เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1928

………………..

คนทั้งหลายต่างมองตามครรลองสายตาของเขาไป

“จิ่วชิง ด้วยพรสวรรค์เลิศล้ำ ความสามารถโดดเด่น เป็นผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนายน้อยอย่างไม่ต้องสงสัย!”

อี้เหวินเทายังคงมีสีหน้าอ่อนโยน ทว่าน้ำเสียงกลับทุ้มต่ำเปี่ยมด้วยพลัง

ทุกทุกคำล้วนลอยเข้าหูทุกคนในที่แห่งนี้ได้อย่างชัดเจน!

คนทั้งหลายต่างเงียบกริบ พากันสบสายตาด้วยทำอันใดไม่ถูก สีหน้าแต่ละคนแตกต่างกันไป

ในความเป็นจริง พวกเขาคาดเดาได้ถึงผลลัพธ์นี้อยู่แล้ว

การแย่งชิงตำแหน่งนายน้อยตระกูลอี้นั้นดุเดือดมาก แต่หลังจากที่จวินจิ่วชิงปรากฏตัว เขาก็ทะยานขึ้นไปยืนอยู่จุดสูงสุดได้อย่างง่ายดาย

ต่อให้คนเหล่านั้นไม่ชอบเขา แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ว่าพรสวรรค์หรือพละกำลัง อนุชนของตระกูลอี้พวกนี้ไม่มีใครเทียบเคียงจวินจิ่วชิงได้เลยสักคน

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสท่านหนึ่งก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างลังเล

“… ท่านประมุขกล่าวถูกต้องทุกประการ จวินจิ่วชิงนั้นโดดเด่นเกินใครจริงๆ แต่… อย่างใดเสียเขาก็แซ่

จวิน…”

บรรพชนของราชวงศ์เป่ยหมิงในตอนนั้นตบแต่งกับแม่นางตระกูลอี้คนหนึ่งเมื่อพันปีก่อน

ครานั้นพวกเขาให้กำเนิดเด็กน้อยด้วยกันหนึ่งคน ทว่าเพราะพลังแห่งสายเลือดภายในร่างเด็กคนนั้นเบาบาง ตระกูลอี้อับอายขายขี้หน้า จึงมีคำสั่งบังคับให้ส่งเด็กน้อยกลับไปยังราชวงศ์เป่ยหมิง

หลายปีมานี้ คนในราชวงศ์เป่ยหมิงไม่เคยได้รับสืบทอดพลังแห่งสายเลือดส่วนนี้มาแต่ไหนแต่ไร

จนกระทั่งจวินจิ่วชิงปรากฏตัวขึ้นมา

เขาไม่เพียงแต่มีพลังแห่งสายเลือดของตระกูลอี้ พลังที่ว่ายังบริสุทธิ์อย่างมากอีกด้วย!

ยิ่งไปกว่านั้นมีอี้เหวินจั๋วเป็นอาจารย์ เขาจึงอยู่ในตระกูลอี้ได้อย่างมั่นใจมากกว่าเก่า

แต่นี่มันก็เรื่องหนึ่ง การเป็นนายน้อยก็นับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ได้ยินดังนั้นแล้ว เขาเพียงแค่หัวเราะเบาๆ คราหนึ่ง

“แต่ภายในร่างจิ่วชิงก็มีพลังแห่งสายเลือดของตระกูลอี้ไหลเวียนอยู่มิใช่หรือ?”

อีกอย่าง พลังแห่งสายเลือดของเขาบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ทั้งยังมีระดับที่สูงลิ่ว!

กะอีแค่เรื่องแซ่จะไปถือเป็นเรื่องสลักสำคัญอันใด?

พลังแห่งสายเลือดของเขาเป็นตัวบ่งชี้แล้วว่าเลือดเนื้อของเขาก็คือคนตระกูลอี้!

ได้ยินอี้เหวินเทาเอ่ยเช่นนี้ คนทั้งหลายจึงไม่ต่อความยาวสาวความยืดอีก

ความหมายของเขาชัดเจนมากพอแล้วว่าเขาตัดสินใจเลือกจวินจิ่วชิงเป็นนายน้อยไปเรียบร้อยแล้ว

ภายในตระกูลอี้ มิมีผู้ใดสามารถคัดค้านความเห็นของอี้เหวินเทาได้

สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือเชื่อฟัง

อี้เหวินจั๋วที่นั่งอยู่ข้างๆ จวินจิ่วชิงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกได้ในที่สุด

ยังดี…

สุดท้ายพี่ใหญ่ก็ยังเลือกเช่นนี้!

ในใจของเขาบังเกิดความตื่นเต้นขึ้นมาจางๆ ทว่าทำได้แค่ใช้มือกำแขนเก้าอี้เอาไว้แน่นถึงข่มความตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ได้

เขาคืออาจารย์ของจวินจิ่วชิง ภายหลังจวินจิ่วชิงกลายเป็นนายน้อยตระกูลอี้แล้ว ตำแหน่งของเขาเองก็ต้องสูงขึ้นตามอย่างแน่นอน!

