………………..
อี้เหวินจั๋วมิขยับเขยื้อนแต่อย่างใด
ทันทีที่เขาตัดสินใจจะมาพร้อมกับตระกูลอี้ เขาก็ครุ่นคิดมาดีแล้วถึงทุกอย่างที่ต้องเผชิญในอนาคต
ฉู่หลิวเยว่เป็นศิษย์รักของหนานซู่ไหว มิต้องสงสัยเลยว่าทำให้นางอับอายเช่นนี้ก็เท่ากับล่วงเกินหนานซู่ไหว
ถึงขั้นเป็นไปได้อย่างมากว่าเขาจะเสียตำแหน่งเจ้ารองสำนักดังเพราะเรื่องนี้
แต่นั่นแล้วอย่างใด?
ตำแหน่งเจ้ารองสำนักหลิงเซียวช่างน่าอัดอั้นนัก!
ต่อให้สูญเสียไปก็ไม่ได้น่าเสียดายอันใด!
ก่อนหน้าที่หรงซิวกับฉู่หลิวเยว่จะอภิเษกสมรสกัน การกระทำของหนานซู่ไหวก็แทบจะยืนยันแล้วว่าเจ้าสำนักรุ่นต่อไปก็คือฉู่หลิวเยว่!
แล้วเขายังมีอันใดให้สนใจอีกเล่า?
ดังนั้นแล้ว สุดท้ายเขาถึงเลือกมาใช้สถานะของสมาชิกตระกูลอี้
“จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอกันเลยสักพัก คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะ ‘เติบโต’ ขึ้นถึงเพียงนี้”
อี้เหวินจั๋วเอ่ยเหน็บแนม
ดูจากสถานการณ์แล้ว ท่าเรือดอกท้อดูจะอยู่ภายใต้การควบคุมของฉู่หลิวเยว่จริงๆ อีกทั้งหรงซิวก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาแทรกด้วย
เพียงแต่เรื่องนี้สลับซับซ้อนนัก ไม่มีใครพูดได้เต็มปากว่าสรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่จนกว่าจะถึงช่วงสุดท้าย
ฉู่หลิวเยว่ผงกศีรษะอย่างสุขใจ
“ขอบคุณเจ้ารองสำนักที่ชม”
ราวกับไม่ได้ยินแววเสียดสีภายในคำพูดเลยโดยสิ้นเชิง
อี้เหวินจั๋วสำลัก จากนั้นก็แค่นเสียงเย็นเยียบแล้วสะบัดชายเสื้อคลุมอย่างแรง
เขาอยากจะดูนักว่าฉู่หลิวเยว่ผู้นี้จะหัวเราะไปได้อีกนานแค่ไหน!
แต่ตอนที่เห็นสองคนนั้นจับมือกันแน่น ประกายมืดครึ้มในแววตาก็เคลื่อนผ่านแวบหนึ่ง
ระหว่างพวกเขาเหมือนมีสัญญาณบางอย่างที่บรรยายไม่ได้
ยามสบตากันก็เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
ราวกับมีค่ายกลที่มองไม่เห็นล้อมรอบพวกเขาไว้แค่สองคน
ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้าไปได้
บัดนี้ศัตรูตัวฉกาจมาถึงแล้ว อันตรายก็มารออยู่เบื้องหน้า สีหน้าของนางกลับยังคงเรียบนิ่งเหมือนเคย
คิ้วเรียวงามคลายออก ทุกการขยับไหวของคิ้วล้วนแฝงด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์
ทว่าเทียบกับเมื่อก่อนแล้วดูจะอ่อนโยนและใสซื่อมากกว่าเดิม
แน่นอนว่าท่าทีของเด็กสาวจะเผยออกมาแค่ตอนที่นางมองไปยังคนที่อยู่ข้างๆ เท่านั้น
ราวกับไข่มุกที่เปรอะฝุ่นได้เบ่งบานขึ้นในที่สุด
จวินจิ่วชิงเบนสายตากลับมา มือภายใต้ชายเสื้อคลุมกำเข้าหากันแน่น เขาหลุบตาลงต่ำ แอบซ่อนไว้ซึ่งคลื่นอารมณ์ภายในแววตา
“วันนี้ที่ประมุขอี้พาคนมา ไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใด?”
สายตาของหรงซิวหยุดอยู่ที่จวินจิ่วชิงพักหนึ่ง จากนั้นก็ตวัดไปมองอี้เหวินเทา
อี้เหวินเทาหัวเราะ
“โอรสสวรรค์โปรดอย่าเข้าใจผิดไป ความจริงแล้ววันนี้ที่พวกเรามาเพียงแค่อยากทำการค้าด้วยก็เท่านั้น”
หรงซิวเลิกคิ้ว
“อ้อ? ไม่รู้ว่าการค้าแบบใดที่ข้าทำร่วมกับตระกูลอี้ได้?”
