เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1846

………………..

ซานซานเดินไปที่ริมขอบของม่านพลัง ก่อนจะหันกลับมามองหน้าทั้งสองคน

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าให้อย่างไร้เสียง

ซานซานถึงได้ยื่นมือออกไป ทันใดนั้นเองเปลวเพลิงสีน้ำเงินกลุ่มหนึ่งก็พวยพุ่งออกมา! แล้วปกคลุมม่านพลังนั้นเอาไว้!

บางทีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะส่งผลกระทบมากเกินไป ตอนที่ซานซานยื่นมือออกไปนั้น เขายังรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

แต่ตอนที่เห็นว่าเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ม่านพลังอย่างปกติ และสามารถเปิดม่านพลังได้อย่างราบรื่น เขาจึงรู้สึกโล่งอกขึ้นมา

ค่อยยังชั่ว…

เหมือนว่าสิ่งที่นายท่านทำเมื่อครู่นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ขนาดเล็กแห่งนี้

ไม่อย่างนั้นแล้วละก็ เกรงว่าวันนี้พวกเขาคงยากที่จะได้ออกจากที่แห่งนี้ และตอนที่เจอกับบุคคลภายนอก เขาก็ยิ่งไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างใดดี

ซานซานสงบสติอารมณ์ของตนเอง ก่อนจะก้าวเดินออกมาจากช่องว่างระหว่างมิติ!

ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวก็เดินติดตามกันออกไปด้วย

หลังจากเงาร่างทั้งสามออกไปแล้ว ม่านพลังก็ปิดลงอีกครั้ง

ภายในพื้นที่มิติขนาดเล็กปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้งแล้ว

ซานซานเพิ่งจะออกมา จากนั้นก็เห็นว่ามีคนสองสามคนกำลังยืนรออยู่ด้านนอก

พวกเขาสวมชุดสีดำทั้งร่าง หน้าอกซ้ายปักด้วยสัญลักษณ์กระบี่คู่ล้อมดวงจันทร์

นั่นคือสำนักกระบี่ทมิฬ

อีกทั้งหัวหน้าของคนเหล่านี้ก็เหมือนจะเป็นคนรู้จักของซานซานด้วย

“ใต้เท้ามั่วหลิน ท่านมาที่นี่ได้อย่างใด?”

ในสำนักกระบี่ทมิฬมั่วหลินมีฐานะไม่ต่ำต้อย เขาถือว่าเป็นมือขวาของมั่วอวิ๋น

มีเรื่องหลายเรื่องที่เขาออกหน้าจัดการแทนมั่วอวิ๋น

ดังนั้นเมื่อซานซานเห็นหน้าเขาจึงมีท่าทางกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก

มั่วหลินและคนอื่นๆ ที่กำลังรอคอยอย่างหมดความอดทน เมื่อเขาเห็นซานซานออกมา สีหน้าถึงจะอ่อนลงหลายส่วน

“เถ้าแก่ซาน”

มั่วหลินเดินก้าวขึ้นมา

เขาดูเหมือนคนอายุสามสิบกว่า รูปร่างผอมสูง องคาพยพทั้งห้าธรรมดา มีเพียงดวงตาคู่นั้นเท่านั้นที่เย็นชาและเฉียบคม จนสามารถมองเห็นได้ถึงความเฉลียวฉลาดและโหดเหี้ยม

“เมื่อครู่นี้ข้าตะโกนเรียกเจ้าอยู่ตั้งหลายครั้งแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบรับเลย พวกเรายังคิดว่าเจ้าน่าจะไม่ได้อยู่ด้านใน”

ขณะที่เขาพูดนั้นมุมปากก็ยกยิ้มขึ้น แต่หางตากลับยังมีความเย็นชาอยู่เช่นเดิม

ซานซานก็ไม่กล้าละเลยเขาแม้แต่น้อย เขาจึงรีบอธิบายพร้อมรอยยิ้มว่า

“ใต้เท้ามั่วหลิน ขอโทษจริงๆ นะขอรับ เมื่อครู่นี้ข้ากำลังจัดการสมุนไพรอยู่จนทำให้ไม่ได้ยินเสียงของท่าน แต่หลังจากที่ข้าได้ยินแล้ว ข้าก็รีบออกมาในทันที ได้โปรดเข้าใจข้าน้อยด้วยนะขอรับ!”

