เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1844

………………..

เรื่องน่าประหลาดใจกว่านี้…

ฉู่หลิวเยว่แทบจะจินตนาการไม่ออกเลย ทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้าก็น่าประหลาดใจมากพออยู่แล้ว แล้วสิ่งที่น่าประหลาดใจกว่านี้จะเป็นอย่างใด

“ซานซาน ในเมื่อเจ้าเป็นเจ้าของพื้นที่แห่งนี้ เจ้าก็น่าจะรู้จักพื้นที่แห่งนี้ดีที่สุด”

ฉู่หลิวเยว่หันมองทางซานซาน

“เจ้าเคยสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของที่แห่งนี้หรือไม่?”

ซานซานส่ายหน้า

“ข้าคิดว่าไม่มี…”

ทุกครั้งที่เขาเข้ามาที่นี่ ปกติแล้วก็แค่จะมาเก็บสมุนไพร

ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยตรวจสอบ แต่ว่าตรวจสอบแล้วไม่เห็นความผิดปกติต่างหาก

“นายท่าน ฝ่าบาท ในเมื่อพวกท่านมาที่นี่แล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าจะพาพวกท่านไปดูทุกจุดเลยเป็นอย่างใด ไม่แน่ว่าอาจจะพบเบาะแสอันใดก็ได้?”

มาก็มาแล้ว ย่อมต้องดูให้ละเอียด

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า

นางกำลังรู้สึกสงสัยกับพื้นที่แห่งนี้อยู่พอดี

“ไปกันเถอะ ดูซิว่าพื้นที่มิติของเจ้านั้นจะมีของวิเศษอยู่เท่าใด?”

ภายในพื้นที่แห่งนี้มีพลังแห่งสวรรค์และโลกอุดมสมบูรณ์

ฉู่หลิวเยว่เดินไปด้วย และอดถามขึ้นไม่ได้ว่า

“หากสามารถบำเพ็ญเพียรที่นี่ได้จะต้องเป็นเรื่องดีอย่างมากแน่นอน”

“นายท่านพูดได้ถูกต้อง แม้ว่าข้าจะไม่ค่อยได้อยู่ที่นี่เป็นระยะเวลานาน แต่ในแต่ละเดือนนั้นข้าก็วิ่งเข้าออกที่นี่อยู่บ่อยครั้ง ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของข้านั้นก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อนไม่น้อยเลย!”

นี่ไม่ใช่การคุยโว แต่มันคือความจริง

ตอนที่เขาเพิ่งมาถึงท่าเรือดอกท้อ และได้เจอกับอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก ฉู่หลิวเยว่ก็สามารถมองเห็นถึงระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาแล้ว ซึ่งมันสูงขึ้นกว่าเดิมจริงๆ

ในตอนแรกนางไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้มากนัก แต่หลังจากครุ่นคิดไปแล้ว เขาก็ยุ่งอยู่กับการทำธุรกิจทั้งวัน จะเอาเวลาไหนไปบำเพ็ญเพียร

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องเขาไม่ได้ใส่ใจถึงการบำเพ็ญเพียรเลย เมื่องานยุ่งขึ้นมา ความสนใจก็หันเหไปทางอื่น

แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขากลับเพิ่มสูงขึ้นไม่น้อย

มาคิดดูแล้วนี่น่าจะเป็นผลงานของพื้นที่แห่งนี้

พวกเขาทั้งหลายมุ่งหน้าเดินเข้าไปด้านใน

จากนั้นฉู่หลิวเยว่ถึงค้นพบว่าที่แห่งนี้กว้างกว่าที่นางคิดเอาไว้เสียอีก

เทือกเขาทอดยาว ป่าไม้ชุ่มชื้น ลำธารไหลเชี่ยว

สมุนไพรล้ำค่าที่หาได้ยากในโลกภายนอก แต่สามารถพบเห็นได้ทุกที่ในที่แห่งนี้

หากบุคคลภายนอกรู้เรื่องเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ คงจะต้องเกิดความวุ่นวายโกลาหลแน่นอน…

ความเร็วของทั้งสามคนไม่นับว่าช้า แต่กลับใช้เวลามากกว่าจะสำรวจครบหนึ่งรอบ

“เหมือนว่าที่แห่งนี้จะใหญ่กว่าสำนักหลิงเซียวครึ่งหนึ่ง”

ฉู่หลิวเยว่ถอนหายใจออกมา

ต้องบอกก่อนว่า สำนักหลิงเซียวสำนักที่มีตำแหน่งสูงของอาณาจักรเสิ่นซวี่ ไม่ว่าจะเรื่องพื้นที่หรือด้านอื่นๆ พวกเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสำนักหรือตระกูลอันดับหนึ่งเลย

ทว่าไม่สามารถเทียบเท่ากับพื้นที่ขนาดเล็กของซานซานได้…

หลังจากคำนวณแล้ว พื้นที่ตรงหน้ามันขนาดใหญ่กว่าหุบเขาวาโยโอสถหลายเท่า

เรื่องนี้ทำให้ผู้คนต้องอ้าปากค้าง

“หากสามารถใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่บำเพ็ญเพียรระยะยาวได้…”

