เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1916

………………..

หนานอีฝานพูดออกมาอย่างเชื่องช้า

คำพูดเหล่านั้นแฝงด้วยความขุ่นเคืองและกลิ่นคาวเลือดที่ไม่สามารถอธิบายได้

อี้เหวินเทาชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็หัวเราะขึ้นมา

“หรือว่าพี่หนานไปกำลังล้อเล่นอันใดอยู่”

ต้องบอกก่อนว่า ตระกูลหนานกับตระกูลอี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันขนาดนั้น

แต่ในครั้งนี้หนานอีฝานกลับเดินทางมาที่นี่เพียงลำพัง แล้วพูดเรื่องพันธมิตร…

อี้เหวินเทาจะไม่ประหลาดใจได้อย่างไร

แต่สีหน้าของหนานอีฝานกลับไม่เปลี่ยนแปลง

“ขอเพียงพี่อี้ตอบตกลง พวกเราสามารถพูดคุยเงื่อนไขกันได้”

รอยยิ้มของอี้เหวินเทาค่อยๆ จางหายไป

เขาสำรวจสีหน้าของหนานอีฝานอย่างละเอียด แล้วครุ่นคิดภายในใจ

หาได้ยากยิ่งที่หนานอีฝานจะพูดเช่นนี้ออกมา

ในขณะเดียวกันเขาก็สามารถเห็นความแน่วแน่ของหนานอีฝานได้

เขามาที่นี่เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลอี้จริงหรือ

แต่ตระกูลหนานและตระกูลอีกอยู่ในระดับเดียวกัน ถ้าเขาทำเช่นนี้จะมีประโยชน์อะไร

เมื่อคิดไปคิดมาแล้ว อี้เหวินเทาก็ตัดสินใจว่าควรจะถามให้ชัดเจนดีกว่า

“พี่หนานอย่าเพิ่งรีบร้อน หากพวกเจ้าต้องการพบเจอเรื่องลำบากจริงๆ พวกเราตระกูลอี้ไม่มีทางยืนมองโดยไม่ช่วยเหลือแน่นอน เพียงแต่ไม่รู้ว่า…มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ถึงทำให้พี่หนานร้อนใจเช่นนี้ได้”

หนานอีฝานชะงักไป

“ตระกูลหนานของข้าจะสู้กับพระราชวังเมฆาสวรรค์!”

ในที่สุดสีหน้าของอี้เหวินเทาก็เปลี่ยนแปลงไป

“พระราชวังเมฆาสวรรค์? เจ้าจะเป็นปรปักษ์กับโอรสสวรรค์อย่างนั้นหรือ”

หนานอีฝานพยักหน้า

“ถูกต้อง!”

อี้เหวินเทาขมวดคิ้วขึ้นมา

“พี่หนาน เรื่องนี้…เกรงว่าข้าจะไม่สามารถตอบตกลงได้”

หนานอีฝานบ้าไปแล้วหรือ!

เขาคิดอะไรจึงต้องการจะเปิดศึกกับหรงซิว?

คำตอบของอี้เหวินเทา ไม่ได้ทำให้หนานอีฝานรู้สึกประหลาดใจนัก

ความจริงแล้ว หนึ่งวันก่อนหน้านี้ เขาไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่ แต่ว่าโลกมนุษย์นี้ไม่แน่นอน เขาจึงเปลี่ยนใจขึ้นมา

เขามาถึงจุดที่ไม่มีหนทางให้เดินแล้ว

ในตอนที่ป้าหยกของอวี่สิงแตก เขาก็รู้แล้วว่า เขาไม่สามารถอดทนต่อไปได้อีกแล้ว!

การตายของอีอี อาจจะไม่ใช่ฝีมือของพวกเขา แต่การตายของงอวี่สิง…

แรงกายแรงใจที่เขาทุ่มเทมาหลายปีล้วนสูญเปล่าหมดแล้ว!

“ข้าบอกแล้วว่า พี่อี้สามารถเสนอเงื่อนไขมาได้ ข้ายินดีตอบตกลงทั้งหมด”

หนานอีฝานพูดซ้ำอีกครั้ง น้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม

อี้เหวินเทาขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิม

หนานอีฝานไม่มีทางไม่รู้ว่า การเป็นปรปักษ์กับหรงซิวนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายขนาดไหน

แล้วเหตุใดเขาถึงทำเช่นนี้

อีกทั้ง…เขายังยอมจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลเพื่อเรื่องนี้ด้วย!

