เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1935

………………..

อี้เหวินจั๋วมิขยับเขยื้อนแต่อย่างใด

ทันทีที่เขาตัดสินใจจะมาพร้อมกับตระกูลอี้ เขาก็ครุ่นคิดมาดีแล้วถึงทุกอย่างที่ต้องเผชิญในอนาคต

ฉู่หลิวเยว่เป็นศิษย์รักของหนานซู่ไหว มิต้องสงสัยเลยว่าทำให้นางอับอายเช่นนี้ก็เท่ากับล่วงเกินหนานซู่ไหว

ถึงขั้นเป็นไปได้อย่างมากว่าเขาจะเสียตำแหน่งเจ้ารองสำนักดังเพราะเรื่องนี้

แต่นั่นแล้วอย่างใด?

ตำแหน่งเจ้ารองสำนักหลิงเซียวช่างน่าอัดอั้นนัก!

ต่อให้สูญเสียไปก็ไม่ได้น่าเสียดายอันใด!

ก่อนหน้าที่หรงซิวกับฉู่หลิวเยว่จะอภิเษกสมรสกัน การกระทำของหนานซู่ไหวก็แทบจะยืนยันแล้วว่าเจ้าสำนักรุ่นต่อไปก็คือฉู่หลิวเยว่!

แล้วเขายังมีอันใดให้สนใจอีกเล่า?

ดังนั้นแล้ว สุดท้ายเขาถึงเลือกมาใช้สถานะของสมาชิกตระกูลอี้

“จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอกันเลยสักพัก คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะ ‘เติบโต’ ขึ้นถึงเพียงนี้”

อี้เหวินจั๋วเอ่ยเหน็บแนม

ดูจากสถานการณ์แล้ว ท่าเรือดอกท้อดูจะอยู่ภายใต้การควบคุมของฉู่หลิวเยว่จริงๆ อีกทั้งหรงซิวก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาแทรกด้วย

เพียงแต่เรื่องนี้สลับซับซ้อนนัก ไม่มีใครพูดได้เต็มปากว่าสรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่จนกว่าจะถึงช่วงสุดท้าย

ฉู่หลิวเยว่ผงกศีรษะอย่างสุขใจ

“ขอบคุณเจ้ารองสำนักที่ชม”

ราวกับไม่ได้ยินแววเสียดสีภายในคำพูดเลยโดยสิ้นเชิง

อี้เหวินจั๋วสำลัก จากนั้นก็แค่นเสียงเย็นเยียบแล้วสะบัดชายเสื้อคลุมอย่างแรง

เขาอยากจะดูนักว่าฉู่หลิวเยว่ผู้นี้จะหัวเราะไปได้อีกนานแค่ไหน!

แต่ตอนที่เห็นสองคนนั้นจับมือกันแน่น ประกายมืดครึ้มในแววตาก็เคลื่อนผ่านแวบหนึ่ง

ระหว่างพวกเขาเหมือนมีสัญญาณบางอย่างที่บรรยายไม่ได้

ยามสบตากันก็เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย

ราวกับมีค่ายกลที่มองไม่เห็นล้อมรอบพวกเขาไว้แค่สองคน

ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้าไปได้

บัดนี้ศัตรูตัวฉกาจมาถึงแล้ว อันตรายก็มารออยู่เบื้องหน้า สีหน้าของนางกลับยังคงเรียบนิ่งเหมือนเคย

คิ้วเรียวงามคลายออก ทุกการขยับไหวของคิ้วล้วนแฝงด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์

ทว่าเทียบกับเมื่อก่อนแล้วดูจะอ่อนโยนและใสซื่อมากกว่าเดิม

แน่นอนว่าท่าทีของเด็กสาวจะเผยออกมาแค่ตอนที่นางมองไปยังคนที่อยู่ข้างๆ เท่านั้น

ราวกับไข่มุกที่เปรอะฝุ่นได้เบ่งบานขึ้นในที่สุด

จวินจิ่วชิงเบนสายตากลับมา มือภายใต้ชายเสื้อคลุมกำเข้าหากันแน่น เขาหลุบตาลงต่ำ แอบซ่อนไว้ซึ่งคลื่นอารมณ์ภายในแววตา

“วันนี้ที่ประมุขอี้พาคนมา ไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใด?”

สายตาของหรงซิวหยุดอยู่ที่จวินจิ่วชิงพักหนึ่ง จากนั้นก็ตวัดไปมองอี้เหวินเทา

อี้เหวินเทาหัวเราะ

“โอรสสวรรค์โปรดอย่าเข้าใจผิดไป ความจริงแล้ววันนี้ที่พวกเรามาเพียงแค่อยากทำการค้าด้วยก็เท่านั้น”

หรงซิวเลิกคิ้ว

“อ้อ? ไม่รู้ว่าการค้าแบบใดที่ข้าทำร่วมกับตระกูลอี้ได้?”

