เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1938

………………..

อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่าน โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ กระอักเลือดออกมาคำโตเพราะถูกยั่วโมโหด้วยประโยคเหล่านั้นของฉู่หลิวเยว่

ทั่วทั้งสี่ทิศตกอยู่ในความเงียบสนิท

คนตระกูลหนานต่างมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

กระทั่งสายตาของคนตระกูลอี้ที่ใช้มองหนานอีฝานเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

หรือว่าเรื่องพวกนั้นที่ฉู่หลิวเยว่พูดจะเป็นความจริง?

หนานอีฝานทำเรื่องพวกนั้นจริงๆ หรือ?

หากเป็นอย่างนั้นจริง เช่นนั้น… นับจากนี้เป็นต้นไป ก็เรียกได้ว่าชื่อเสียงของหนานอีฝานถูกทำลายจนย่อยยับ!

รักษาตำแหน่งประมุขไว้ไม่ได้ไม่พอ ถึงขั้นกลายเป็นหนูในตลาดให้คนเขาด่าทอไล่ตี!

คนที่กล้าลงมือทำเช่นนั้นกับลูกในไส้ของตัวเอง ใครจะยังกล้าทำงานร่วมกับเขา? ใครจะยังแสดงสีหน้าดีๆ ให้เขาได้?

ท้ายที่สุด ก็มีคนจากตระกูลหนานลุกออกมาเอ่ยถามว่า

“ท่านประมุข ท่านมิมีสิ่งใดอยากพูดหน่อยหรือ?”

สายตาลุกวาวของคนทุกผู้จับจ้องไปที่หนานอีฝานเป็นตาเดียว

พวกเขาต้องการคำอธิบายสักอย่าง!

ในใจหนานอีฝานเจ็บแค้นเคืองโกรธยิ่งนัก

ก่อนหน้านี้พอรู้ว่าพวกลั่วเหยี่ยนถูกจับขัง ในใจของเขาแม้จะรู้สึกไม่สงบอยู่บ้าง แต่แท้จริงแล้วหาได้กังวลว่าพวกเขาจะเลือกทรยศจริงๆ ไม่!

ต้องเข้าใจก่อนว่าคนพวกนี้ล้วนเป็นคนสนิทที่ติดตามเขามาหลายปี เป็นคนที่เขาเชื่อใจมากที่สุด!

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงระยะเวลานี้ส่วนใหญ่เขาจมปลักอยู่ในความโศกเศร้าและโกรธแค้น สภาพจิตใจอยู่ในภาวะตึงเครียดมาโดยตลอด ในใจเต็มไปด้วยความคิดหมายจะแก้แค้น เดิมจึงไม่มีแรงกายแรงใจเหลือไปสนใจเรื่องอื่นแล้ว

คิดไม่ถึงเลย!

เอาเรื่องราวทุกอย่างมาเปิดเผยต่อหน้าคนจำนวนมากปานนี้!

ภายในอกของหนานอีฝานราวกับมีไฟสุมทรวง ลุกลามแผดเผาภายในนัยน์ตาของเขาจนฉาบไปด้วยสีแดงก่ำ!

เขาค่อยๆ ปาดคราบเลือดที่มุมปากออก แล้วหันศีรษะกลับไปมองแวบหนึ่ง

แววตาเย็นเฉียบไร้ความปรานีดุจคมดาบแหลมกวาดมองคนตระกูลหนานทุกคน แล้วเจาะจงหยุดลงที่ร่างของคนที่เพิ่งพูดออกมาพักใหญ่

ใจของคนผู้นั้นกระตุกกึก เผลอถอยหลังครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

สายตาของหนานอีฝาน… ช่างชวนให้หวาดหวั่นเกินไปแล้ว

“พวกเจ้าล้วนเป็นคนที่กุมอำนาจสำคัญภายในตระกูล ยังต้องให้ข้าสอนพวกเจ้าอีกหรือว่าควรเชื่อใครไม่เชื่อใคร!?”

หนานอีฝานสองหมัดกำเข้าหากันแน่น ทุกทุกคำราวกับเล็ดลอดออกมาจากไรฟันก็มิปาน

ทันใดนั้นเขาก็เงื้อมือขึ้น แล้วชี้ไปทางพวกลั่วเหยี่ยน

“คนพวกนี้ถูกขังอยู่ในท่าเรือดอกท้อมาหลายวันแล้ว! ใครจะไปรู้ว่าช่วงระยะเวลานี้มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นบ้าง!?” พวกเจ้าไม่เชื่อข้า แต่จะไปเชื่อพวกมันแทนน่ะหรือ?”

คำถามโต้กลับชุดนี้ทำเอาคนตระกูลหนานต่างหวั่นไหวขึ้นมาอีกรอบ

แม้ที่ลั่วเหยี่ยนพูดมาจะดูเหมือนเรื่องจริง แต่คำพูดพวกนี้ของหนานอีฝานเองก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผล…

ใครจะรู้เล่าว่าเบื้องหลังมีคนคอยชักใยอันใดอยู่หรือเปล่า?

หนานอวี่สิงตายไปแล้ว

หนานอีอีก็เช่นกัน

สรุปแล้วความจริงเป็นอย่างใด ความเห็นแตกต่างกระจัดกระจายก็ไร้หนทางตรวจสอบได้

สรุปแล้วควรเชื่อใครกันแน่ พวกเขาเองก็เต็มไปด้วยความลังเลเช่นกัน

ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้ว

แน่นอนอยู่แล้วว่าหนานอีฝานไม่มีทางยอมรับ

ทันทีที่เรื่องพวกนี้ถูกยืนยัน ตัวเขาต้องย่อยยับไม่มีชิ้นดีแน่!

