………………..
“หนานอวี่สิง เจ้าจะกินซี้ซั่วก็ได้ แต่เจ้าไม่สามารถพูดซี้ซั่วได้ ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่เจอกันเมื่อสุสานสังหารเทพ พวกเราก็ไม่ได้เจอกับหนานอีอีอีกเลย แล้วจะไปฆ่านางได้อย่างใด?”
ฉู่หลิวเยว่ตระหนักได้ว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างมหันต์ นางขมวดคิ้วขึ้นอย่างเย็นชา และพูดออกมาในทันที
แม้ว่านางจะไม่ได้กลัวว่าคนอื่นจะมาหาเรื่อง แต่นางจะไม่ยอมรับผิดกับส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องเด็ดขาด
หนานอวี่สิงเหมือนกับได้ยินเรื่องน่าขัน ทันใดนั้นเขาก็ยกมือขึ้นมาแล้วโทษนางด้วยเสียงอันเฉียบคม
“ร่างของนางถูกพบในป่าบริเวณใกล้เคียงกับพระราชวังเมฆาสวรรค์ อีกทั้งเวลาที่นางตายนั้นก็เป็นหลังจากวันแต่งงานของพวกเขาไม่กี่วัน! พวกเจ้ากล้าพูดจริงหรือว่าเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเจ้า?”
โทสะหนานอวี่สิงคุกรุ่น
เนื่องจากสภาพร่างกายของเขา ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้เขาจึงไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลย แม้กระทั่งเรื่องที่หนานอีอีเดินทางไปยังพระราชวังเมฆาตสวรรค์เพื่อร่วมงานมงคลสมรสของฉู่หลิวเยว่และหรงซิว เขาก็ยังไม่รู้
ในตอนนั้นหากเขารู้ เขาก็จะต้องขวางนางเอาไว้อย่างแน่นอน!
รอจนกระทั่งเขาต้องการถามสถานการณ์ของหนานอีอี เขาถึงเพิ่งได้รู้ข่าวการตายของนาง!
เวลา สถานที่ เบาะแสทั้งหมดล้วนชี้ไปทางพระราชวังเมฆาสวรรค์!
เขาจึงมั่นใจว่า หนานอีอีต้องการมาเยี่ยมเยียน แต่กลับทำให้หรงซิวและคนอื่นๆ ไม่พอใจ
พวกเขาปฏิเสธไม่ให้เข้างานยังพอว่า แต่สุดท้ายก็ยังเลือกที่จะสังหารนาง!
ความแค้นนี้ ในฐานะที่เขาเป็นพี่ชาย จะไม่ให้เขาแก้แค้นได้อย่างไร?
เมื่อเห็นว่าหนานอวี่สิงโกรธจนแทบขาดสติ ฉู่หลิวเยว่เกือบจะหลุดหัวเราะมาเสียงดัง
ไร้สาระ น่าขัน
นี่คือความรู้สึกหลังจากนางได้ฟังจนจบ
เหมือนว่าร่างกายของหนานอวี่สิงจะฟื้นคืนอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่สมองก็ยังใช้การไม่ได้ดีเท่าไรเลยนะ
เขารู้อยู่แล้วว่าคนเหล่านี้จะต้องไม่ยอมรับ
แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญเลย
เขาหันไปมองทางลั่วเหยี่ยนที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“อาลั่วเหยี่ยน พวกเขาไม่ยอมรับจริงๆ ด้วย เรื่องนี้ต้องรบกวนท่านแล้ว”
ลั่วเหยี่ยนพยักหน้า จากนั้นก็หันไปมองทางหรงซิวและฉู่หลิวเยว่
เมื่อครู่นี้เขายืนอยู่ด้านหลังของหนานอวี่สิงครึ่งก้าว อีกทั้งยังก้มหน้าเล็กน้อย ทำให้ฉู่หลิวเยว่ไม่ได้สนใจในตัวเขามากนัก
แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา ฉู่หลิวเยว่และคนอื่นๆ ถึงสามารถมองเห็นหน้าเขาได้อย่างชัดเจน จากนั้นก็อดตกตะลึงไปไม่ได้
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ภายในสุสานสังหารเทพ เขาเป็นคนที่กระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา แต่ลั่วเหยี่ยนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาในตอนนี้ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนแทบจะจำไม่ได้
ใบหน้าตอบ ภายในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ตอหนวดขึ้นเป็นสีเขียวครึ้ม ดูแล้วหน้าตาทรุดโทรมเป็นอย่างมาก
เพียงแค่มองครู่เดียวก็รู้ว่าเขาต้องผ่านเรื่องราวที่รุนแรงมาก่อนแน่นอน
“วันนั้นข้าเป็นคนพาอีอีไปยังพระราชวังเมฆาสวรรค์”
ลั่วเหยี่ยนพูดขึ้น น้ำเสียงแหบพร่า เหมือนกับเขาไม่ได้พูดมานานมากแล้ว
“หลังจากพระราชวังเมฆาสวรรค์ไม่ให้พวกเราเข้าร่วมงาน ข้าจึงโน้มน้าวให้อีอีกลับ อีอีก็เชื่อฟังคำสั่งของข้า ตอบตกลงที่จะกลับตระกูลหนานพร้อมกับข้า แต่ในตอนนั้นนางอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก พวกเราตกลงกันว่าจะไปหาที่พักบนเนินเขาบริเวณใกล้เคียงก่อน แต่ใครจะรู้เล่าว่า หลังจากพวกเราไปถึงที่นั่นไม่นาน ก็มีคนลอบโจมตีพวกเรา…”
เขาชะงักไปเล็กน้อย ในแววตาเหมือนมีคลื่นอารมณ์ปะทุขึ้น
“แม้ว่าผู้ที่มาใหม่จะซ่อนตัวมิดชิด แต่ตอนที่เขาลงมือข้าได้เห็นสัญลักษณ์ที่เขาได้อันเชิญออกมา มันคือสัญลักษณ์ของพระราชวังเมฆาสวรรค์อย่างมิต้องสงสัย!”
