เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1927

………………..

“จำได้”

ฉู่หลิวเยว่เก็บหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์กลับไป ก่อนสาวเท้าเดินไปทางหรงซิว

“เหตุใดหรือ?”

หรงซิวกล่าวว่า

“กลุ่มคนที่ประมือกับพวกเราตอนนั้นก็มีบางส่วนที่มาจากถ้ำปีศาจทมิฬด้วย”

ฉู่หลิวเยว่ตื่นตกใจก่อนเป็นอันดับแรก ในแววตาแฝงไว้ซึ่งความตื่นตกใจ จากนั้นสีหน้าก็กลับมาเป็นปกติ

“… ข้าน่าจะรู้ได้ตั้งนานแล้ว…”

ตอนนั้นท่าเรือดอกท้อมีคนมากมายผสมปนเป ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัวตนที่ชัดเจนของกันและกัน

อีกอย่างพอมีเรื่องขโมยสมบัติเกิดขึ้น ผู้คนก็ยิ่งรวมตัวกันมากกว่าเก่า จึงย่อมมิอาจตรวจสอบที่มาของคนทุกคนได้อย่างชัดเจน

ฉู่หลิวเยว่ในตอนนั้นมิรู้เลยว่าตนเองถือครองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดไว้ในมือ ดังนั้นหลังจากเรื่องราวจบลงก็ไม่ได้ใส่ใจอีก

บัดนี้พอมาคิดดูแล้ว คนของถ้ำปีศาจทมิฬก็ไล่ตามโล่สีดำมาตั้งแต่แรกแล้วน่ะสิ?

หรือไม่ก็ไล่ตามเนื้อเพลงฉินส่วนที่อยู่ภายในร่างของนาง…

ฉู่หลิวเยว่นิ่วหน้าน้อยๆ

หรงซิวยื่นมือไปหานาง รวบเอาตัวคนเข้าอ้อมอก จากนั้นประทับจูบลงกลางกระหม่อม

“วางใจเถอะ ไม่ว่าใครจะมาก็ยังมีข้าอยู่”

ฉู่หลิวเยว่เหลือบตาขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง

“เจ้าหมายความว่า… คนของถ้ำปีศาจทมิฬและตระกูลหนานต่างก็มุ่งหน้ามาที่นี่?”

มุมปากของหรงซิวหยักยกน้อยๆ

นางมักจะหัวไวอยู่เสมอ ทั้งยังสามารถคาดเดาความหมายของคำพูดเขาได้ในคราเดียว

“ท่าเรือดอกท้อเป็นสถานที่อันเลอค่า หลายปีมานี้มีคนจำนวนมากต่างหมายปอง แต่เพราะต้องเผชิญกับค่ายกลที่ไม่เสถียรจึงไม่อาจลงมือได้ บัดนี้เจ้าได้ท่าเรือดอกท้อไปครอง ไม่แปลกที่จะทำให้คนจำนวนมากพากันอิจฉาตาร้อน”

แท้จริงแล้วฉู่หลิวเยว่เองก็เดาได้ถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว

สองสามวันมานี้นางจึงให้พวกเฉินอีเร่งมือจัดการเรื่องสำคัญในท่าเรือดอกท้อ เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามา

เพียงแต่ว่าแค่นั้นอาจจะยังไม่พอ

“ไม่ช้าคนของพระราชวังเมฆาสวรรค์ก็คงมาถึง ท่าเรือดอกท้อนี่เป็นของเจ้า ใครก็มาแย่งไปจากเจ้าไม่ได้”

สุ้มเสียงของหรงซิวเรียบเรื่อย หากแต่แฝงด้วยแรงกดดันรุนแรงที่ขจัดออกไปไม่ได้ง่ายๆ!

ลึกลงไปในแววตาราวกับมีกระแสคลื่นน้ำโหมกระหน่ำยิ่งกว่าเก่า

ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าน้อยๆ

“วางใจเถอะ ของของข้า ข้ารักษาไว้ได้อยู่แล้ว”

ข่าวเรื่องฉู่หลิวเยว่ยึดครองท่าเรือดอกท้อไว้ได้กระจายไปทั่วอาณาจักรเสิ่นซวี่ในไม่ช้า

ทุกตระกูลใหญ่ต่างตกอยู่ในความอลวนวุ่นวายด้วยใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความตื่นตะลึง!

ท่าเรือดอกท้อน่ะหรือ!

นั่นมันพื้นที่ชั้นยอดที่คนนับไม่ถ้วนในอาณาจักรเสิ่นซวี่ลอบจ้องตาเป็นมันกันนี่นา!

ทั้งเฟื่องฟูไปด้วยพลังแห่งสวรรค์และโลก ตำแหน่งชัยภูมิหรือก็ยอดเยี่ยม ไหนจะทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้ใช้ได้ไม่หมดไม่สิ้น…

เป็นพรมแดนที่เลิศล้ำมิอาจจินตนาการได้โดยแท้!

