เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1858

………………..

จนถึงตอนนี้ เมื่อเขานึกถึงภาพเหตุการณ์ที่บนท้องฟ้าและเปลวเพลิงที่ลุกท่วมขึ้นมาอย่างกะทันหัน ในตอนนี้หัวใจของเขาก็สั่นไหวขึ้นมาทันที

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร เขารู้สึกว่านายท่านมีความสามารถในระดับนั้นจริงๆ!

หนังตาของฉู่หลิวเยว่กระตุก

“เอาล่ะ ถ้าเจ้ามีเวลาคิดเรื่องเหล่านี้ ไม่สู้เอาเวลามาบำเพ็ญเพียรไม่ดีกว่าหรือ! หากพื้นที่มิติของตนเองเกิดปัญหาอันใดขึ้นมา แม้แต่พลังต่อต้านของเจ้ายังไม่มีเลย เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะมาปวดใจมันก็ไม่ทันแล้ว!”

ซานซานตอบรับอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม

ในที่สุดการมาของเฉินอีก็ทำให้เขาสามารถสงบใจลงได้

ฉู่หลิวเยว่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง มือข้างหนึ่งจับปลายคาง

เดิมทีนางก็ต้องการจะบำเพ็ญเพียรต่อ แต่คำพูดเมื่อครู่นี้ของซานซานกลับกระตุ้นความคิดของนางขึ้นมา

นางไม่ได้เป็นห่วงอันตรายของพื้นที่ขนาดเล็กนั้น

นางเพียงแค่สงสัยว่าพื้นที่ขนาดเล็กกับโล่ของนางนั้นมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใด

ไม่เช่นนั้นเหตุใดในตอนนั้นถึงเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น?

ฉู่หลิวเยว่กลั้นลมหายใจแล้วรวบรวมสมาธิ นางหลุบตาลงต่ำแล้วจมอยู่ในความคิด

ตอนแรกนางบังเอิญพบโล่สีดำอันนั้นภายในถ้ำของท่าเรือดอกท้อ

แต่ภูเขาลูกนั้นมันอยู่ไกลมากเกินไป แม้กระทั่งชื่อยังไม่มีด้วยซ้ำ

อีกทั้งหลังจากเกิดการต่อสู้หลายสิบครั้ง พวกเขาลูกนั้นก็แทบจะถูกทำลายไปทั้งหมด และไม่มีอยู่อีกต่อไป

ไม่รู้ว่าหากเดินทางไปค้นหาอีกครั้งจะยังสามารถหาเบาะแสอันใดพบอีกหรือไม่…

เมื่อฉู่หลิวเยว่คิดถึงตรงนี้ โล่สีดำก็ถูกเรียกออกมาอีกครั้งหนึ่ง

โล่สีดำโบราณ ดูลึกลับ ยากจะบรรยาย

ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็ยากที่จะแยกแยะ

ฉู่หลิวเยว่พยายามที่จะเรียกพลังของมันออกมา แต่โล่สีดำนั้นไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย

เหมือนกับว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ภาพมายาเท่านั้น

แต่มันไม่ใช่ภาพมายาอย่างแน่นอน

นิ้วของหรงซิวนั้นยังถูกลวกเป็นแผลอยู่เลย…

หัวใจของฉู่หลิวเยว่สั่นไหวเล็กน้อย จากนั้นก็หันมองทางหรงซิว

เหมือนว่าหรงซิวจะรู้ตัว เขาจะเงยหน้าขึ้นมา

สายตาของพวกเขาทั้งสองคนประสานกัน

ฉู่หลิวเยว่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหา

โล่สีดำในมือของนางนั้นหล่นลงมาอย่างกะทันหันโดยนางยังไม่ทันตั้งตัว!

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก จึงรีบจับมันเอาไว้ให้มั่น

โล่นี้เหมือนว่าจะหนักขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย!

