ตอนที่หรงซิวเดินออกมาจากหอคอยจิ่วโยว ผู้อาวุโสเว่ยอวิ่นยังคงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
“เหตุใดถึงออกมาเร็วนัก เจ้าเดินชมทั่วแล้วหรือ”
หรงซิวยิ้มบางๆ พร้อมกับพยักหน้าตอบ
“ข้าก็แค่อยากรู้ว่าสถานที่ที่เสด็จแม่โปรดปรานเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่เป็นเช่นไรก็เท่านั้น จึงเข้าไปแค่เดี๋ยวเดียว ถึงอย่างไรข้าก็หาได้เป็นลูกศิษย์ของสำนักไม่ ท่านอนุญาตให้ข้าเข้าไป ข้าก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว”
ผู้อาวุโสเว่ยอวิ๋นแอบนึกในใจ
ด้วยร่างกายที่อ่อนแอของหรงซิว เกรงว่าคงขึ้นไปดูได้แค่ชั้นแรกเท่านั้น ไม่มีทางขึ้นไปข้างบนได้ ดังนั้นจึงใช้เวลาอันสั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
แน่นอนว่าคำพูดนี้มิสามารถพูดออกไปได้ตรงๆ
“เรื่องเล็กๆ น้อยๆ จะขอบคุณอะไรกัน ข้าได้ยินมาว่าเจ้าจะพักในสำนักระยะหนึ่ง ถ้าหากต้องการมาเยี่ยมอีกก็มาได้เลย!”
นึกย้อนกลับไปสมัยนั้น หรูเยว่ก็ได้ช่วยเหลือสำนักไปไม่น้อย หรงซิวในฐานะสายเลือดเพียงผู้เดียวของนาง แน่นอนว่าเขาต้องดูแลเป็นอย่างดี
“ขอบคุณผู้อาวุโสเว่ยอวิ๋นมาก”
หรงซิวกล่าวขอบคุณเขาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ไอโขลกๆ
ผู้อาวุโสเว่ยอวิ๋นเห็นสีหน้าซีดเซียวของเขา ในใจก็คิดว่าร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่แข็งแรงจริงๆ ด้วย ดังนั้นเขาจึงบอกให้หรงซิวรีบกลับไปพักผ่อนเสีย
แน่นอนว่าหรงซิวก็เชื่อฟังเขาดิบดี
จากนั้นผู้อาวโสก็หันกลับไปมองหอคอยจิ่วโยวอีกครั้ง
ไม่รู้เพราะเหตุใด ความปั่นป่วนอันคลุมเครือเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนจะหายไปอย่างมาก
…
ทันทีที่หรงซิวกลับไปที่เรือนอี้เฟิง เยี่ยนชิงก็กล่าวทักทายเขาแล้วถามอย่างประหม่า
“องค์ชาย พระองค์เสด็จไปหอคอยจิ่วโยวมาหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ช่วงเช้าของวันนี้เขาออกไปจากสำนัก แล้วเพิ่งจะกลับมาก็ได้ยินข่าวว่าองค์ชายเสด็จไปที่นั่น
“ก่อนหน้านี้เจ้าบอกเองมิใช่หรือว่า…ตอนนี้มันอู้งานมิใช่หรือ”
หรงซิวเดินไปตรงใต้ต้นท้อ จากนั้นก็เอนตัวลงบนเก้าอี้หวายอย่างเกียจคร้าน และพูดเบาๆ ว่า
“ในเมื่อเลี้ยงไม่เชื่อง ข้าก็ต้องสั่งสอนสักหน่อย”
หัวใจของเยี่ยนชิงแทบหยุดเต้น คราวนี้เขาถึงได้รู้สึกดูเหมือนว่าเจ้านายของตนมาพร้อมกับอารมณ์คุกรุ่น
แล้วความโกรธเกรี้ยวนี้ดูเหมือนจะมุ่งไปที่หอคอยจิ่วโยว
“เรื่องนี้ให้ชวนฉยงจัดการเองก็ได้นี่พ่ะย่ะค่ะ พระองค์มิเห็นจำเป็นต้องเสด็จไปเองเลยนี่นา”
เยี่ยนชิงมิใครเข้าใจเท่าไรนัก