สีหน้าของอี้เหวินเทายังคงเป็นปกติ เขาเอ่ยแกมหัวเราะเบาๆ ว่า

“พูดตามจริง พวกข้าชอบท่าเรือดอกท้อแห่งนี้มากเลยน่ะ”

คิ้วของฉู่หลิวเยว่กระตุกกึก

“ตราบที่โอรสสวรรค์ยอมยกท่าเรือดอกท้อให้ เงื่อนไขต่างๆ สามารถพูดคุยกันได้เต็มที่”

ตระกูลอี้เองก็มาเพราะท่าเรือดอกท้ออย่างนั้นรึ!?

แม้น้ำเสียงฟังดูใจกว้าง แต่เขาไม่คิดจะถามก่อนรึว่านางยอมหรือไม่?

ก่อนหน้านี้นางเองก็คุยกับหรงซิวมาแล้วว่า หลังจากครั้งนี้ พวกคนที่หมายปองท่าเรือดอกท้อจะต้องเริ่มเคลื่อนไหวเป็นแน่

แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ตระกูลที่ลงมือไวที่สุดจะเป็นตระกูลอี้!

หรงซิวได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

“ท่าเรือดอกท้อเป็นของเยว่เออร์ หากท่านอยากได้ก็ควรจะไปหานาง”

อี้เหวินเทาถึงกับตกตะลึง

เขาคิดมาโดยตลอดว่าข่าวลือด้านนอกคงเป็นข่าวปลอมเสียส่วนมาก

ฉู่หลิวเยว่เพียงผู้เดียวคงไม่ได้มีความสามารถถึงขั้นที่ครอบครองท่าเรือดอกท้อได้

ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาลงพลางฉีกยิ้ม

“อ้อ? เช่นนั้นข้าก็อยากฟังว่าประมุขอี้คิดจะยื่นเงื่อนไขอันใดมา?”

ท่าเรือดอกท้อมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล มีพลังแห่งสวรรค์และโลกเต็มเปี่ยม

ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ด้านในท่าเรือและพรมแดนค่ายกลเชื่อมต่อกัน จึงสามารถเข้าออกอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้ตามใจ!

สถานที่ล้ำค่าเช่นนี้เป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้โดยสิ้นเชิง!

ในใต้หล้านี้มีอันใดที่สามารถเทียบเคียงได้บ้าง?

นั่นสิ!

พวกเขาลืมไปได้ยังไงว่าท่าเรือดอกท้อแห่งนี้เองก็เป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้!

ก่อนหน้านี้มัวแต่คิดเรื่องแก้แค้น กลับลืมเรื่องสำคัญเรื่องนี้ไปเสียสนิท!

หากสามารถยึดครองท่าเรือดอกท้อไว้ได้ เช่นนั้น…

คนบางส่วนเริ่มแสดงท่าทีข่มขู่

มีบางคนที่เริ่มหันไปมองทางหนานอีฝานซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยอยากทราบความคิดเห็นของเขา

ทว่าหนานอีฝานในตอนนี้มีสีหน้าราวกับถูกเคลือบไว้ด้วยน้ำแข็งบางๆ ชั้นหนึ่ง เขามองไม่เห็นอย่างอื่นแล้วนอกจากความโกรธแค้นและชิงชัง

… เขาหมดความสนใจในท่าเรือดอกท้อไปแล้ว แรงกายและแรงใจทั้งหมดของเขาล้วนฝังอยู่กับการแก้แค้นทั้งนั้น

ใช่สิ

คนที่ลูกชายตายจากก็คือเขา ไร้ทายาทสืบสกุลก็คือเขา คนที่รับไม่ไหวก็ย่อมต้องเป็นเขา

แม้คนอื่นจะโกรธเกรี้ยวในใจ แต่เทียบกับหนานอีฝานไม่ได้เลยสักนิด

แต่ละคนเริ่มมีการเคลื่อนไหวบ้างแล้ว ทว่าก็ต้องข่มไว้อย่างไม่เต็มใจ

… ต่อให้พวกเขาสามารถเอาชนะพวกฉู่หลิวเยว่กับหรงซิวได้ แต่จะสู้กับตระกูลอี้ได้อย่างใด?

เดิมทั้งสองตระกูลนับว่าอยู่ระดับเดียวกัน ทว่าหลังประสบกับการโจมตีก่อนหน้า ตระกูลหนานในตอนนี้ดูแล้วแทบไม่มีหนทางใดที่จะงัดข้อกับตระกูลอี้ได้เลย

ลำพังแค่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ ครั้งนี้อีกฝ่ายก็เชิญตัวมาถึงสิบคนแล้ว!

ยิ่งจะต้องยึดชิงท่าเรือดอกท้อมาให้ได้!

เมื่อได้ยินคำถามของฉู่หลิวเยว่ อี้เหวินจั๋วก็คลี่ยิ้มออกมา

“ชีวิตของโอรสสวรรค์และพระชายา รวมถึงผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนภายในเมืองท่าเรือดอกท้อ… เงื่อนไขนี้พอใช้แลกกับท่าเรือดอกท้อหรือไม่?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์