เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1911

………………..

ลำแสงงดงามที่แทบจะปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า หลังจากมันหยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่ ในที่สุดมันก็ค่อยๆ พังทลายลง!

ทัณฑ์ทลายเทพแตกกระจายออกเป็นแสงดาวจำนวนนับไม่ถ้วน ก่อนตกลงไปอยู่ในอาณาเขตเซียนเทพสามพัน!

เหมือนกับทางช้างเผือกที่มีหมู่แสงดาวลอยเข้าไปจำนวนนับไม่ถ้วน!

ลมที่บ้าคลั่งพัดชายกระโปรงสีแดงของหญิงผู้นั้นให้ปลิวไสว

ลำแสงงดงามเจิดจ้าสาดส่องอยู่รอบกายของนาง แต่ลำแสงเหล่านั้นยังไม่สว่างไสวเท่านาง!

ภาพเหตุการณ์นี้เหมือนดั่งภาพวาด แต่ภาพของนางนั้นสดใสมากกว่าน้ำหมึกร้อยเท่าพันเท่า!

ทันใดนั้นก็ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนมีภาพลวงตา

ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย นางคือพระเจ้าเพียงองค์เดียว!

คนจำนวนนับไม่ถ้วนเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้ามึนงง ภาพเหตุการณ์นี้จะตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขาตลอดไป

ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนจะต้องมีคนที่จดจำได้ว่าเคยมีผู้หญิงคนหนึ่ง พลิกวิกฤตด้วยพลังของตัวเอง!

นางคือคนที่ทำให้ลำแสงลอยย้อนกลับขึ้นไป

นางคือคนที่ทำให้พลังอันบ้าคลั่งดุจกระแสน้ำไหลย้อนกลับ

นางคือคนธรรมดาที่สามารถต้านทานทัณฑ์ทลายเทพได้!

กลิ่นคาวเลือดอันหนาแน่อบอวนอยู่ในซอกฟัน

หัวใจเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง เหมือนสามารถกระโดดออกจากอกได้ตลอดเวลา

สมองของนางเต้นตุ๊บๆ ด้วยความเจ็บปวด และตึงขึงราวเชือกเส้นสุดท้าย

แขนทั้งสองข้างรู้สึกเจ็บปวดและชาหนึบ

เลือดสีแดงสดและเหนียวไหลออกมาจากแขนทั้งสองข้างของนาง

ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพยายามกลืนมันลงคอ

ตึง!

ท่ามกลางความมืดมิด เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังดีดฉินอย่างอ่อนโยนภายในร่างกายของนาง

เสียงฉินทั้งโศกเศร้าและเคร่งขรึม อีกทั้งยังเร็วมากจนทำให้นางได้สติ

นางเงยหน้าขึ้นแล้วมองรอบข้าง

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นเพียงลำแสงสว่างสดใส

ทัณฑ์ทลายเทพหายไปแล้ว และกลายเป็นลำแสงอันงดงามจำนวนนับไม่ถ้วน มันกำลังพุ่งไปมาอยู่เหนือศีรษะของนาง

แต่ใต้ฝ่าเท้าของนางนั้นคือก้อนหินเหล่านั้นที่รวมกันเป็นอาณาเขตเซียนเทพสามพัน!

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกประทับใจ ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ

“อาณาเขตเซียนเทพทุกท่าน…ข้าเบาไปแล้วจริงๆ …”

ในตอนแรกเริ่มนางคิดว่าคงไม่มีหนทางอื่นจริงๆ เมื่อจนปัญญาในที่สุดนางก็เลือกลองใช้วิธีนี้

ภายในใจของนางไม่กล้าคาดหวังอันใด

ท้ายที่สุดแล้วหินเหล่านี้ก็ถูกเก็บมาจากสุสานสังหารเทพ และดูเหมือนว่าพวกมันก็ดูเหมือนจะไม่มีความแข็งแกร่งใดๆ

แม้ว่าก้อนหินแต่ละก้อนจะมีอาณาเขตเซียนเทพหนึ่งสาย แต่ก็ไม่นับว่าแข็งแกร่งอันใด

ในตอนแรกฉู่หลิวเยว่ก็พวกมันติดหนึบมากเกินไป และนางก็ยากที่จะต้านทาน ดังนั้นจึงเลือกที่จะพาพวกมันมาด้วย

แม้ว่าก้อนหินเหล่านี้จะซุกซนเป็นบางครั้ง แต่ในเวลาส่วนใหญ่แล้วมันก็เชื่อฟังและอ่อนโยนมาก

ไม่ว่าอย่างใดฉู่หลิวเยว่ก็คิดไม่ถึงว่า นางจะสามารถทำให้มันสร้างค่ายกลได้ ก่อนระเบิดความแข็งแกร่งออกมาเช่นนี้…

แต่เรื่องที่ทำให้นางตกใจมากที่สุดก็คือ หลังจากอาณาเขตเซียนเทพเหล่านี้ผสานกันแล้ว เจตจำนงในการต่อสู้ของพวกมันก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ!