สีหน้าของอี้เหวินเทายังคงเป็นปกติ เขาเอ่ยแกมหัวเราะเบาๆ ว่า
“พูดตามจริง พวกข้าชอบท่าเรือดอกท้อแห่งนี้มากเลยน่ะ”
คิ้วของฉู่หลิวเยว่กระตุกกึก
“ตราบที่โอรสสวรรค์ยอมยกท่าเรือดอกท้อให้ เงื่อนไขต่างๆ สามารถพูดคุยกันได้เต็มที่”
ตระกูลอี้เองก็มาเพราะท่าเรือดอกท้ออย่างนั้นรึ!?
แม้น้ำเสียงฟังดูใจกว้าง แต่เขาไม่คิดจะถามก่อนรึว่านางยอมหรือไม่?
ก่อนหน้านี้นางเองก็คุยกับหรงซิวมาแล้วว่า หลังจากครั้งนี้ พวกคนที่หมายปองท่าเรือดอกท้อจะต้องเริ่มเคลื่อนไหวเป็นแน่
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ตระกูลที่ลงมือไวที่สุดจะเป็นตระกูลอี้!
หรงซิวได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ท่าเรือดอกท้อเป็นของเยว่เออร์ หากท่านอยากได้ก็ควรจะไปหานาง”
อี้เหวินเทาถึงกับตกตะลึง
เขาคิดมาโดยตลอดว่าข่าวลือด้านนอกคงเป็นข่าวปลอมเสียส่วนมาก
ฉู่หลิวเยว่เพียงผู้เดียวคงไม่ได้มีความสามารถถึงขั้นที่ครอบครองท่าเรือดอกท้อได้
ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาลงพลางฉีกยิ้ม
“อ้อ? เช่นนั้นข้าก็อยากฟังว่าประมุขอี้คิดจะยื่นเงื่อนไขอันใดมา?”
ท่าเรือดอกท้อมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล มีพลังแห่งสวรรค์และโลกเต็มเปี่ยม
ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ด้านในท่าเรือและพรมแดนค่ายกลเชื่อมต่อกัน จึงสามารถเข้าออกอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้ตามใจ!
สถานที่ล้ำค่าเช่นนี้เป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้โดยสิ้นเชิง!
ในใต้หล้านี้มีอันใดที่สามารถเทียบเคียงได้บ้าง?
นั่นสิ!
พวกเขาลืมไปได้ยังไงว่าท่าเรือดอกท้อแห่งนี้เองก็เป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้!
ก่อนหน้านี้มัวแต่คิดเรื่องแก้แค้น กลับลืมเรื่องสำคัญเรื่องนี้ไปเสียสนิท!
หากสามารถยึดครองท่าเรือดอกท้อไว้ได้ เช่นนั้น…
คนบางส่วนเริ่มแสดงท่าทีข่มขู่
มีบางคนที่เริ่มหันไปมองทางหนานอีฝานซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยอยากทราบความคิดเห็นของเขา
ทว่าหนานอีฝานในตอนนี้มีสีหน้าราวกับถูกเคลือบไว้ด้วยน้ำแข็งบางๆ ชั้นหนึ่ง เขามองไม่เห็นอย่างอื่นแล้วนอกจากความโกรธแค้นและชิงชัง
… เขาหมดความสนใจในท่าเรือดอกท้อไปแล้ว แรงกายและแรงใจทั้งหมดของเขาล้วนฝังอยู่กับการแก้แค้นทั้งนั้น
ใช่สิ
คนที่ลูกชายตายจากก็คือเขา ไร้ทายาทสืบสกุลก็คือเขา คนที่รับไม่ไหวก็ย่อมต้องเป็นเขา
แม้คนอื่นจะโกรธเกรี้ยวในใจ แต่เทียบกับหนานอีฝานไม่ได้เลยสักนิด
แต่ละคนเริ่มมีการเคลื่อนไหวบ้างแล้ว ทว่าก็ต้องข่มไว้อย่างไม่เต็มใจ
… ต่อให้พวกเขาสามารถเอาชนะพวกฉู่หลิวเยว่กับหรงซิวได้ แต่จะสู้กับตระกูลอี้ได้อย่างใด?
เดิมทั้งสองตระกูลนับว่าอยู่ระดับเดียวกัน ทว่าหลังประสบกับการโจมตีก่อนหน้า ตระกูลหนานในตอนนี้ดูแล้วแทบไม่มีหนทางใดที่จะงัดข้อกับตระกูลอี้ได้เลย
ลำพังแค่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ ครั้งนี้อีกฝ่ายก็เชิญตัวมาถึงสิบคนแล้ว!
ยิ่งจะต้องยึดชิงท่าเรือดอกท้อมาให้ได้!
เมื่อได้ยินคำถามของฉู่หลิวเยว่ อี้เหวินจั๋วก็คลี่ยิ้มออกมา
“ชีวิตของโอรสสวรรค์และพระชายา รวมถึงผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนภายในเมืองท่าเรือดอกท้อ… เงื่อนไขนี้พอใช้แลกกับท่าเรือดอกท้อหรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกกค่ะ...
สนุกมากค่ะ...
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...