เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1864

………………..

ซานซานหันกลับไปมองอย่างตกใจ และเขากำลังจะปฏิเสธ แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่มิติขนาดเล็กในครั้งนั้น

เพียงแค่ความคิดของนายท่านก็สามารถทำให้พลังหมุนวนขนาดใหญ่ได้ อีกทั้งยังสามารถทำให้ม่านพลังถูกเผาไหม้โดยตรง…

บางทีในตัวของนายท่านอาจจะมีไพ่ไม้ตายอันใดบางอย่างที่สุดยอดมากอยู่?

แล้วอีกอย่าง เขาก็ได้ยินมาว่าฝีมือของฝ่าบาทนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

หากมีพวกเขาทั้งสองคนอยู่ด้วย มันจะต้องปลอดภัยขึ้นไม่น้อยแน่นอน อีกทั้งไม่แน่ว่าอาจจะสามารถได้รับเบาะแสอันใดบางอย่าง…

ซานซานเหลือบสายตาหันไปมองทางมั่วอวิ๋นอย่างสอบถาม

“รองประมุข ท่านคิดว่าอย่างใด…”

มั่วอวิ๋นพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า

“ตามใจเจ้า”

ผู้ติดตามเพียงแค่สองคน จะมีหรือไม่มีก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

หากเถ้าแก่ซานรู้สึกว่าการมีผู้ติดตามแล้วมันปลอดภัยมากกว่า ก็ให้เขานำผู้ติดตามไปด้วยอย่างอดไม่ได้

ไม่อย่างใดก็ตามประเด็นสำคัญอยู่ที่เขาเพียงคนเดียว

หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการทนทรมานมาหลานวันแล้ว มั่วอวิ๋นก็รู้สึกว่าความคิดของเขานั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

เขาอยากจะรู้โดยเร็วที่สุดว่านี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่!

และต้องใช้วิธีใดกันแน่ที่จะสามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ได้อย่างอยู่หมัด!

ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น…เขาไม่ได้สนใจเลย!

ซานซานรู้สึกยินดีขึ้นมาในทันที แต่ว่าเขาไม่ได้แสดงสีหน้าดีใจมากเกินไปนัก เขาเพียงกะแอมไอออกมา จากนั้นก็หันไปพูดกับหรงซิวและฉู่หลิวเยว่ว่า

“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ! อีกเดี๋ยวพวกเจ้าต้องติดตามข้าอย่างใกล้ชิดนะ! หากพบสิ่งผิดปกติ เราก็รีบแยกย้ายกันทันที!”

สายตาของคนรอบข้างจำนวนไม่น้อยมองอยู่ที่พวกเขา

ตอนนี้เขากลายเป็นจุดสนใจของทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย

“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับยอดเขาหลานชิงไม่น้อยเลยทีเดียว”

ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นเสียงต่ำ

หรงซิวหัวเราะเบาๆ

“ฟ้าดินเกิดความเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะถือกำเนิดสมบัติล้ำค่าออกมา แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องให้ความสนใจเป็นอย่างมากอยู่แล้ว”

บนโลกนี้ มีใครบ้างไม่อยากแข็งแกร่งขึ้น มีใครบ้างไม่อยากรับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ มีใครบ้างที่ไม่อยากทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า?

ในอากาศมีกลิ่นคาวเลือดเหม็นเน่าคละคลุ้งเข้มข้น มุมปากของฉู่หลิวเยว่ยกยิ้มขึ้น แต่ภายในแววตาไม่มีรอยยิ้มเลย

“ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้จะมีคนตายไปมากพอสมควร ถึงยอมให้พวกเขามาควบคุมสถานการณ์”

หากพวกเขาไม่รู้ว่ายอดเขาหลานชิงแห่งนี้อันตรายแค่ไหน พวกเขาคงจะเข้าไปตั้งนานแล้ว จะมาเรียกซานซานให้ออกมาอีกครั้งเหตุใด?

