่างปลายทางได้อย่างเลือนราง

ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวก็เดินติดตามกันไปอย่างใกล้ชิด

หลังจากเดินไประยะ ฉู่หลิวเยว่ก็กวาดสายตามองรอบข้าง

“คนที่มาที่นี่…เหมือนว่าจะมีจำนวนเยอะมาก”

นางเห็นว่ามีคนเดินผ่านไปมา

เพียงแต่ว่าคนเหล่านั้นเหมือนจะหลีกเลี่ยงเส้นทางเส้นนี้ และหลีกเลี่ยงที่จะมาผาธารใส

ซานซานหันศีรษะกลับมามอง แล้วอธิบายด้วยเสียงหัวเราะว่า

“นายท่าน ท่านคงยังไม่รู้ ตั้งแต่ที่ข้าได้รับโชคจากผาธารใส คนของท่าเรือดอกท้อก็ชอบมาที่นี่เพราะอยากเพลิดเพลินกับความสนุกสนาน และยังหวังว่าจะได้รับโอกาสเช่นเดียวกันกับข้า! เพียงแต่ว่าปีสองปีที่ผ่านมา ทุกคนล้วนไม่ได้รับของวิเศษอันใดเลย คนที่มาที่นี่จึงน้อยลง ตอนนี้ท่านก็เห็นแล้วว่าที่แห่งนี้มีคนอยู่ไม่มาก ต้องบอกก่อนว่าในตอนแรกสถานที่นี้เป็นเพียงแค่ป่ารกร้าง แต่พวกเขาทั้งหมดล้วนมาตามหาขุมทรัพย์!”

“ส่วนเรื่องที่เหตุใดเขาถึงต้องหลีกเลี่ยงผาธารใส…นั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขารู้ว่าข้าเป็นเจ้าของของสถานที่แห่งนี้!”

ฉู่หลิวเยว่เหลือบสายตามองเขาแล้วเลิกคิ้วขึ้น แต่กลับพูดแทงใจอย่างไร้ความปรานีว่า

“ไม่ใช่เพราะพวกเขารู้ว่าสถานที่แห่งนี้ถูกสำนักกระบี่ทมิฬจับตามองอยู่หรือ?”

ใบหน้าของซานซานแข็งทื่อไป เขาจึงบ่นพึมพำขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ว่า

“เรื่องนี้ท่านเข้าใจกันเองก็พอแล้ว เหตุใดต้องพูดหักหน้าข้าด้วยเล่า…”

โชคดีที่เขายังอยู่ที่นี่…

“นายท่าน นายท่าน?”

ซานซานยืนนิ่งพร้อมหันกลับมามองทางฉู่หลิวเยว่ จากนั้นก็พบว่านายท่านของตนเองนั้นกำลังเหม่อลอยไป

ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย แล้วเหลือบสายตามองทางเขา

ซานซานกุมหน้าอกของตนเอง

“นายท่านมองข้าเช่นนี้…มันหมายความว่าอย่างใดกันแน่?”

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเสียงเย็น

“ข้าเพียงแค่กำลังคิดว่า เจ้านี่โชคดีจริงๆ เลย”

เมื่อได้ยินดังนั้น ซานซานก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมากะทันหัน

เขาชอบที่คนอื่นชื่นชมยกย่องเขาแบบนี้มากที่สุด

“นั่นน่ะสิ! ท่านดูสิ…นี่คือพื้นที่มิติขนาดเล็กที่ข้าเคยบอกท่านไปก่อนหน้านี้!”

ฉู่หลิวเยว่มองตามนิ้วชี้ของเขาไป

บริเวณตรงหน้าไม่ไกลกันนั้นมีทะเลสาบขนาดเล็กแห่งนี้อยู่

เหนือทะเลสาบปกคลุมด้วยม่านพลังโปร่งแสงจางๆ

นั่นคือแสงสว่างที่พวกเขาเห็นจากด้านนอก

เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นผาธารใสที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ลำแสงสายหนึ่งจากบนท้องฟ้าตกกระทบลงมาด้านล่าง

ซานซานสาวเท้าขึ้นไปหนึ่งก้าว กลางฝ่ามือมีเปลวเพลิงสีน้ำเงินปรากฏขึ้น

พรึ่บ!

เปลวเพลิงพวยพุ่ง ม่านพลังถูกเปิดออกในทันที!

ซานซานสาวเท้าเข้าไปด้านใน

ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวหันมามองหน้ากัน ก่อนจะติดตามไป

ม่านพลังถูกปิดลง

เงาร่างของทั้งสามคนจางหายไปในทันที

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์