ผู้อาวุโสคนนั้นได้ยินดังนั้นก็ตกใจ
“ท่านประมุขหมายถึง…ตอนนี้หรือ”
หนานอีฝานพยักหน้า
“แต่…”
ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว!
แต่ผู้อาวุโสไม่ได้พูดคำพูดนี้ออกไป
เพราะหนานอีฝานเงยหน้าขึ้นแล้วหันมองเขา
เวลาผ่านไปเพียงแค่วันเดียว หนานอีฝานกลับดูแก่ขึ้นสิบปี
ภายใต้แสงจันทร์ที่กระจ่างใส ผู้อาวุโสสามารถมองเห็นผมหงอกขาวบริเวณขมับของอีกฝ่ายได้ในทันที
ใบหน้าที่เคยเปี่ยมไปด้วยพลัง ตอนนี้เหลือเพียงความซีดเซียวเท่านั้น
แม้ว่าแสงไฟจะสลัว แต่ผู้อาวุโสก็สามารถเห็นดวงตาที่แดงก่ำจากเส้นเลือดฝอยของหนานอีฝานได้อย่างชัดเจน
ทันทีที่สบสายตากับหนานอีฝานเขาก็พูดอะไรไม่ออกทันที
ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถพูดคำพูดที่เหลือออกมาได้
ไม่รู้ว่าเขาควรจะบรรยายความรู้สึกเหล่านี้อย่างไร
อ้างว้าง อ่อนแอ เสียใจ โกรธแค้น…
เหมือนว่าอารมณ์ด้านลบทั้งหมดจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
ลมปราณที่หนักหน่วงแผ่ออกมาจากร่างกายของหนานอีฝาน
แทบจะทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก
“เดี๋ยวนี้!”
หนานอีฝานพูดขึ้น
หัวใจของพวกอาวุโสกระตุกวูบ จากนั้นก็รู้สึกได้ว่าจะต้องเกิดอะไรบางอย่างขึ้น
เขาไม่เคยเห็นท่านประมุขมีท่าทางเช่นนี้มาก่อน…
หรือว่ากลุ่มของคุณชายใหญ่จะ…
เขารีบก้มศีรษะลง แล้วตอบรับเสียงทุ้มต่ำว่า
“ขอรับ! มีข้าน้อยอยู่ ท่านประมุขโปรดวางใจ!”
หนานอีฝานพยักหน้า จากนั้นก็เดินผ่านกายเขาไป
จิตสังหารสายหนึ่งคล้ายมีคล้ายไม่มี
ผู้อาวุโสคนนั้นตกใจจนเนื้อเต้น รอจนกระทั่งเขาดึงสติกลับมาได้ และอยากจะหันกลับไปพูดอะไรอีกประโยคสองประโยค ก็พบว่าเงาร่างของหนานอีฝานหายไปแล้ว
“…”
ผู้อาวุโสยื่นขมวดคิ้วอยู่ที่เดิม หัวใจเต้นระรัว เหมือนกับมีใครมาบีบรัดเอาไว้
ความไม่สบายใจทับถมภายในใจมากขึ้น
ตอนที่หนานอีอีเสียชีวิต แม้ว่าท่านประมุขจะเสียใจมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นถึงขั้นนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่จำเป็นต้องพูดก็เข้าใจ!
หลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมา
“…เกรงว่าครั้งนี้อาณาจักรเสิ่นซวี่จะต้องวุ่นวายแล้ว…”
…
ความเร็วของหนานอีฝานสูงมาก
เขาใช้เวลาหนึ่งคืนในการมาถึงเขตเหมยเหอ
ที่นี่คือฐานที่มั่นของตระกูลอี้
ตระกูลหนานมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงชัน แตกต่างจากเขตเหมยเหอที่เป็นพื้นที่ราบกว้าง
พื้นดินเขียวขจีกว้างขวางมีแม่น้ำใสสะอาดเลื้อยผ่าน
ริมแม่น้ำมีดอกท้อบานสะพรั่ง
หลังจากผ่านป่าท้อไปก็ตั้งของเมืองอันหรูหรางดงาม
ด้านบนกำแพงเมือง มีป้ายทองคำสลัดคำว่า “เขตเหมยเหอ”
เวรยามสวมเครื่องแบบยืนเฝ้าประตูอย่างแข็งขัน
ตอนที่หนานอีฝานมาถึงที่นี่ ท้องฟ้ากำลังจะสว่างพอดี
ด้านนอกประตูเมืองแทบจะไม่มีคนสัญจรไปมาเลย
เมื่อเงาร่างของเขาปรากฏขึ้น จึงดึงดูดความสนใจของเหล่าเวรยามทันที
“ผู้ที่มานั้นเป็นใคร”
เหล่าเวรยามตื่นตัว แล้วชักดาบออกมาในทันที
เขตเหมยเหอเป็นฐานที่มั่นของตระกูลอี้ ปกติแล้วก็จะมีเพียงแต่คนของตระกูลอี้ที่เข้าออก
ในเวลาเช้าขนาดนี้ แต่กลับมีคนเดินทางมาอย่างกะทันหัน จึงทำให้พวกเขาสงสัยอย่างอดไม่ได้
หนานอีฝานเปิดเผยตัวตนของตนเองในทัน
“ไปรายงานประมุขของพวกเจ้า หนานอีฝานแห่งตระกูลหนานมาขอเข้าพบ”
…
“หนานอีฝาน? ตอนนี้ดีๆ อยู่เลย เขามาที่นี่ด้วยเหตุใดกัน”
จวนอี้ อี้เหวินเทา ประมุขของตระกูลอี้ได้ยินดังนั้น ก็เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือด้วยความตกใจ
“เขาพาคนมากี่คน”
“ประมุขตระกูลหนานไม่มีผู้ติดตามมาด้วย เขามาที่นี่เพียงคนเดียว อีกทั้ง…สีหน้ายังร้อนรน ราวกับมีเรื่องสำคัญมาก”
เวรยามที่มารายงานถามขึ้นด้วยความเคารพ
อี้เหวินเทาเดินเข้ามา รอยยิ้มประดับใบหน้า
หนานอีฝานเงยหน้าขึ้น
ทั้งสองคนสบสายตากันเป็นการพูดจาโดยไร้เสียง
ในแววตาของอี้เหวินเทามีประกายความประหลาดใจปรากฏขึ้น
ในความทรงจำของเขา หนานอีฝานคนที่มีชีวิตชีวา และหยิ่งยโสเป็นอย่างมาก
แต่ในครั้งนี้เขากลับดูซูบเซียวจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จอนทั้งสองข้างมีผมหงอกขาวเข้าปกคลุม
นี่เขา…ประสบกับเรื่องอะไรมากันแน่
ในตอนที่อี้เหวินเทากำลังคาดเดา หนานอีฝานก็พูดออกมาว่า
“ที่ผู้น้อยแซ่หนานมาในวันนี้ เพราะมีเรื่องสำคัญอยากจะปรึกษาหารือกับพี่อี้”
เมื่อพูดจบเขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง
อี้เหวินเทาสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เขาจึงโบกมือขึ้น แล้วบอกให้ลูกน้องถอยลงไปก่อน
“พวกเจ้าออกไปก่อน”
“ท่านประมุข…”
คนสนิทที่ติดตามเขาลังเลไปเล็กน้อย
ท่าทางของหนานอีฝานเป็นเช่นนี้ดูไม่ค่อยสู้ดีเลย
หากเขาเกิดบ้าแล้วทำอะไรขึ้นมา…
“ออกไป”
น้ำเสียงของอี้เหวินเทาเย็นชาขึ้นสามส่วน
ที่นี่คือตระกูลอี้!
หนานอีฝานกล้ามาที่นี่เพียงลำพัง แต่เขากลับไม่กล้าพูดคุยกับอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัวอย่างนั้นหรือ
เรื่องนี้คงต้องทำให้คนอื่นรู้สึกขันแล้ว?
ลูกน้องล้วนรู้จักนิสัยของเขาดี ดังนั้นจึงไม่พูดอะไรมาก และรีบถอยหลังลงไปทันที
ในตอนที่ออกไปนั้น พวกเขายังช่วยปิดประตูให้สนิทอีกด้วย
ที่แห่งนี้ไม่มีใครกล้าแอบฟังแน่นอน
เขาเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามของหนานอีฝาน สีหน้าของเขากลับปกติราบเรียบดังเดิมแล้ว
“พี่หนานมีสิ่งใดก็พูดมาได้เลย”
หนานอีฝานจ้องหน้าเขา
“ที่ข้ามาในครั้งนี้เพราะอยากเป็นพันธมิตรกับเจ้า”
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...