“พี่หนาน เจ้าก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น”

ความจริงแล้วไม่ว่าจะพูดอย่างไร เขาก็ไม่ยินดีล่วงเกินหรงซิวเพื่อตระกูลหนาน

“คนผู้นั้นต่อกรยากเพียงใด ไม่ใช่ว่าพี่หนานไม่รู้ หากยังเลือกจะเป็นปรปักษ์กับพระราชวังเมฆาสวรรค์อยู่ มันจะต้องไม่มีผลดีอย่างแน่นอน พี่หนาน เหตุใดพี่ต้องทำเช่นนี้ด้วย หากเจ้ามีเรื่องเข้าใจผิดอันใดกับพระราชวังเมฆาสวรรค์ ก็ไปพูดกันต่อหน้าสิ หรือบางที…”

หรงซิวจะต้องรู้เรื่องที่หนานอีฝานมาหาเขาด้วยตนเองแน่นอน

ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ไม่มีทางหลุดออกจากโคลนหลุมนี้ได้อย่างขาวสะอาดแน่นอน

แทนที่จะปกปิดแล้วเพิ่มความน่าสงสัย ไม่สู้เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาดีกว่า

เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็ยังสามารถถือโอกาสแสดงน้ำใจให้แก่ตระกูลหนานได้

สำหรับอี้เหวินเทา นี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

หนานอีฝานกลับพูดแทรกคำพูดของเขา

“ข้ากับพระราชวังเมฆาสวรรค์ไม่มีทางญาติดีกันได้อีกแล้ว”

อี้เหวินเทามองหน้าเขายังสงสัย

“พี่หนานหมายความว่า…”

และเขาคิดว่า พวกเขาไม่ได้พากำลังพลคนอื่นไป อีกทั้งยังเป็นสถานที่แบบท่าเรือดอกท้อ ดังนั้นจึงเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะลงมือ!

หากราบรื่นขึ้นมา?

แต่คำว่า “หาก” นี่แหละ ทำให้ความคิดของเขาไม่รอบคอบ และทำให้หนานอีฝานรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจนี้ไปตลอดชีวิต!

แต่เรื่องมันถึงขนาดนี้แล้ว จะเสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์

เขาทำได้เพียงต้องโจมตีกับ!

อี้เหวินเทาไม่รู้เรื่องเหล่านี้

ในความคิดของเขาแล้ว เมื่อหนานอีฝานบอกความเห็นเหล่านี้ เขาแค่สนับสนุนในการตัดสินใจก็เพียงพอแล้ว

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แต่ยังไม่ตอบตกลง

“พี่หนาน คนอื่นไม่รู้ แต่เจ้ารู้ดีที่สุด คนผู้นั้นไม่ใช่คนที่จะสามารถต่อกรได้ง่ายๆ เลย…”

บางทีหนานอีฝานอาจจะมีทางเลือกเพียงทางนี้ทางเดียวเท่านั้น

แต่มันเกี่ยวอะไรกับตระกูลอี้ของเขาด้วย

หากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาไม่เพียงจะไม่ได้รับประโยชน์ แต่ยังจะทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนอีก

อี้เหวินเทาไม่เคยทำธุรกิจที่ไม่คุ้มทุน

สีหน้าของเขาเผยความลำบากใจ หนานอีฝานหัวเราะในใจเสียงเย็น แต่ใบหน้าราบเรียบเช่นเดิม

ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า

“พี่อี้ เจ้ารู้หรือไม่ ตอนแรกที่หรงซิวกับซั่งกวนเยว่ไปที่สุสานสังหารเทพ พวกเขาได้หยิบของออกมาจากกำแพงสีดำ”

อี้เหวินเทาเงยหน้าขึ้นมามองเขา!

“หา?”

เขาควบคุมสีหน้าของตัวเอง แต่หนานอีฝานสายตาเฉียบแหลมอย่างมาก แต่คลื่นอารมณ์เหล่านี้จะเล็ดลอดไปจากสายตาของเขาได้อย่างไร

“ส่วนของที่ว่าคือสิ่งใดนั้น…ข้าคิดว่า ข้าไม่ต้องพูด พี่อี้ก็น่าจะรู้ใช่หรือไม่”

หนานอีฝานหัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“พระชายาของโอรสสวรรค์ผู้นั้น ก็ไม่ใช่คนธรรมดา นางมีหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์และเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์…ในครอบครอง นอกจากนี้แล้ว นางยังมีโล่ดำที่ไม่ทราบที่มา แม้ว่ามันจะดูธรรมดา แต่มันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อเลย!”

ตอนที่หนานอีฝานพูดเรื่องเหล่านี้ เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า ตอนที่อี้เหวินเทาได้ยินเขาพูดถึงโล่ดำ คิ้วของอีกฝ่ายก็ขมวดขึ้นมาในทันที

“…จะว่าไปแล้วก็แปลก ได้ยินมาว่าซั่งกวนเยว่ผู้นี้เป็นคนที่มาจากนอกพรมแดนอาณาจักรเสิ่นซวี่ไม่ใช่หรือ เหมือนว่าจะมีพลังแห่งสายเลือดที่ไม่อ่อนแอ…พี่หนานเคยเห็นสัญลักษณ์ของนางบ้างหรือไม่”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์