เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1863

………………..

ความจริงแล้วตั้งแต่เห็นมั่วอวิ๋นเดินเข้ามาในค่ายกล ซานซานก็รู้อยู่แล้วว่า พวกเขาไม่สามารถกลับออกไปได้

แต่เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น เขายังคงเสแสร้งทำเป็นประหลาดใจ

“นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ? รองประมุข ก่อนหน้านี้พวกเราตกลงกันเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือ รอจนท่านจัดการเรื่องภายในยอดเขาหลานชิงเสร็จสิ้น ท่านก็จะปล่อยพวกเราไป?”

สีหน้าของมั่วอวิ๋นยังคงราบเรียบเย็นชา

จะจับกุมหรือจะปล่อยตัว อยู่ที่คำพูดของเขาประโยคเดียว

เดิมทีที่พวกเขาจับกุมคนเหล่านี้เอาไว้ เพราะกลัวว่าคนเหล่านี้จะแพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นภายในยอดเขาหลานชิงออกไป

แต่ต่อมาเขาจึงได้พบว่า สิ่งที่เขากังวลนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ

เพราะสถานการณ์ลุกลามเกินกว่าที่เขาจะคาดการณ์เอาไว้!

จนตอนนี้ วันนี้เพิ่งผ่านมาแค่ไม่กี่วันคนทั้งท่าเรือดอกท้อก็รู้เรื่องเปลวเพลิงที่ลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุเหล่านี้แล้ว

หากจะปกปิดต่อไปก็ไม่มีประโยชน์

ดังนั้นในตอนที่เขาตระหนักเรื่องนี้ เขาก็คิดจะปล่อยคนเหล่านี้ออกไป

แต่เขายังไม่ทันทำเช่นนั้นก็ดันเกิดเรื่องอันใดบางอย่างขึ้น

และเหตุการณ์นั้นทำให้เขาต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อมาหาอีกฝ่ายด้วยตนเอง

“เถ้าแก่ซานตามข้ามาก่อนก็พอ รอจนถึงยอดเขาหลานชิงเจ้าก็จะรู้เอง”

ซานซานตกตะลึงไป

ยังต้องไปที่ยอดเขาหลานชิงอีกหรือ?

ก่อนหน้านี้มั่วอวิ๋นและคนอื่นๆ หวาดกลัวกันมากไม่ใช่หรือ?

แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงได้…

มั่วอวิ๋นหมุนตัวเดินจากไปแล้ว ซานซานก็ไม่กล้ารอช้า เขาเหลือบสายตามองทางฉู่หลิวเยว่และหรงซิวที่อยู่ด้านหลัง และรีบติดตามไปในทันที

ซานซานรู้แล้วว่าสถานการณ์คงไม่ได้ดีมากนัก เขาก็ไม่กล้าถามมาก ดังนั้นจึงเดินติดตามไปด้านหลังอย่างเชื่อฟัง และไม่พูดอันใดสักคำ

เขาเกรงว่าหากพูดอันใดออกไปแล้วทำให้คนผู้นี้โมโหขึ้นมาได้

ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวเดินตามอยู่ด้านหลัง ซึ่งเขาได้ลดการมีตัวตนของตนเองอย่างที่สุดแล้ว

ขณะที่เดินไปด้วย ฉู่หลิวเยว่ก็ลอบครุ่นคิดภายในใจ

ดูจากสถานการณ์เช่นนี้แล้ว ที่มั่วอวิ๋นเดินทางกลับมาที่นี่ ก็เพื่อมาหาซานซานโดยเฉพาะ

นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ เขาจำเป็นจะต้องมาด้วยตัวเองเชียวหรือ?

ระหว่างทางไม่มีคำพูดอันใดเลย บรรยากาศกดดันเป็นอย่างมาก

อีกทั้งยังต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งกว่าจะถึงยอดเขาหลานชิง ฉู่หลิวเยว่กลับมองเห็นประกายไฟที่พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าจากในระยะไกลแล้ว

เปลวเพลิงเหล่านั้นคือเปลวเพลิงที่เผาไหม้ยอดเขาหลานชิง

นางขมวดคิ้วขึ้นเป็นปม

นี่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเท่านั้นเอง เปลวเพลิงบนยอดเขาหลานชิง กลับไม่เพียงไม่สามารถควบคุมได้ แต่ยังทวีคูณความรุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาพลบค่ำแล้ว ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท

แสงของเปลวเพลิงเหล่านั้นสะท้อนเข้ากับกลุ่มเมฆที่รวมตัวกันอยู่บนท้องฟ้า จนเรืองรองกลายเป็นลำแสงแปลกประหลาด

คนที่ยืนอยู่บริเวณโดยรอบยอดเขาหลานชิงก็มีจำนวนไม่น้อย

หนึ่งในนั้นเป็นกลุ่มคนของสำนักกระบี่ทมิฬ แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนจากทุกพื้นที่ของท่าเรือดอกท้อ

เรื่องใหญ่เช่นนี้ คนที่สามารถมาได้ก็มากันหมดแล้ว

กลุ่มคนเดินไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง

ในที่สุดเมื่อพวกเขามาอยู่ด้านหน้าของยอดเขาหลานชิง พวกเขาก็ได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างอย่างชัดเจน ฉู่หลิวเยว่ถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เหตุใดมั่วอวิ๋นถึงมาเรียกซานซานด้วยตนเอง

แต่ที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือ เปลวเพลิงสีน้ำเงินได้ก่อร่างเป็นลักษณะวงกลมอยู่บริเวณไหล่เขา ซึ่งล้อมรอบยอดเขาหลานชิงเอาไว้!

ประหลาดใจ สงสัย ยินดี …

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็อยากรู้เช่นกันว่าเถ้าแก่ซานที่มีชื่อเสียงโด่งดังจะสามารถควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าได้หรือไม่

ซานซานร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา

เขารู้ที่ว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ

จึงทำได้เพียงตอบรับ

“ใน…ในเมื่อท่านพูดเช่นนี้แล้ว ข้าก็จะลองไปดู…”

ซานซานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มือทั้งสองข้างประสานกัน

มั่วอวิ๋นรู้สึกพึงพอใจกับคำตอบนี้เป็นอย่างมาก

“เถ้าแก่ซานไม่จำเป็นต้องลำบากใจ หากสัมผัสได้ถึงอันตราย ก็ให้รีบลงมาก็พอ”

ซานซานจะตายไม่ได้เด็ดขาด

สำนักกระบี่ทมิฬยังต้องการให้เขามอบโอสถและสมุนไพรให้อยู่

ซานซานพยักหน้า

แน่นอนว่าเขารู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี!

ตอนนี้เขาเป็นเจ้าของบ่อทอง! จะให้มาสิ้นชื่อในสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างใด!

หลังจากเตรียมตัวเตรียมใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดเขาก็สาวเท้าออกมา…

“เถ้าแก่ ให้พวกเราติดตามท่านไปด้วยเถอะ”

ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

………………..

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์