เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1866

………………..

มิน่าล่ะภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วันเปลวเพลิงถึงสามารถลุกลามได้มากขนาดนี้…

ฉู่หลิวเยว่หันมองไปทางซานซาน

“ซานซาน พื้นที่มิติขนาดเล็กของเจ้า…”

ซานซานรู้ว่านางต้องการจะถามอันใด ดังนั้นเขาจึงส่ายหน้า

“พื้นที่มิติขนาดเล็กของข้านั้นน่าจะไม่เป็นเช่นนี้ ที่แห่งนี้นั้นแตกต่างกันออกไป”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า แต่ความสงสัยที่อยู่ภายในนั้นกลับมีมากกว่าเดิม

เปลวเพลิงของยอดเขาหลานชิงแตกต่างจากเปลวเพลิงทั่วไปแน่นอน

และในตอนนั้นเอง ระลอกคลื่นที่คุ้นเคยสายหนึ่งก็แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของนาง!

หัวใจของฉู่หลิวเยว่ถูกบีบรัด ยังคงเป็นโล่สีดำอันนั้น!

นางไม่ได้เรียกออกมาในทันที แต่กลับกวาดสายตามองรอบด้านก่อน

“ม่านพลังนี้ถูกปิดกั้นเอาไว้แล้ว พวกเรามองไม่เห็นด้านนอก คนด้านนอกก็น่าจะมองไม่เห็นพวกเรา”

เหมือนกับว่าหรงซิวสามารถคาดเดาความคิดของนางได้ เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ฉู่หลิวเยว่ถึงได้โล่งใจ

หลังจากลังเลอยู่สักพักหนึ่ง นางก็เรียกโล่สีดำอันนั้นออกมา

ซานซานถอยหลังลงไปหนึ่งก้าว ในแววตาของเขายังซ่อนความตื่นตระหนกเอาไว้เต็มเปี่ยม

เขายังคงมีปมจากครั้งที่แล้วอยู่เลย!

ตอนนี้เมื่อมาเห็นโล่สีดำอันนี้อีกครั้ง เขาจึงอยากจะหลบหลีกออกไปในทันที

ลำคอของเขาแห้งผาก หัวใจวุ่นวายสับสน ก่อนจะชี้นิ้วไปที่โล่สีดำ แล้วถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

“นายท่าน ท่านคงไม่…ไม่ทำให้เกิดเรื่องแบบเดิมเกิดขึ้นมาอีกครั้งหรอกใช่หรือไม่?”

ระลอกคลื่นบนโล่สีดำนี้ยังคงแผ่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง

พรึ่บ!

พรึ่บ!

พรึ่บ!

ระลอกคลื่นนั้นรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ พลังที่ซ่อนอยู่นั้นน่าทึ่งเป็นอย่างมาก!

ในที่สุดพลังแห่งสวรรค์และโลกก็มารวมตัวกันอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งมาทางโล่สีดำอันนี้!

ลำแสงส่องสว่างสายหนึ่ง แผ่กระจายออกมาจากโล่

แม้ว่าจะอ่อนแรงเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถมองข้ามได้

ทั้งสามคนรู้เป็นอย่างนี้ว่าลำแสงนี้น่ากลัวขนาดไหน!

ซานซานชี้นิ้วไปทางโล่สีดำ มือของเขาสั่นระริกอย่างต่อเนื่อง ท่าทางย่ำแย่เป็นอย่างมาก

“นายท่าน! มันๆ จะเริ่มอีกๆ แล้ว!”

ฉู่หลิวเยว่จ้องมองมันตาเขม็ง

ความจริงแล้วนางก็อยากจะรู้ว่าโล่สีดำอันนี้ ต้องการจะทำอันใดกันแน่!

เสียงลมพัดหวีดหวิว

พลังที่อยู่รอบข้างกำลังพวยพุ่งมาทางนี้ราวกับคลื่นใหญ่ก็ไม่ปาน

อีกทั้งพลังเหล่านั้นก็พุ่งเข้าสู่โล่สีดำอันนั้นอย่างต่อเนื่อง

พลังที่มีจำนวนมากถ่ายเทลงในหลุมที่ไม่มีก้น ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่มีระลอกคลื่นใดๆ ปรากฏขึ้นมาเลย

มีเพียงความเปลี่ยนแปลงเดียวที่ฉู่หลิวเยว่สามารถมองเห็น คือยิ่งพลังถูกถ่ายเทมามากเท่าไร ลำแสงของโล่สีดำอันนั้นก็จะสว่างเจิดจ้ามากขึ้นเท่านั้น

ในที่สุด วินาทีหนึ่งก็มีเสียงแตกอันแผ่วเบาดังกระจายออกมา!