หนานอีฝานกล่าวขึ้นมาอีกว่า

“หากพวกเจ้ายังนับว่าตัวเองคือคนตระกูลหนาน วันนี้… ก็บุกโจมตีไปกับข้า!“

ชึ่บ!

ในมือของเขาพลันปรากฏหอกยาวสีเงินเล่มหนึ่ง!

หัวหอกเฉียบคมหาสิ่งใดเปรียบมิได้ ลายสลักบนด้ามหอกเกี่ยวพันรัดรึง ซ้อนทับกันไปมา!

“ข้าขอดูหน่อยซิว่าพวกเจ้าจะแก้ต่างให้ตัวเองได้ไปถึงไหน!”

ยังไม่ทันเอ่ยจบ เขาก็สะกิดฝ่าเท้าพุ่งตรงเข้าหาฉู่หลิวเยว่!

ใต้ฝ่าเท้าของเขามีประกายสายฟ้าสีเงินไหววูบตาม ส่งเสียงปะทุเปรี๊ยะออกมา!

เขาคือผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ พละกำลังแข็งแกร่งเป็นทุนเดิม บัดนี้ลงมือใช้เคล็ดวิชาฝ่าเท้าอีก ความเร็วจึงทวีคูณมากกว่าเก่า!

เพียงชั่วพริบตาก็ไปหยุดอยู่ตรงหน้าค่ายกลแล้ว!

ใช่!

เป็นความรู้สึกเช่นนี้นี่แหละ!

หนานอีฝานพลันโมโหขึ้นมา

ท่าทีและสีหน้าเช่นนี้ของฉู่หลิวเยว่กำลังรอดูเขาเป็นตัวตลกอยู่มิใช่หรือ!?

แต่นางมีคุณสมบัติอันใดมาทำเช่นนี้?

เขารู้ว่าฉู่หลิวเยว่ผู้นี้พละกำลังกล้าแกร่งห่างชั้นผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงทั่วไป

ก่อนหน้านี้ตอนอยู่สุสานสังหารเทพ เขาหวาดกลัวหรงซิวจับจิต แต่ตอนนี้เขาไม่มีอันใดให้ต้องกลัวแล้ว!

ดังนั้นการโจมตีครานี้เขาจึงลงมือโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย!

ทว่าในตอนนั้นเอง พลังอันแข็งกร้าวและยืดหยุ่นสายหนึ่งพลันเข้ามาสกัดหนานอีฝานไว้!

หนานอีฝานตื่นตกใจเป็นอันมาก ก่อนจะพบว่าสิ่งที่สกัดกั้นเขาไว้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นค่ายกลของท่าเรือดอกท้อนั่นเอง!

ค่ายกลที่ก่อนหน้านี้ช่างอ่อนแอและผันผวน สามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ บัดนี้กลับกลายเป็นกำแพงเหล็กที่มิอาจลุกล้ำเข้าไปได้แม้แต่ครึ่งชุ่น!

การโจมตีที่หมายเอาชีวิตอีกฝ่ายของหนานอีฝานครั้งนี้แทงออกไปอย่างรุนแรง กลับถูกค่ายกลนี้สกัดกั้นไว้ได้อย่างเงียบเชียบ

กระแสพลังทั้งสองฝั่งเริ่มเข้าปะทะโรมรันดุเดือดอย่างไร้สุ้มเสียง!

เพราะการกระเพื่อมไหวของกระแสพลัง บนค่ายกลจึงราวกับมีคลื่นน้ำแผ่ขยายออกไปเป็นวง

ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่อง ประกายรัศมีระยิบระยับเล็กๆ ที่ส่องลงมาทอแสงสว่างไสว

หนานอีฝานตะลึงจนหยุดอยู่กับที่!

หอกมังกรเงินกระชากวิญญาณเล่มนี้ของเขาเป็นถึงสมบัติหายาก! ไม่มีสิ่งใดต้านทานมันได้!

ทว่าตอนนี้กลับถูกค่ายกลอันนี้สกัดกั้นไว้ได้อย่างง่ายดาย?

“ทุกท่าน หากหมายจะเอาชีวิตข้า ก็ต้องมีความสามารถในการบุกท่าเรือดอกท้อของข้าก่อนถูกหรือไม่?“

ฉู่หลิวเยว่เอ่ยปากพูดด้วยเสียงเรียบเรื่อย บนดวงหน้าประดับรอยยิ้ม ทว่าแววตากลับแฝงแววเย็นเฉียบ!

สายตาของนางกวาดมองไปที่บรรดาฝูงชนอย่างเชื่องช้าและมั่นคง

“ข้ารู้ว่าภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่มีคนหมายตาท่าเรือดอกท้ออยู่มาก ดังนั้นวันนี้ข้าก็ขอป่าวประกาศอย่างตรงไปตรงมาสักประโยค“

”ท่าเรือดอกท้อแห่งนี้ ใครอยากจะแย่งไปก็เข้ามาได้ทั้งนั้น! ตราบที่มีคนมาแบ่งเอาอาณาเขตของท่าเรือดอกท้อไปจากมือข้าได้แม้แต่ครึ่งชุ่น ข้าจะจดจำว่าเขาเป็นคนมีความสามารถ!“

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์