ฉู่หลิวเยว่พูดพึมพำเสียงต่ำ

ซานซานรีบโบกมืออย่างรวดเร็ว

“นายท่าน เกรงว่าเรื่องนี้จะไม่ได้”

เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่และหรงซิวมองมาทางนี้ ซานซานถอนหายใจแล้วอธิบายอย่างจนปัญญาว่า

“ท่านจำได้หรือไม่ที่ข้าเคยบอกว่า ข้าสามารถพาคนเข้ามาที่นี่ได้เพียงแค่สองสามคน”

ฉู่หลิวเยว่เคาะคางของตนเองเบาๆ

“จำได้ เจ้ายังพูดอีกว่า จำนวนคนที่สามารถเข้าได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของเจ้าด้วยไม่ใช่หรือ?”

“ไม่เพียงเท่านั้น ระยะเวลาของคนภายนอกที่จะอยู่ในนี้ก็ขึ้นอยู่กับความลับนี้ด้วยเช่นกัน สรุปแล้วก็คือ หากข้าแข็งแกร่งมากเท่าใด ข้าก็สามารถนำคนเข้ามาได้มากเท่านั้น อีกทั้งยังให้พวกเขาอยู่ที่นี่ได้นานมากยิ่งขึ้นถ้าหากมีจำนวนคนมากเกินไป หรือพวกเขาอยู่ภายในนี้นานเกินไป ข้าอาจจะ…ไม่สามารถทนรับไหว”

หลังจากได้ยินคำพูดของซานซาน ฉู่หลิวเยว่ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

หลังจากนั้นไม่นานมุมปากของหรงซิวก็ยกยิ้มขึ้น

“พื้นที่แห่งนี้มีกฎไม่น้อยเลย”

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

หากเป็นเช่นนี้ความคิดของนางเมื่อครู่นี้ก็ไม่มีทางเป็นจริงได้

โล่สีดำอันนั้นปรากฏที่กลางฝ่ามือของนางอย่างกะทันหัน!

เมื่อเห็นการกระทำของนาง ความดำมืดภายในแววตาของหรงซิวก็สว่างวาบขึ้น

“นายท่าน?”

ซานซานกำลังจะถามขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่อเขาเห็นโล่สีดำที่กลางฝ่ามือของนาง ทันใดนั้นลำแสงก็ส่องสว่างขึ้นมาในทันที!

ลำแสงสว่างจางๆ ปรากฏ

แรงกดดันที่เกือบจะทำให้ผู้คนหายใจไม่ออกแผ่กระจายออกมาจากโล่สีดำอันนั้น!

ซานซานที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็หน้าเปลี่ยนสีแล้วรีบถอยหลังลงไปสองก้าว!

เมื่อครู่นี้ตอนที่เขามองไปที่ลำแสงสายนั้น คาดไม่ถึงว่าความรู้สึกที่อยากยอมจำนนจะพวยพุ่งขึ้นมา!

พลังเหล่านั้น…มันน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก!

ฉู่หลิวเยว่จ้องมองไปทางโล่สีดำในมือของนางตาเขม็ง

ลำแสงเหล่านั้นแผ่กระจายออกมาอย่างไร้เสียง เหมือนกับสายน้ำที่ไหลรินไปทั่วโล่สีดำ

ดูเหมือนเป็นพวกมันกำลังก่อร่างสร้างลวดลายที่น่าแปลกประหลาด และก็เหมือนเป็นการล้างคราบสนิมที่อยู่บนนั้นออกไป

แกร๊ก

เสียงแตกร้าวสายหนึ่งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา

จากนั้นสนิมที่มีขนาดเท่ากับเล็บก็หล่นลงมาหนึ่งแผ่น

ลำแสงระยิบระยับปกคลุมอย่างรวดเร็ว

หัวใจของฉู่หลิวเยว่เต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างกะทันหัน

นี่มัน…

นางได้รับโล่สีดำอันนี้มาหลายปีแล้ว แต่นางไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย!

มันเคยเป็นโล่ที่แข็งแกร่งอย่างมาก สามารถต้านทานการโจมตีที่แข็งแกร่งนับครั้งไม่ถ้วน คาดไม่ถึงว่าสนิมเหล่านั้นจะหลุดลอกออกมาเอง!

ในขณะเดียวกันนั้นเองพลังสวรรค์และโลกที่อยู่รอบข้างก็พุ่งมา!

พลังที่หมุนวนสายหนึ่งหล่นลงมาจากฟากฟ้าแล้วตกลงมาที่ร่างกายของฉู่หลิวเยว่!

หากพูดให้ถูกต้องก็คือ มันตกลงมายังโล่สีดำที่อยู่ที่กลางฝ่ามือของฉู่หลิวเยว่!

แกร๊ก!

สนิมอีกแผ่นหนึ่งหลุดล่อนออกมาอีกแล้ว!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์