………………..
คนที่มานั้นก็คือเฉินอี!
“คารวะนายท่าน”
เฉินอีโค้งศีรษะคำนับ
ฉู่หลิวเยว่มองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจ
“เฉินอี? เจ้า…เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างใด?”
สำนักกระบี่ทมิฬมีการคุ้มกันที่เข้มงวด อีกทั้งยังมีผู้คุ้มกันมากมาย หากต้องการจะเข้ามาด้านในอย่างไร้สุ้มไร้เสียง มันยากลำบากเสียกว่าการขึ้นสวรรค์เสียอีก
แต่สิ่งที่ทำให้ฉู่หลิวเยว่รู้สึกหวาดกลัวก็คือ ทั่วทั้งสำนักกระบี่ทมิฬนั้นมีม่านพลังโปร่งแสงครอบคลุมเอาไว้อยู่
แม้กระทั่งนางยังไม่กล้ารับประกันว่าตนเองจะสามารถบุกเข้ามาได้โดยไม่ทำให้ดึงดูดความสนใจ
ใดๆ แต่เฉินอีกลับปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันเช่นนี้!
“ข้าใช้เล่ห์กลเล็กน้อย”
เฉินอีพูดขึ้นเสียงเรียบ
หลังจากรู้เรื่องราวเหล่านี้แล้ว เขาก็มุ่งหน้ามาที่สำนักกระบี่ทมิฬทันที
เพียงแต่ว่าการที่จะเข้ามาในสำนักกระบี่ทมิฬเป็นเรื่องยากมาก
เขาระมัดระวังและรอบคอบมาโดยตลอด โดยเฉพาะเวลาเช่นนี้ เขาได้ทดลองใช้วิธีมากมาย
หลังจากที่เขาเสียเวลาและพละกำลังมาไม่น้อย ในที่สุดเขาก็สามารถเข้ามาที่นี่ได้
ซานซานยกนิ้วโป้งให้ด้วยความตื่นตะลึง
“พี่ใหญ่! สมแล้วที่เป็นเจ้า!”
เขาอยู่ภายในท่าเรือดอกท้อมานานขนาดนี้ และยังเคยเข้าออกสำนักกระบี่ทมิฬมาหลายครั้ง แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ เขาก็ไม่กล้าบุกเข้ามาภายใน แต่คาดไม่ถึงว่าพี่ใหญ่จะเข้ามาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้!
สายตาของหรงซิวหันมามองเขาเล็กน้อยด้วยความราบเรียบ ริมฝีปากแดงยกยิ้มขึ้น ก่อนจะหันไปมองทางฉู่หลิวเยว่
“ลูกน้องของเจ้าแข็งแกร่งจริงๆ”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
นางเองก็ไม่รู้ว่าเฉินอีมีความสามารถถึงขนาดนี้…
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถามเรื่องนั้นแล้ว
“เฉินอี เจ้าบุกมาอย่างหุนหันพลันแล่นเช่นนี้ มันอันตรายมากนะ”
ไม่มีใครรู้ว่าภายในสำนักกระบี่ทมิฬนั้นยังมีอันตรายอื่นใดที่ซ่อนอยู่อีก หากพวกเขาพบตัวเฉินอีเข้า…
“นายท่านวางใจได้เลย ข้ามาที่นี่เพื่อมายืนยันความปลอดภัยของท่านและฝ่าบาท นอกจากนี้จะขอแจ้งสถานการณ์ภายนอกให้ท่านทราบ และข้าจะไม่อยู่ที่นี่อีก”
การที่เขาจะเข้ามาที่นี่ได้นั้นก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
หากเขาอยู่ที่นี่เป็นเวลานานเกินไป เขาก็ไม่กล้ารับประกันความปลอดภัยของตนเอง
ฉู่หลิวเยว่เห็นว่าเขาวางแผนเช่นนี้ก็เบาใจ
“พวกเราไม่เป็นไร เพียงแค่ถูกมั่วอวิ๋นคุมขังเอาไว้ที่นี่ชั่วคราว ภายในระยะเวลานี้ เขาไม่มีทางทำอันใดพวกเราแน่นอน”
เพียงแต่ถ้าอยากจะออกไปนั้น เกรงว่าจะเป็นเรื่องยากเล็กน้อย
“พี่ใหญ่ ที่ท่านบอกว่าสถานการณ์ภายนอก? ตอนนี้ด้านนอกเป็นอย่างใดหรือ?”