แกร๊ก!

“วันนั้นตอนที่อยู่ในพื้นที่มิติขนาดเล็ก เหมือนว่ามันจะลอกได้เร็วกว่านี้เล็กน้อยนะ”

ฉู่หลิวเยว่วิเคราะห์อย่างใจเย็น

หรงซิวกวาดสายตามองรอบข้าง

“อาจจะเป็นเพราะว่า…ที่แห่งนี้มีพลังแห่งสวรรค์และโลกไม่อุดมสมบูรณ์เท่ากับพื้นที่มิติขนาดเล็กแห่งนั้น”

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าอย่างเข้าใจ

ซึ่งเป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่สามารถเปรียบเทียบกับพื้นที่มิติขนาดเล็กนั้นได้เลย

แต่ว่า…

เปลวเพลิงเหล่านี้กลับปรากฏขึ้นมาจากใต้โขดหิน อีกทั้งยังก่อร่างสร้างเป็นม่านพลังขนาดใหญ่ หรือว่าเป้าหมายที่แท้จริงแล้วก็คือนาง?

ซึ่งกล่าวในอีกนัยหนึ่งก็คือ หมายถึงโล่สีดำอันนั้น

ฉู่หลิวเยว่ก็ไม่แน่ใจ

ซานซานที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขาหันมองฉู่หลิวเยว่ที หันมองหรงซิวที ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ และเขาไม่อยากจะพูดอันใดอีกต่อไปแล้ว

เขาสามารถมองออก ไม่ว่าทั้งสองคนนี้จะเจอสถานการณ์แบบใด พวกเขาก็ยังสามารถสงบนิ่งได้อยู่เสมอ

แม้ว่าไฟจะลนก้นแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

อวี๋จิ่วกล่าวเสริม

“นอกจากนี้หากพวกเราไม่ไป อาจจะทำให้คนของสำนักกระบี่ทมิฬสงสัยมากกว่าเดิม!”

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้บุ่มบ่าม นั่นเป็นเพราะว่าข่าวของซานซานยังถูกขังอยู่ภายในสำนักกระบี่ทมิฬ

แต่ในตอนนี้เหมือนว่าทุกคนจะรู้เรื่องเหล่านี้แล้ว ดังนั้นพวกเขาก็ไม่มีอันใดที่จะต้องกังวล

เฉินอีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขายังไม่ได้ตอบกลับในทันที จากนั้นก็หันไปมองหน้าเยี่ยนชิง

“พี่เยี่ยนคิดว่าอย่างใด?”

สายตาของคนที่อยู่ภายในห้องโถงล้วนมองมาที่เขาอย่างพร้อมเพรียง

เฉินอีเป็นคนเรียกเยี่ยนชิงมาที่นี่

เมื่อเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่ อู่เหยาและคนอื่นๆ ก็รู้สึกมึนงงไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถามอันใดมาก

แต่ในตอนนี้คาดไม่ถึงว่าเฉินอีจะเป็นฝ่ายขอความคิดเห็นจากเยี่ยนชิงเอง พวกเขาก็ยิ่งสับสนมากขึ้นกว่าเดิม

เกิดอันใดขึ้นกับพี่ใหญ่เนี่ย?

เขาต้องการสานสัมพันธ์กับเยี่ยนชิงหรือ?

เยี่ยนชิงพยักหน้า

“ตอนนี้ทางด้านของฝ่าบาทไม่มีอันใดที่ต้องเป็นห่วงชั่วคราว ดังนั้นข้าจึงไม่ต้องลงมือ แต่ว่า…หากทุกท่านรู้สึกเป็นห่วงจริงๆ และจะไปที่นั่นก็ไม่มีปัญหา สิ่งที่อวี๋จิ่วพูดก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล เรื่องของยอดเขาหลานชิงแพร่สะพัดออกไปจนทั่วแล้ว หากพวกเรายังไม่เคลื่อนไหว เหมือนว่าจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร”

พวกเขาทั้งหลายสบสายตากัน

เยี่ยนชิงไม่มีท่าทีเป็นกังวลเลยแม้แต่น้อย…

หรือว่าเขาจะรู้สึกมั่นใจจริงๆ?

เฉินอีได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้น…ข้าก็จะไปด้วยตนเอง”

เมื่อพูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน

“พี่ใหญ่…”

คนที่เหลือเรียกขานโดยพร้อมกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการติดตามไปด้วย

“พวกเจ้าอยู่ที่นี่”

เฉินอีไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้พูด แต่กลับหันมามองทางเยี่ยนชิง

“เรื่องภายในจวนเยว่คงต้องมอบให้พี่เยี่ยนจัดการชั่วคราวแล้ว”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์