แม้เขาจะเป็นน้องชายของอี้เหวินเทา แต่หลายปีมานี้เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในตระกูลน้อยมาก หลายครั้งจึงไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงอันใด

บัดนี้มีความสัมพันธ์เช่นนี้กับจวินจิ่วชิงอยู่…

ย่อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

“จิ่วชิง เจ้ามานี่”

อี้เหวินเทากวักมือไปทางจวินจิ่วชิง

จวินจิ่วชิงหยัดตัวลุกขึ้น ก้าวยาวๆ เดินตามไป

ในมือของอี้เหวินเทาพลันปรากฏแหวนปานจื่อหยกวงหนึ่ง

นี่ก็คือสัญลักษณ์ของสถานะนายน้อยตระกูลอี้!

หลายปีมานี้ ตระกูลอี้ไม่เคยคัดเลือกนายน้อยมาก่อน

คาดไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายคนที่ถูกเลือกจะเป็นคนนอกตระกูลที่หวนกลับมา

ความรู้สึกนึกคิดของบรรดาฝูงชนต่างซับซ้อนอย่างมาก

สภาพโดยรอบต่างเงียบสงัดไร้สุ้มเสียงใดๆ

อี้เหวินเทามอบแหวนปานจื่อให้แก่จวินจิ่วชิง

สีหน้าของจวินจิ่วชิงอดกลั้นเล็กน้อยก่อนยื่นมือไปรับมันมา แล้วสวมแหวนลงบนนิ้ว

อย่างใดเสียคำพูดเช่นนี้ใช่ว่าจะน่าฟัง หากเรื่องแพร่ออกไปก็จะทำให้ทั้งตระกูลแตกตื่นได้ง่าย

ใครก็ไม่คาดคิดว่าอี้เหวินเทาจะเป็นคนเริ่มออกปากก่อน ทั้งยังพูดอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้!

อี้เหวินเทากวาดสายตามองรอบๆ คราหนึ่งด้วยสีหน้าเปิดเผย

“ทุกคนไม่ต้องตื่นตระหนกไป ตระกูลชั้นสูงทั่วทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่เองก็ประสบปัญหาแบบเดียวกัน ไม่ได้มีแค่ตระกูลอี้ของพวกเราหรอกหนา”

คำพูดนี้คือความจริง

อาณาเขตของอาณาจักรเสิ่นซวี่นั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีพลังแห่งสวรรค์และโลกเนืองแน่นอุดมสมบูรณ์

แต่ขณะเดียวกัน มันก็แฝงด้วยอันตรายนับไม่ถ้วน

กองกำลังใดก็ตามที่คิดจะพัฒนาอย่างแท้จริง ย่อมต้องมีอาณาเขตในการฝึกตนที่มั่นคง

อีกทั้งเวลาผ่านคล้อยไป ปริมาณของพลังแห่งสวรรค์และโลกในขอบเขตที่เหมาะสมถูกใช้ไปอย่างต่อเนื่อง นานวันเข้าก็ย่อมน้อยลงเรื่อยๆ

ยามระดับความเข้มข้นของพลังปราณดั้งเดิมต่ำกว่าปกติ ก็ไม่เหมาะที่จะอยู่อาศัยอีกต่อไป

อย่างใดเสียนี่จะส่งผลกระทบแก่การฝึกตนของทุกคนในตระกูลชั้นสูง

สำหรับกองกำลังใดๆ แล้ว นี่ล้วนแต่เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

ในความเป็นจริง หลายปีมานี้ มีตระกูลชั้นสูงจำนวนมากภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่ที่เริ่มหาพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย

มีทั้งหาได้สำเร็จ มีทั้งล้มเหลว

เหตุผลที่ตระกูลอี้มีปฏิกิริยาใหญ่โตเช่นนี้เป็นเพราะตำแหน่งของตระกูลอี้สูงส่งกว่าตระกูลชั้นสูงเหล่านี้อยู่ไม่น้อย

ไม่ว่าจะสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมไปด้วยข้อได้เปรียบในการฝึกตนของเขตเหมอเหอหรือที่อื่น พวกเขาก็ล้วนแต่บดขยี้ผู้อื่นในทุกๆ ด้านได้อย่างง่ายดาย

พวกเขาเคยชินกับการปรายตามองมาจากเบื้องสูง

บัดนี้พออี้เหวินเทาพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหันว่าพวกเขาเองก็ต้องหาเขตแดนอื่นเช่นกัน ย่อมทำให้พวกเขารู้สึกรับไม่ได้อยู่หลายส่วน

“เพียงแต่ทุกท่านไม่ต้องกังวลใจไป แม้เขตเหมอเหอในตอนนี้จะด้อยกว่าก่อนหน้านี้ไปบ้าง แต่เมื่อเทียบกับตระกูลชั้นสูงอีกหลายตระกูลก็ยังคงดีกว่ามาก ที่ข้าพูดขึ้นมาตอนนี้ก็เพื่อบอกให้เตรียมตัวเพียงเท่านั้น”

ประโยคถัดมาของอี้เหวินเทานับว่าทำให้สีหน้าของทุกคนดูดีขึ้นมาบ้าง

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า

“อีกอย่าง ตอนนี้มีเขตแดนที่เหมาะสมในการฝึกตนยิ่งกว่าเขตเหมอเหอนั้นปรากฏขึ้นอย่างหาได้ยาก พวกเราจะพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์