เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1855

………………..

ซานซานจมอยู่ในความคิด

“ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินพวกเขาพูดถึงมาก่อนเลย แต่ดูจากสถานการณ์ในวันนี้แล้ว ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ”

เมื่อพูดถึงยอดเขาหลานชิง สีหน้าของมั่วอวิ๋นนั้นแตกต่างออกไปจริงๆ

ดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมการเอาไว้นานแล้ว

“เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการจะทำอันใดกับยอดเขาหลานชิงกันแน่…”

ฉู่หลิวเยว่นึกย้อนไปถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ดังนั้นจึงเลิกคิ้วขึ้น

“บางทีพวกเขาอาจจะรู้มาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้ว่าภายในยอดเขาหลานชิงแห่งนั้น เปลวเพลิงสีน้ำเงินที่ถูกระงับเอาไว้อยู่ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่า เปลวเพลิงเหล่านั้นจะแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้ ดังนั้นจึงทำแผนพังไม่เป็นท่าเช่นนี้”

คนที่เสียชีวิตภายในยอดเขาหลานชิงมีสถานะไม่สูงส่ง

หากหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นแล้ว พวกเขาก็ไม่มีทางขอความช่วยเหลือทางมั่วหลิน อีกทั้งยังไม่สามารถทำให้มั่วอวิ๋นเคลื่อนไหวได้อย่างแน่นอน

แต่เห็นได้ชัดว่ามั่วอวิ๋นให้ความสำคัญกับสถานการณ์ภายในยอดเขาหลานชิงเป็นอย่างมาก แต่เขากลับส่งคนออกไปแค่ไม่กี่คน เช่นนั้นก็หมายความว่าตอนที่เขาประเมินสถานการณ์ในครั้งแรก พวกเขาไม่ได้รอบคอบมากพอ หรือไม่เขาก็ต้องการทำให้เรื่องนี้เงียบมากที่สุด และหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจ

แต่ไม่ว่าอย่างใดก็ตาม สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ความคิดที่เกี่ยวกับยอดเขาหลานชิงนั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นมาในวันนี้

ทันใดนั้นซานซานก็นึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้น

“ยอดเขาหลานชิงแห่งนั้นอยู่ไม่ห่างจากผาธารใสมากนัก หรือว่าที่พวกเขาทำเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่า…”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า

“เจ้าได้รับโอกาสจากผาธารใส แล้วจะไม่ให้คนอื่นริษยาได้อย่างใด? แน่นอนว่าสำนักกระบี่ทมิฬก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น หากข้าเดาไม่ผิดแล้วละก็ ไม่แน่พวกเขาน่าจะค้นพบอันใดบางอย่างที่ยอดเขาหลานชิงมาแล้ว เดิมทีเขาต้องการจะจัดการไปอย่างเชื่องช้า แต่น่าเสียดายที่วันนี้เปลวเพลิงระเบิดขึ้นมาโดยตรง จนเกิดเรื่องวุ่นวายมากขึ้น”

“นายท่านพูดได้ถูกต้อง! บริเวณนั้นมักจะมีคนเข้ามาหาขุมทรัพย์อยู่เป็นประจำ ครั้งนี้หลังจากเรื่องของยอดเขาหลานชิงแพร่กระจายออกไป จะต้องมีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นเหตุการณ์นั้นอย่างแน่นอน เวลาไม่ถึงหนึ่งวัน ทั่วทั้งท่าเรือดอกท้อจะต้องปั่นป่วนขึ้นมาอย่างแน่นอน”

ต่อให้มั่วอวิ๋นจะสังหารพวกเขาไปทั้งหมดแล้ว แต่ไม่สามารถปิดข่าวนี้ได้อย่างแน่นอน

“เปลวเพลิงนั้น…มันคืออันใดกันแน่…”

ฉู่หลิวเยว่กอดอกด้วยแขนทั้งสองข้าง แล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย อีกทั้งกำลังจดจ่ออยู่ในความคิด

บนโลกนี้มีเปลวเพลิงที่แปลกประหลาดอยู่หลายชนิด

แต่เปลวเพลิงสีน้ำเงินนั้น นางไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

อีกทั้งเห็นได้ชัดว่าเปลวเพลิงเหล่านั้นเป็นแบบเดียวกับเปลวเพลิงที่อยู่ภายในร่างกายของซานซานไม่มีผิด แต่เขากลับไม่สามารถควบคุมได้

“นายท่าน…ความจริงแล้วตอนที่ข้าต่อสู้กับเปลวเพลิงเหล่านั้น ข้ารู้สึกว่า…มันกำลังยั้งมือให้ข้าอยู่…”