มั่วหลินกวาดสายตามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

ใบหน้ากลมเกลี้ยงของซานซานมีสีแดงแซมอยู่ บนหน้าผากก็มีเม็ดเหงื่อผุดพราย ลมหายใจหอบถี่ ดูเหมือนว่าเขาจะรีบออกมาจริงๆ

เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าที่ซานซานมีท่าทางเช่นนี้ เป็นเพราะว่าเขากำลังตกใจกับท่าทางของนายท่านเมื่อครู่นี้ต่างหาก

เมื่อซานซานเห็นมีท่าทางเช่นนี้ ความไม่พอใจของมั่วหลินก็จางหายไปไม่น้อยเลยทีเดียว ความเย็นชาภายในดวงตาก็ค่อยๆ จางไป

“หึๆ เถ้าแก่ซานไม่ต้องตื่นตระหนก ครั้งนี้เป็นพวกเราที่หุนหันพลันแล่นมากเกินไป หากข้ามารบกวนท่าน ต้องขออภัยจริงๆ”

ใบหน้าของซานซานประดับด้วยรอยยิ้มกระตือรือร้น แต่ภายในใจกลับด่าบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของอีกฝ่ายแล้ว

ขออภัยอย่างนั้นหรือ?

แต่เขาไม่เห็นท่าทางสำนึกผิดของอีกฝ่ายเลย!

เรื่องที่ไม่ควรทำก็ทำมาหมดแล้ว ในเวลานี้กลับมาพูดว่า “ขออภัย” แบบนี้มันเหมือนเป็นการถอดกางเกงแล้วผายลม…ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย!

“ใต้เท้ามั่วหลินงานยุ่งมากอยู่แล้ว แล้วเหตุใดวันนี้ถึงมีเวลามาหาข้าที่นี่ได้? มีเรื่องสำคัญอันใดหรือ?”

ซานซานอยากจะรีบออกไปให้เร็วที่สุด ดังนั้นเขาจึงใช้คำพูดที่มีมารยาทอย่างมาก

มั่วหลินกล่าวว่า

“ความจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด เพียงแต่คนของพวกเราพบว่า…”

เขายังพูดไม่ทันจบ แต่สายตาก็หันไปมองทางหรงซิวและฉู่หลิวเยว่ที่เพิ่งเดินติดตามซานซานออกมา

“สองคนนี้คือ…”

แต่เพียงเพราะเรื่องนี้กลับต้องมาตามหาซานซาน ดังนั้นจึงมีเพียงความเป็นไปได้สองอย่างเท่านั้น

หนึ่ง พวกเขาแค่ต้องการหาข้ออ้างและให้ซานซานไปยังยอดเขาหลานชิง

ข้ออ้างนี้มันจะโง่เกินไปหน่อยหรือไม่

แต่คนของสำนักกระบี่ทมิฬไม่น่าจะโง่ขนาดนั้นหรอกมั้ง

สอง พวกเขาต้องการให้ซานซานไปช่วยเหลือจริงๆ …อีกทั้งการช่วยเหลือในครั้งนี้ มีเพียงแต่ซานซานเท่านั้นที่สามารถช่วยได้

หากเป็นเช่นนี้จริงๆ เรื่องนี้ก็น่าสนใจอย่างมากแล้ว

มั่วหลินกลับยกมือห้ามเขาอย่างกะทันหัน

“ช้าก่อน”

หัวใจของซานซานกระตุกวูบ

“มีอันใดหรือ?”

มั่วหลินยกคางขึ้น

“เถ้าแก่ซานไปกับพวกเราตามลำพังก็พอแล้ว ส่วนสองคนนั้น…”

เขาให้อีกฝ่ายรออยู่ที่นี่ก่อน

ซานซานรู้สึกลำบากใจเป็นอย่างมาก

เขารู้สึกลำบากใจจริงๆ

พื้นที่มิติขนาดเล็กนี้เหมือนกับเบี้ยต่อรอง เขาจึงไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอันใดกับเขา

แต่เขาไปที่นั่นคนเดียวละก็ แล้วหากนายท่านและฝ่าบาทที่รออยู่ที่นี่เกิดอันใดขึ้นจะทำอย่างใด?

หากมันเกิดเรื่องเข้าล่ะ?

“ใต้เท้ามั่วหลิน คือว่า…เด็กทั้งสองคนนี้เป็นเด็กรับใช้ของข้า หากให้พวกเขาอยู่ที่นี่ตามลำพัง ข้าก็รู้สึกไม่วางใจ! พาพวกเขาไปด้วยดีหรือไม่? ข้ารับประกันว่าพวกเขาทั้งสองจะไม่ก่อเรื่องวุ่นวายใจแก่ท่านแน่นอน!”

มั่วหลินหรี่ตาลงอย่างกะทันหัน

“แค่เด็กรับใช้สองคน เถ้าแก่ซานจะตื่นตระหนกไปเหตุใด?”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์