ฉู่หลิวเยว่มองไปที่ของในมือของนางด้วยความสงสัย

เมื่อครู่นี้ตอนที่นางเรียกออกมา นางถือเอาไว้ด้านหน้าด้วยแขนสองข้าง ความรู้สึกเหล่านั้นจึงไม่ได้ชัดเจนมากเท่าไร

แต่ตอนที่นางลุกขึ้นยืนเมื่อครู่นี้ นางยกมันขึ้นมาด้วยความเคยชิน แต่นางเกือบจะถือเอาไว้ไม่อยู่ จนทำให้มันหล่นลงกับพื้น

นางไม่ได้กะความรู้สึกผิดพลาด

ของชิ้นนี้…หลังจากเกิดเรื่องภายในพื้นที่มิติขนาดเล็กนั้นมันก็เหมือนหนักขึ้นจริงๆ!

น่าแปลกมาก…

ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ในตอนที่นางได้โล่ชิ้นนี้มา นางก็สามารถใช้มันได้อย่างคล่องมือเป็นอย่างมาก และนางไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

หากนางยังรู้สึกว่ามันหนัก…

“เป็นอันใดไปอย่างนั้นหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่มีอันใด ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าของสิ่งนี้…มันแตกต่างไปจากเดิม…”

ขณะที่พูดนางก็ยกโล่สีดำอันนั้นขึ้นมา นางจับมือของหรงซิวขึ้นมาอีกครั้ง

รอยไหม้สีแดงบนนิ้วเรียวยาวของหรงซิวสายนั้น จางหายไปแล้ว

มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย

“ข้าบอกแล้ว มันแค่แผลเล็กน้อยเท่านั้นไม่ต้องกังวล”

ภายในใจของฉู่หลิวเยว่ยังคงมีความสงสัยปรากฏอยู่

เขารู้ว่ารองประมุขต้องการจัดการปัญหานี้ให้ได้เร็วที่สุด แต่ประเด็นสำคัญก็คือ…สถานการณ์เช่นนี้มันอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขามาก!

หากยังส่งคนไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าอีก นอกจากจะทำให้ลูกน้องต้องตายมากขึ้น มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อันใดเลย!

ดังนั้นแม้เขาจะรู้ว่ามั่วอวิ๋นคงไม่มีความสุขที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ แต่มั่วหลินก็พูดออกไปแล้ว

คนที่มารายงานรีบคล้อยตามอย่างเห็นด้วย

“ใช่ขอรับ! รองประมุข ไม่ใช่ว่าข้าหวาดกลัว ไม่กล้าเข้าไป แต่เรื่องเหล่านี้…หากพวกเรายังทำเช่นนี้ต่อไปมันคงไม่ใช่วิธีการที่ดี…หรือว่าพวกเราลองหาหนทางอื่น…”

คนผู้นั้นมีใบหน้าซีดขาวในทันที

“ไม่ๆ! ผู้น้อยไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกิน! ผู้น้อยเพียงแค่รู้สึกว่า…ว่า…”

เสียงของเขาค่อยๆ เบาลง

เพราะว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างใด

มั่วอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ระงับโทสะที่อยู่ภายในลง

ความจริงแล้วสิ่งที่พวกเขาพูดนั้น ใช่ว่าเขาจะไม่รู้เลย?

เพียงแต่ว่ายอดเขาหลานชิงแห่งนี้สำคัญมากเกินกว่า เขามองเห็นประกายเพลิงปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า เปลวเพลิงลุกไหม้ในใจเขา จนเขาไม่สามารถสงบใจลงได้

ความเจ็บปวดบนร่างกายของเขาแผ่กระจายออกมา ย้ำเตือนให้มั่วอวิ๋นทราบว่า ในตอนนี้เขาไม่สามารถใช้ไม้แข็งต่อต้านไปต่อได้แล้ว

“สั่งการลงไป! ให้คนถอยทัพลงมาทั้งหมด!”

มั่วอวิ๋นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาทำได้ ก็คงมีเพียงรอดูสถานการณ์ต่อไป…

ในที่สุดมั่วหลินและทหารอีกคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ขอรับ!”

คนที่มารายงานผู้นั้นก็รีบพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

มั่วหลินมองหน้ามั่วอวิ๋นอย่างลังเล

“รองประมุข หรือว่า…พวกเราควรจะรายงานให้ท่านประมุขทราบ?”

มั่วอวิ๋นหันขวับกลับมามองในทันที สายตาเต็มไปด้วยความเย็นชาและตึงเครียด!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์