นางสามารถสัมผัสได้ถึงความยึดมั่นที่ไม่อาจทำลายและนางไม่เคยเห็นมาก่อน!

นั่นคือความบ้าคลั่งและดื้อรั้นที่นางไม่เคยรู้สึกมาก่อน!

ในตอนนั้นเองฉู่หลิวเยว่ก็คิดว่า อย่าว่าแต่ทัณฑ์ทลายเทพเลย

ต่อให้เป็นท้องฟ้าผืนนี้พวกมันก็สามารถพลิกลงได้!

ในตอนนั้นเองลำแสงที่งดงามสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน

สิบสามผู้พิทักษ์เยว่ที่เพิ่งจะวางใจลงได้ เมื่อเห็นสถานการณ์ดังนั้น หัวใจของพวกเขาก็กระตุกขึ้น

“นายท่านระวัง!”

ฉู่หลิวเยว่กลับสายหน้าเบาๆ บอกให้พวกเขาไม่ต้องเป็นกังวล

นางไม่รู้สึกถึงแรงคุกคามใดๆ จากลำแสงนั้นเลย

ในทางกลับกัน นางกลับสัมผัสได้ถึงการร้องเรียกที่คล้ายมีคล้ายไม่มี

ความรู้สึกที่แผ่วเบาไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

แต่นางรู้ว่า มันไม่ทำร้ายนางแน่นอน

ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ความคิดที่กล้าหาญอย่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาในสมอง

นี่มัน…

ร่างศักดิ์สิทธิ์?

ความคิดนี้ปรากฏขึ้น ทำให้ภายในใจของฉู่หลิวเยว่เกิดระลอกคลื่นขนาดใหญ่สาดซัด!

หลายปีมานี้ตอนที่มาถึงอาณาจักรเสิ่นซวี่ แม้ว่านางจะศึกษาอยู่ในสำนักหลิงเซียวที่เป็นสำนักเรียนอันดับหนึ่ง แต่ในตอนนั้นนางไม่สามารถหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้เลย

หลังจากทะลวงด่านผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูง นางก็สามารถหลอมอาณาเขตเซียนเทพออกมาได้อย่างราบรื่น

แต่ร่างศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่เหมือนกับอาณาเขตเซียนเทพ

ต้องบอกก่อนว่า ไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงทุกคนจะสามารถหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์

โลกแห่งนี้มีร่างศักดิ์สิทธิ์อยู่หลากหลายชนิด

ฉู่หลิวเยว่เคยอ่านตำราในสำนักหลิงเซียวที่เกี่ยวกับร่างศักดิ์สิทธิ์มาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

และนางเคยทดลองมามากกว่าหนึ่งครั้ง

แต่ไม่รู้ว่าเหตุใด ถึงไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง

บนเส้นทางการบำเพ็ญเพียร นางมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม

บนเส้นทางสายนี้แทบจะไม่เคยพบกับอุปสรรคใดๆ เลย

ตั้งแต่ที่นางเริ่มหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ นางก็ต้องล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า

นางเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวของหนานซู่ไหว ดังนั้นจึงได้ศึกษาเกี่ยวกับการหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์ แต่นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

แต่ไม่ว่านางจะทดลองกี่ประเภท กี่ชนิด นางก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จเลย

จนสุดท้าย แม้กระทั่งหนานซู่ไหวก็ไม่สามารถทนมองต่อไปได้

ตอนนั้นเขาพูดว่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็หมายความว่านางจะต้องมีร่างศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นของตนเองอยู่แน่นอน

ต้องรอให้โชคชะตามาถึง ถึงจะสามารถหลอมได้

ส่วนร่างศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ นั้นล้วนไม่มีโชคชะตาต้องกับนาง ดังนั้นนางจึงไม่จำเป็นต้องทดลองต่อไปแล้ว

คำพูดนี้ทำให้ฉู่หลิวเยว่รู้สึกสงสัยมาโดยตลอด และคิดว่าอาจารย์แค่ปลอบโยนนางเท่านั้นเอง

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นางก็ไม่ฝืนหลอมร่างศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า วันนี้…นางจะมีร่างศักดิ์สิทธิ์เป็นของตนเองแล้ว!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์