เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1942

………………..

ทว่าในตอนนั้นเอง เงาร่างสีเขียวสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าฉู่หลิวเยว่

ขณะเดียวกัน ชายเสื้อคลุมของคนผู้นั้นก็ขยับไหว!

ห่วงหยกโปร่งใสขนาดเท่าฝ่ามือทะยานออกจากมือของเขา

ชั่วพริบตาคนทั้งหลายก็เห็นว่ากริชที่หนานอีฝานซัดออกไปพลันเบี่ยงออกอย่างอธิบายไม่ได้ไปทางห่วงหยกโปร่งใสอันนั้น!

ยิ่งเข้าใกล้ ความเร็วของมันก็ยิ่งช้าลง ราวกับจมลงสู่บ่อโคลนไร้รูปร่างก็มิปาน

ติ๊ง!

กริชเล่มนั้นกระทบเข้ากับขอบด้านในของห่วงหยกโปร่งใสเกิดเป็นเสียงดังแหลมใส จากนั้นก็หยุดลงโดยสมบูรณ์!

ในใจหนานอีฝานตื่นตกใจเป็นอันมาก

ตอนที่ซัดกริชออกไป เขาใช้พลังไปทั้งหมดทุกส่วนแล้วหนา!

ต่อให้สังหารฉู่หลิวเยว่ไม่ได้ ตามหลักแล้วก็ควรทิ้งบาดแผลไว้บนร่างนางได้สักรอยสิ

ต้องเข้าใจก่อนว่ากริชเล่มนั้นมิใช่ของธรรมดาไก่กา แม้ฉู่หลิวเยว่จะมีความสามารถพอตัวก็ยังยากที่จะสกัดกั้นมันไว้ได้

ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าของสิ่งนี้ไม่เพียงแต่ทำร้ายฉู่หลิวเยว่ไม่ได้ ยังถูกผู้อื่นปัดป้องออกไปอย่างง่ายดายอีก?

ในตอนนั้นเอง แรงกดดันอันดุดันแข็งกร้าวก็โถมสาดเข้ามา!

หนานอีฝานถูกบังคับให้หยุดนิ่งอยู่กับที่

เขาหันมองคนลงมือทันทีก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

เฉินอี

เขาจำคนผู้นี้ได้

นี่คือทหารในสังกัดของฉู่หลิวเยว่

เขาคอยตามอยู่ข้างกายฉู่หลิวเยว่ไม่ห่างตั้งแต่แรกเริ่มจนบัดนี้

แต่จากเรื่องราวเหล่านี้ก็ดูออกได้ไม่ยากว่าเขาน่าจะเป็นมือขวาที่พรั่งพร้อมด้วยความสามารถของฉู่หลิวเยว่ อยู่กับนางต้องมีตำแหน่งที่สูงไม่เบาแน่

เพียงแต่…

เหตุใดพลังของเขาถึงได้แข็งแกร่งปานนี้?

ความสนใจของหนานอีฝานหยุดอยู่ที่ตัวฉู่หลิวเยว่และหรงซิวมาโดยตลอด

ตั้งแต่ต้นจนจบเขาแทบไม่ได้สังเกตเฉินอีเลยด้วยซ้ำ

จนกระทั่งตอนนี้ที่เฉินอีลงมือ!

คนธรรมดาสามัญจะหยุดยั้งการโจมตีนี้ของเขาลงอย่างง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างใดกัน?

หนานอีฝานเริ่มกวาดตามองสำรวจเฉินอีอย่างละเอียด

ทว่าเฉินอีกลับดูจะไม่ได้เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

เขาสะบัดข้อมือคราหนึ่งเก็บห่วงหยกโปร่งใสชิ้นนั้นกลับไป

“เอากริชเล่มนั้นมาให้ข้าดูหน่อย”

ฉู่หลิวเยว่กล่าว

เฉินอีขานรับเสียงหนึ่ง ก่อนจะยื่นกริชเล่มนั้นส่งให้นางด้วยสองมือ

ฉู่หลิวเยว่กวาดตามองกริชสีม่วงในมืออย่างถี่ถ้วน พักหนึ่งถึงจะเผยรอยยิ้มแฝงความนัยลึกล้ำออกมา

“ประมุขหนานช่างมีฝีมือยอดเยี่ยมนัก กระทั่งเกล็ดมังกรของเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงก็ยังนำมาตีเป็นอาวุธคมได้?”

มิแปลกใจแล้วว่าก่อนหน้านี้ที่หนานอีฝานหยิบของสิ่งนี้ออกมา นางถึงได้รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกอยู่หลายส่วน

ที่แท้กริชเล่มนี้… ก็ใช้เกล็ดมังกรของเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงมาตีหลอมนี่เอง!

เพียงแต่ไม่รู้ว่าหนานอีฝานใช้วิธีการใดถึงได้มีแม้กระทั่งของสิ่งนี้อยู่ในครอบครอง

สีหน้าของหนานอีฝานเย็นเฉียบ

“ไม่เกี่ยวอันใดกับเจ้า!”