ก่อนหน้านี้หนานอวี่สิงเคยฟังลั่วเหยี่ยนเล่าเรื่องนี้ไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินอีกครั้ง เขาก็ยังรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก
เขาจ้องไปที่ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวตาเขม็ง เหมือนกับว่าในแววตามีเปลวเพลิงปะทุขึ้น เขาอยากจะสับทั้งสองคนเป็นหมื่นๆ ชิ้นในทันที!
สีหน้าของหนานอวี่สิงเต็มไปด้วยโทสะและความบ้าคลั่ง แต่สีหน้าของหรงซิวกลับสงบราบเรียบเป็นอย่างมาก
เขาพยักหน้า
“นอกจากเรื่องนี้ล่ะ ยังมีอีกหรือไม่?”
หนานอวี่สิงโกรธจนแทบตับจะระเบิด
“หรงซิว! คำพูดนี้ของเจ้าหมายความว่าอย่างใด? หรือเจ้าคิดว่าหลักฐานเหล่านี้มันไม่เพียงพออย่างนั้นหรือ?”
“ชะ ชะ…ใช่แล้ว…”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ถ้าเป็นคนของพระราชวังเมฆาสวรรค์จริงๆ เขาไม่มีทางปล่อยให้หนานอีอีตายคนเดียว และไว้ชีวิตของเขาไว้อย่างเด็ดขาด
อีกทั้ง ทำไมเขายังอยู่ที่นั่นล่ะ?
ต่อให้สถานการณ์ย่ำแย่ เมื่อเขาตื่นมาก็ควรจะเปลี่ยนสถานที่สิ…
หรือว่าคนที่ลอบสังหารหนานอีอีตั้งใจจัดการนางในที่แห่งนั้น?
หลังจากที่ลั่วเหยี่ยนได้สติขึ้นมา เขาก็เห็นว่าหนานอีอีตายอย่างน่าอนาถ สภาพแทบจะไม่หลงเหลือความเป็นคนแล้ว
ในตอนนั้นเขารู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก ภายในใจคิดแต่จะไปแก้แค้นพระราชวังเมฆาสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงรีบกลับไปที่ตระกูลหนาน และได้คุยกับหนานอวี่สิงที่เพิ่งได้รับพลังคืนมา
หลังจากสืบข้อมูลมาบ้างแล้ว เขาก็ได้รู้ว่าฉู่หลิวเยว่และหรงซิวเดินทางมายังท่าเรือดอกท้อแห่งนี้ พวกเขาจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง และเชิญผู้อาวุโสเดินทางมาที่นี่ในทันที
แต่เมื่อมาถึงที่นี่ แล้วโดนอีกฝ่ายถามกลับเช่นนี้ ลั่วเหยี่ยนถึงตระหนักได้ว่า เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิดเอาไว้
แต่ให้มาพูดตอนนี้ เหมือนว่าจะสายไปแล้ว…
“อาลั่วเหยี่ยน!”
หนานอวี่สิงตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่น เพื่อเรียกสติลั่วเหยี่ยน
“อย่าไปฟังคำพูดเจ้าเล่ห์ของคนเหล่านี้! นอกจากพวกเขาแล้ว บนโลกนี้จะมีใครที่ลงมือกับอีอีได้โหดเหี้ยมอย่างนั้น!”
ฟิ้ว!
ประกายดาบที่คมกริบพาดผ่าน!
หนานอวี่สิงจับด้ามดาบด้วยสองมือ ปลายดาบชี้ไปทางฉู่หลิวเยว่และหรงซิว
“จะต้องเป็นพวกเขาอย่างแน่นอน!”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...