แต่ในสถานการณ์ที่มีเพียงแค่ความตายเท่านั้นที่รออยู่ อีกทั้งในตอนนี้ก็มีแค่ซานซานเท่านั้น

มั่วอวิ๋นจึงนึกถึงซานซานขึ้นมา อีกทั้งยังพาเขามาที่นี่ด้วย

เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว ชีวิตของซานซานก็ผ่านความยากลำบากมาไม่น้อยเลยทีเดียว

คนของสำนักกระบี่ทมิฬใช้ประโยชน์จากเขาตั้งแต่ต้นจนจบ

พวกเขาเคยเห็นซานซานอยู่ในสายตาจริงๆ บ้างหรือไม่?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ แววตาของเขาก็เย็นชาไปหลายส่วน

หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงไหล่เขา พวกเขายืนอยู่ห่างจากเปลวเพลิงที่ลุกโชนเพียงแค่สิบก้าวเท่านั้น

ซานซานหยุดชะงักฝีเท้าเป็นคนแรก

“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่า เปลวเพลิงเหล่านี้เหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเดิมไม่น้อยเลยทีเดียว”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าเบาๆ

“มันเป็นเรื่องจริง เจ้าไม่ได้รู้สึกไปเอง”

นางเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน

อีกทั้งพลังที่เพิ่มขึ้นเหล่านั้นไม่ใช่เพียงแค่การลุกลามแผ่ขยายของเปลวเพลิงเท่านั้น

ซานซานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จากนั้นก็หันไปมองที่เปลวเพลิงที่อยู่ด้านหน้าอีกครั้ง ทั้งนี้ ยังมีม่านพลังโปร่งแสงที่ก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ

“หึ ได้รับโชคชะตาขนาดนั้นมา เจ้ากล้ารับหรืออย่างใด? เรื่องผ่านมานานขนาดนี้แล้ว หรือว่าเจ้าก็ยังดูไม่ออกอีกว่าสำนักกระบี่ทมิฬต้องการสมบัติที่อยู่ภายในยอดของหลานชิงแห่งนี้มากเพียงใด? หากเจ้าอยากได้…เจ้าก็ต้องยอมรับชะตากรรมนั้น!”

สิ้นเสียงคำพูดนั้นใบหน้าของคนทั้งหลายก็เปลี่ยนสีไป ความเงียบเข้าปกคลุมทันที

เหตุใดพวกเขาจะไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้?

สำนักกระบี่ทมิฬแทบจะใช้ฝ่ามือเดียวคลุมท้องฟ้า หากต้องการแย่งอันใดสักอย่างไปจากพวกเขา เกรงว่ามันจะเป็นเรื่องยากราวกับขึ้นสวรรค์!

ซานซานหยัดยืนได้อย่างยากลำบาก ใบหน้าซีดขาวลงหลายส่วน

แต่ภายในใจของเขาก็รู้สึกผ่อนคลายลงมาก

เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว!

เมื่อถูกม่านพลังนั้นปฏิเสธต่อหน้าทุกคน ต่อให้เป็นมั่วอวิ๋น ก็ไม่กล้าบีบบังคับให้เขาเข้าไปในม่านพลังแห่งนี้อีกครั้งแน่นอน

แล้วเรื่องนี้มันจะจบลงเช่นนี้หรือ!

เขากลอกดวงตาขึ้น พร้อมใช้ความคิด

อื้อ เขายังต้องลองดูอีกสักหน่อย ต้องแสดงให้เต็มที่!

ขอเพียงแค่ทำให้พวกเขาเชื่อว่าเขาลงมืออย่างสุดกำลังแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ ดังนั้นเขาจึงสามารถถอนตัวออกมาได้อย่างราบรื่น!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซานซานก็รวบรวมสมาธิ โคจรพลังปราณที่อยู่ในร่างกาย เพิ่มพลังให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ลงมือโจมตี!

ครั้งนี้เปลวเพลิงบนฝ่ามือของเขานั้นโหมกระหน่ำมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม!

เปรี้ยง!

เปลวเพลิงทั้งสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง!

ภายในใจของซานซานรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง…สำเร็จแล้ว!

ทันใดนั้นเมื่อเขากำลังจะสะกิดปลายเท้าและฉวยโอกาสถอยออกไป เขากลับต้องตกใจที่พบว่า เปลวเพลิงที่พุ่งออกมาจากก้อนหินนั้น พุ่งมาทางเขาอย่างกะทันหัน ก่อนจะรัดข้อมือของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา!

แล้ว…ลากตัวเขาไปอย่างแรง!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์