ยิ่งไปกว่านั้น เกล็ดมังกรชิ้นนี้มิใช่ของธรรมดาสามัญ

ด้านในนี้เก็บงำความลับอันใดอยู่กันแน่ก็ยังต้องพูดกันต่อไป

เพียงแต่คำพูดพวกนี้ ฉู่หลิวเยว่มิได้กล่าวออกมาแต่อย่างใด

หนานอีฝานไม่คิดต่อปากต่อคำกับฉู่หลิวเยว่ให้มากความอีก

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันควัน หลังจากหยุดนิ่งชั่วขณะหนึ่ง ก็ทำการลงมืออีกรอบ!

ดูจากท่าทีแล้วคงหมายจะปักฉู่หลิวเยว่เป็นเป้าไว้มั่นเหมาะอย่างใดอย่างนั้น

เฉินอีที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านหลัง มือทั้งสองก็ประสานกันเป็นเชิงคำนับ

“เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มิต้องให้นายหญิงลำบากลงมือด้วยตนเองหรอก”

ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดไปมาก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ

“ก็ดี ไม่ได้เห็นเจ้าลงมือมานานแล้วเหมือนกัน”

พูดจบ นางก็หันศีรษะกลับไปทันที

เด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ด้านในประตูเมืองใหญ่พลางจดจ้องสายตามาทางนี้เขม็ง

ฉู่หลิวเยว่กวักมือเรียก

“สือซาน มานี่”

เมื่อครู่นางจับสัมผัสได้ว่าสือซานมาถึงแล้ว

เพียงแต่เขารู้ความอย่างมาก รู้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าสลับซับซ้อนจึงมิได้รุดหน้าไปแต่อย่างใด เพียงแค่ยืนเฝ้าดูอยู่ด้านในเท่านั้น

เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่หลิวเยว่ นัยน์ตาของสือซานพลันสว่างวาบ รีบพุ่งตัวเข้าไปข้างในทันที

เฉินอีผู้นี้ดูแล้วอายุอานามไม่เกินยี่สิบแปดยี่สิบเก้า ยังคงอ่อนเยาว์อยู่มากทีเดียว

ต่อให้จะมีพละกำลังมากมาย แต่จะเทียบกับหนานอีฝานที่มีประสบการณ์ต่อสู้มาเปี่ยมล้นได้อย่างใด?

นี่เท่ากับส่งตัวเองไปตายชัดๆ!

หนานอีฝานถ่ายโอนพลังภายในร่างของตนเองอย่างรวดเร็ว

ความจริงหลังจากเผชิญกับเรื่องพวกนี้ตอนก่อนหน้า เขาก็ไม่กล้าลดการป้องกันของตนลงอีก

เฉินอีผู้นี้สามารถหยุดเขาได้อย่างง่ายดายปานนั้น ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าต้องมีพละกำลังอยู่ไม่น้อย!

ในช่วงเวลานี้เขาจึงมิอาจสะเพร่าได้แม้แต่นิดเดียว!

พลังแห่งสวรรค์และโลกที่อยู่โดยรอบเริ่มหลั่งไหลไปทางหนานอีฝานอย่างรวดเร็ว!

ลมปราณบนร่างของเขาเองก็ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นมาอีกครา!

ดวงตาเรียวยาวแฝงแววเฉยชาของเฉินอีหรี่ลงน้อยๆ

แต่เมื่อเทียบกับหนานอีฝานแล้ว ฝั่งของเขากลับแทบไม่มีการเคลื่อนไหวใดเลย

ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงอย่างรวดเร็ว!

หนานอีฝานพลันกางนิ้วออกมา!

เสียงเพรียกหาจากใต้ยมโลกทั้งเก้าอันชัดก้องแว่วดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ!

“องคุลีอนทนพ!”

นิ้วชี้ของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ได้ อีกทั้งท่ามกลางความเลือนรางยังมีลวดลายลึกลับก่อร่างขึ้นมา!

ในเวลาเดียวกัน บริเวณหว่างคิ้วของเขาเองก็ปรากฏตราสัญญะของตระกูลหนานขึ้นมาอย่างน่าตื่นตา!

สีหน้าของเฉินอีไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ทำเพียงแค่ส่งหมัดหนึ่งออกไปตรงๆ!

“หมัดวาโยเคลื่อนคล้อย!”

บนหมัดของเขาปกคลุมด้วยประกายแสงสีเขียวชั้นหนึ่งดุจสายน้ำไหลเอื่อย ยามอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์สาดส่องก็เปล่งประกายสะท้อนระยิบระยับ

การเคลื่อนไหวของเขาเป็นอิสระไร้แบบแผนดั่งสายลมที่พัดผ่านมาแผ่วเบา เผยเสน่ห์อันปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูกออกมาอย่างใดอย่างนั้น

จากนั้นคนทั้งสองก็เข้าประชิดโรมรันกัน!

ตูม!

กระแสพลังทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง!

มวลพลังอันบ้าคลั่งไร้การควบคุมแผ่กระจายไปยังโดยรอบด้วยความรวดเร็ว!

ประกายแสงสีเขียวและสีม่วงเข้าเกี่ยวพันรัดรึงก่อนจะระเบิดออก แล้วปกคลุมเงาร่างของคนทั้งสองเข้าไปในชั่วพริบตา!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์