แม้ว่าหลายปีนี้จะมีคนนับไม่ถ้วนย่อยยับกลับมา แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่โอบกอดความหวังริบหรี่นั่นเอาไว้ คิดหาโอกาสทำให้ท่าเรือดอกท้อตกมาเป็นของตนให้ได้

พวกที่มีความคิดเช่นนี้ส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่เป็นตระกูลชั้นสูงทั้งสิ้น

…ส่วนพวกที่ระดับและพลังอ่อนแอลงมาแม้จะมีฝันใหญ่โต แต่ต่างก็รู้ว่าตัวเองมิอาจทำได้สำเร็จ

คนทั้งหลายต่างเคยเกิดคำถามนี้ขึ้นมาในหัวว่า ท้ายที่สุดแล้วท่าเรือดอกท้อจะไปตกแก่ใครกันแน่?

อีกทั้งคนผู้นั้นคือฉู่หลิวเยว่ด้วย!

ตัวตนของนางคือใครกัน?

พระชายาของหรงซิว โอรสสวรรค์แห่งพระราชวังเมฆาสวรรค์!

ลูกศิษย์ของหนานซู่ไหว เจ้าสำนักหลิงเซียว!

ทายาทสืบทอดของซั่งกวนจิ้ง ช่างหลอมอาวุธระดับปรมาจารย์!

ผู้อาวุโสอีกท่านเอ่ยพลางแค่นเสียงขึ้นจมูก

พระราชวังเมฆาสวรรค์ที่ว่า แท้จริงแล้วก็คือหรงซิวนั่นเอง

คนจำนวนมากพากันพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย

ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวเป็นสามีภรรยากัน เรื่องนี้หรงซิวจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไปได้อย่างใดกัน?

“ได้ยินมาว่าพวกคนที่ซั่งกวนเยว่พามาล้วนเป็นผู้ที่ติดตามนางจากด้านนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่ตั้งแต่คราวก่อน ดูแล้วก็ไม่ได้มีความสามารถเก่งกาจอันใด ทั้งยังจัดการเรื่องต่างๆ ในท่าเรือดอกท้อได้ไม่ดีนัก เบื้องหลังพวกนี้… คงจะเป็นคนของพระราชวังเมฆาสวรรค์คอยให้ความช่วยเหลือกระมัง?”

ใครคนหนึ่งเอ่ยคาดเดาออกมา

ความจริงแล้วมิได้มีเพียงคนเดียวที่คิดเช่นนี้

แทบจะทุกคนเลยด้วยซ้ำที่ต่างก็มีความคิดเช่นนี้

ผู้อาวุโสที่เอ่ยปากเป็นคนแรกขมวดคิ้ว พลางกล่าวด้วยความลังเลอยู่หลายส่วนว่า

“แต่… ข่าวที่ข้าได้รับบอกว่าซั่งกวนเยว่มีลูกน้องคนหนึ่งที่เหมือนจะอยู่ในท่าเรือดอกท้อมาแล้วหลายปี ทั้งยังเจริญก้าวหน้าในธุรกิจเสียด้วย เหมือนจะชื่อ… ชื่อเถ้าแก่ซานอันใดสักอย่าง… ชื่อเสียงค่อนข้างโด่งดังทีเดียว”

นี่ก็พิสูจน์แล้วมิใช่หรือว่าแท้จริงแล้วนางกับคนของนางก็มีความสามารถอยู่บ้าง?

ทว่าคนส่วนใหญ่กลับมิได้นำพาคำพูดนี้

“ใครจะรู้ว่าในนั้นแอบซ่อนความฉาวโฉ่อันใดไว้บ้าง อย่างใดเสียข้าก็คิดว่าที่เจ้าซั่งกวนเยว่ผู้นั้นครอบครองท่าเรือดอกท้อได้… ความจริงแล้วคงเป็นเพราะพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนจำนวนมากถึงยึดครองได้สำเร็จ”

ยิ่งไม่ต้องคิดถึงว่าผู้หนุนหลังของนางนั้นแข็งแกร่งเพียงใด!

“น่าเสียดาย! ที่ตรงนั้นเป็นที่ดีแท้ๆ!”

จวินจิ่วชิงนั่งลงยังที่ของตน นัยน์ตาหลุบต่ำเล็กน้อย ใบหน้ามิแสดงอารมณ์ใดออกมา

ในตอนที่ทุกคนกำลังทอดถอนใจอย่างเสียดายอยู่นั่นเอง อี้เหวินเทาก็เดินออกมาจากหอบรรพชน

คนทั้งหลายต่างพากันเงียบเสียงลงในบัดดล

“เรื่องนายน้อยตระกูลอี้ ข้าได้ทำการคัดเลือกคนที่เหมาะสมเอาไว้แล้ว”

สายตาของอี้เหวินเทากวาดมองทุกคน สุดท้ายก็หยุดลงที่จวินจิ่วชิง

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์