การเข้ามาอยู่ในหอคอยจิ่วโยวก็ดึงดูดความนใจของผู้อื่นมากพอแล้ว ตอนนี้เจ้านายยังไปหอคอยจิ่วโยวอย่างเปิดเผยอีก หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป มิแน่ว่าคนพวกนั้นอาจกระทำการสิ่งใดก็เป็นได้
หรงซิวปิดเปลือกลง ตะวันทอแสงตกกระทบขนตาของเขาจนทิ้งเป็นเงาขนตาเรียงเส้นสวยจางๆ ไว้ใต้เปลือกตา
เยี่ยนชิงขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ
เมื่อคืนนี้ผู้เป็นนายของเขาไปนอนที่เรือนพักของคุณหนูหลิวเยว่มามิใช่หรือ ไฉนถึงได้มีอาการเหมือนคนนอนหลับพักผ่อนไม่เต็มที่เยี่ยงนี้
เขาเคยชินกับการมีคุณหนูหลิวเยว่ข้างกายจึงจะนอนหลับสนิทมิใช่หรือ
แต่เมื่อเห็นว่าหรงซิวนิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด เยี่ยนชิงก็เข้าใจในทันทีว่าตอนนี้องค์ชายต้งการพักผ่อน ดังนั้นเขาจึงโค้งคำนับแล้วกล่าวว่า
“…กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”
เขาถอยหลังสองสามก้าว ก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินกลับเข้าไปยังเรือนพัก
ทันทีที่เขาเดินไปที่ประตู ก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมาในใจของเขา
…ช้าก่อน! ข่าวคราวที่ชวนฉยงส่งมาครั้งก่อนว่ามีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นที่หอคอยจิ่วโจวอย่างรุนแรงที่สุด คือช่วงเวลาใดกันนะ
วันนั้นดูเหมือนว่าคุณหนูหลิวเยว่จะเข้าไปหอคอยจิ่วโยวเป็นครั้งแรกใช่หรือไม่
ตอนนั้นชวนฉยงยังสงสัยอยู่เลยว่าการเคลื่อนไหวนั้นดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับฉู่หลิวเยว่…
เยี่ยนชิงอดไม่ได้ที่จะมองย้อนกลับไป จากนั้นหนังตาของเขาก็กระตุกยึกๆ
หายไปตั้งนาน ที่แท้…องค์ชายก็ออกไปรับหน้าแทนคุณหนูหลิวเยว่ด้วยตัวเองนี่เอง!
…
ฉู่หลิวเยว่ดูดซับพลังแห่งฟ้าดินเส้นสุดท้ายเข้าสู่ร่างกายของนาง และหลอมรวมเข้ากับหยดน้ำในตันเถียนของตนอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่จะลืมตาขึ้นช้าๆ
ดูเหมือนว่าเนื่องจากผ่านประสบการณ์ในบรรพตวั่นหลิงก่อนหน้านี้มาได้ ความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้นมาก หลังจากที่ร่างกายของนางฟื้นตัวแล้ว
ตอนนี้นางแอบรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะบรรลุเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้น นางก็จะสามารถขึ้นไปบนชั้นสอง เพื่อเพิ่มความเร็วในการฝึกบำเพ็ญของตนเองได้!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉู่หลิวเยว่เหลือบมองนาฬิกาทรายที่ผนังและพบว่าเวลาฝึกหมดลงแล้ว นางจึงลุกขึ้นและจากไป
เมื่อไปถึงบันได นางอดไม่ได้ที่จะหยุดและมองขึ้นไปข้างบน
บันไดนั้นเวียนวนขึ้นด้านบน และมองไม่เห็นว่าอะไรอยู่ข้างบนนั้นบ้าง
และดูเหมือนว่าหรงซิวจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์