ซานซานพูดสิ่งที่ตนเองสงสัยออกมาอย่างลังเล

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า

ความจริงแล้วจุดนี้นางก็คาดเดาเอาไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว

ด้วยฝีมืออย่างซานซานแทบจะไม่สามารถต้านทานการโจมตีอย่างเต็มกำลังของอีกฝ่ายได้

หลังจากวางม่านพลังไปแล้ว คาดไม่ถึงว่าเขายังจะสามารถต้านทานพลังนั้นได้

เห็นได้ชัดว่าที่แห่งนี้มีเบาะแสอันใดบางอย่างซ่อนอยู่

ถ้ามั่วหลินและคนอื่นๆ สังเกตอย่างระมัดระวังมากพอ หรือมาดูอาการบาดเจ็บของซานซานด้วยตนเอง พวกเขาก็จะพบว่าบาดแผลของซานซานไม่ได้สาหัสขนาดนั้น

“ซึ่งนั่นก็หมายความว่า บางทีเปลวเพลิงเหล่านั้นอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่มิติขนาดเล็กของเจ้าสินะ?”

ฉู่หลิวเยว่พูดพึมพำเสียงต่ำ

ซานซานมีใบหน้าสับสนมึนงง

“เรื่องนี้…ข้าเองก็ไม่กล้ามั่นใจเช่นกัน…”

เสียงที่เย็นชาและไพเราะดังขึ้นมา

ฉู่หลิวเยว่หันกลับไปมอง จากนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“เจ้าสัมผัสอันใดได้อย่างนั้นหรือ?”

หรงซิวพยักหน้า หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง ทันใดนั้นที่มุมปากของเขาก็มีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้น

“เป็นไปได้อย่างมากว่า สิ่งนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่สำนักกระบี่ทมิฬต้องการ”

แรงกดดันอำนาจสะพรึงกลัวคืบคลานเข้ามา เหมือนกับภูเขาขนาดเล็กเมื่อกดทับอยู่บนไหล่ของมั่วหลิน

เขากลืนเลือดที่อยู่ในลำคอลงไป จากนั้นก็พูดขึ้นอย่างยากลำบากว่า

“…รองประมุข ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากทำอันใด แต่…ข้าไม่มีความสามารถ เปลวเพลิงเหล่านี้…”

แรงคุกคามของเปลวเพลิงเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกินขีดจำกัดของพวกเขาแล้ว!

เขารู้ว่าหากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปผลลัพธ์จะต้องร้ายแรงอย่างแน่นอน

แต่สถานการณ์ในตอนนั้นมันอยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกเขาตั้งนานแล้ว

สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือต้องรีบออกมาเพื่อขอคำแนะนำจากท่าน

แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนเหล่านี้จะมาถึงที่นี่เร็วกว่าที่คาดเอาไว้

มั่วอวิ๋นหลับตาลง แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมระงับจิตสังหารที่พวยพุ่งขึ้นมาภายในอย่างยากลำบาก

ที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับผาธารใส แน่นอนว่าจึงมีคนมาสำรวจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะพวกเขาก็หวังว่าจะได้รับโชคชะตาอย่างเช่นซานซานบ้าง

แต่เมื่อมีเปลวเพลิงปะทุขึ้นที่ยอดเขาหลานชิงอย่างกะทันหัน จึงดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องปกติแล้ว

“เรื่องนี้ใหญ่โตจนไม่สามารถเก็บกวาดได้แล้ว จะฆ่าเจ้าตายเป็นหมื่นครั้งเพื่อชดใช้มันก็ยังไม่เพียงพอ!”

มั่วอวิ๋นกดน้ำเสียงลงต่ำ คำพูดเล็ดลอดออกจากซอกฟัน

หัวใจของมั่วหลินเย็นวาบ เขาทำได้เพียงก้มหน้าลงเท่านั้น

เขารู้ว่าจบเห่แล้ว

มั่วอวิ๋นหมุนตัว แล้วมุ่งหน้าไปทางยอดเขาหลานชิงด้วยความเร็วที่เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉุกละหุกอย่างยิ่ง เขาต้องรีบจัดการไฟเหล่านั้นเป็นอันดับแรก

หลังจากนั้นไม่นาน คนที่ยืนล้อมรอบยอดเขาหลานชิงอยู่ก็สังเกตเห็นถึงเงาร่างของเขา

“มั่วอวิ๋นมาแล้ว!”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์