ซานซานจับใจความสำคัญ ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยความรีบร้อน
เฉินอีชะงักไปเล็กน้อย
“ยอดเขาหลานชิงถูกเผาไหม้จนหมดแล้ว”
…
ทันทีที่สิ้นเสียง ภายในห้องก็ถูกปกคลุมด้วยความเงียบ
เฉินอีอธิบาย
“ในตอนเวลากลางวัน บนยอดเขาหลานชิงมีเปลวเพลิงสายหนึ่งลุกโชนขึ้นมาอย่างกะทันหัน มีคนต้องการจะขึ้นไปสำรวจว่า ที่แห่งนั้นมีของวิเศษปรากฏขึ้นมาหรือไม่ แต่ผลปรากฏว่า เขาก็ถูกเปลวเพลิงกลืนกินจนสูญเสียชีวิตของตนเอง หลังจากมีคนตายไปหลายคนก็แทบจะไม่มีใครเดินทางขึ้นไปอีก แต่หลังจากนั้นมั่วอวิ๋นก็เดินทางมาที่นั่น…”
“…ช่วยข้าดูแลร้านด้วย…”
ซานซานพูดครึ่งประโยคที่เหลือออกมาด้วยเสียงต่ำ
เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้น เกรงว่าเขาอาจจะไม่สามารถหาเงินไปได้อีกหลายวัน!
ในสายตาของพี่ใหญ่มีเพียงแค่นายท่านและฝ่าบาท แต่ไม่มีเขาอยู่เลย…
เรื่องนี้มันน่าเสียใจจริงๆ!
“เฮ้อ นายท่าน ท่านคิดว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นคนในท่าเรือดอกท้อก็จะบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้นใช่หรือไม่? ดังนั้นความต้องการใช้สมุนไพรก็จะเพิ่มมากขึ้น…”
ถ้าอย่างนั้นเขาควรจะขึ้นราคาหรือไม่…
ฉู่หลิวเยว่เหลือบสายตามองเขา แล้วกล่าวเตือนเขาว่า
“ใช่แล้ว คนที่ต้องการมากที่สุดน่าจะเป็นสำนักกระบี่ทมิฬมั้ง?”
กว่าซานซานจะรู้สึกตื่นเต้นยินดีขึ้นมาก็ยากลำบาก แต่เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็เป็นลมลงไปอีกครั้ง
“นายท่าน ท่านจะให้ข้ามีความสุขไม่ได้เลยหรือ?”
เมื่ออยู่ในจุดนี้แล้วตัวของเขานั้นก็อนาถอย่างมากแล้ว!
ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดอย่างตั้งใจ
“ตอนนี้เรื่องที่เจ้าควรจะดีใจมากที่สุดน่าจะเป็น…เปลวเพลิงเหล่านั้นไม่มีทางลุกลามไปยังพื้นที่มิติขนาดเล็กของเจ้าแห่งนั้น”
แม้ว่าระยะห่างของผาธารใสกับยอดเขาหลานชิงจะไม่ได้ห่างไกลกันมากนัก แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ เปลวเพลิงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนั้นก็มีความเกรงใจซานซานอยู่หลายส่วน
แล้วคงจะไว้หน้าเขาอยู่บ้าง
มุมปากของซานซานยกขึ้นแล้วพูดว่า
“เปลวเพลิงเหล่านั้นไม่สามารถทำลายพื้นที่มิติข้าได้ แต่หากเป็นท่านมันก็ไม่แน่!”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...